การวางแผนและการแก้ไขปัญหาชีวิตครอบครัว
ครอบครัวที่มีคุณภาพต้องมาจากความสามารถของคู่สมรสที่ต้องรู้จักที่จะวางแผนชีวิตครอบครัว รู้จักวางแผนครอบครัว และรู้จักการแก้ไขปัญหาชีวิตครอบครัวที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละเรื่องมีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
3.3.1การวางแผนชีวิตครอบครัว
การวางแผนชีวิตครอบครัว หมายถึง การวางแผนร่วมกันของคู่สมรสในเรื่องที่จะทำให้ชีวิตสมรสยั่งยืนผาสุก ซึ่งได้แก่ การจัดการในบ้าน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัว ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ และเพื่อน การวางแผนครอบครัว การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาและวางอนาคตให้แก่บุตร ซึ่งมีหลักในการวางแผนดังต่อไปนี้
1. การจัดการในบ้าน การจัดการในบ้านส่วนใหญ่จะเป็นภาระหน้าที่ของภรรยา แต่เพื่อความสุขของครอบครัว ทั้งสามีและภรรยาควรวางแผนในการจัดการในบ้าน โดยแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
1) หน้าที่ของสามี มีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญเป็นต้นว่า เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว หรือมอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้ภรรยา เพื่อควบคุมดูแลภายในบ้าน รวมทั้งดูแลทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ให้ความอุปการะเลี้ยงดูภรรยา เพื่อควบคุมดูแลภายในบ้าน รวมทั้งดูแลทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ให้ความอุปการะเลี้ยงดูภรรยาและบุตรตามฐานะของตน ดูแลห่วงใยให้ความช่วยเหลือเมื่อภรรยาและบุตรได้รับความเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย ช่วยเหลืองานในบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามสมควร ในกรณีที่ภรรยาต้องทำงานนอกบ้าน เช่น ช่วยดูแลบุตรในขณะที่ภรรยาเตรียมอาหาร เป็นต้น รับผิดชอบงานในบ้านที่ต้องใช้กำลังหรือเสี่ยงอันตราย เช่น งานในสวน ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมเครื่องใช้เครื่องเรือน ดูแลไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น และให้การอบรมบุตร เพื่อให้บุตรเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ
2) หน้าที่ของภรรยา มีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญเป็นต้นว่า จัดการงานบ้าน เช่น ทำความสะอาดบ้านเรือน เสื้อผ้าเครื่องใช้ ให้เรียบร้อยเป็นระเบียบน่าอยู่ มีความขยันหมั่นเพียร รู้จักดูแลซ่อมแซมแก้ไขสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในบ้าน เช่น เสื้อผ้า เครื่องตกแต่งบ้าน ให้มีสภาพที่ดีใช้งานได้ อันเป็นการช่วยให้ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ช่วยประหยัดและคุ้มค่า รวมทั้งรู้จักเก็บรักษาและสะสมทรัพย์ให้พอกพูน เพื่อใช้จ่ายในยามจำเป็น และเพื่อสร้างฐานะครอบครัวต่อไป ดูแลเอาใจใส่ทุกข์สุขความเป็นอยู่ต่าง ๆ ของสามีและบุตร จัดหาเครื่องใช้สิ่งของที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันให้พร้อม ให้ความช่วยเหลือและดูแลรักษาสามีและบุตร เมื่อมีความเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย ถ้าต้องทำงานนอกบ้านก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบงานบ้านไม่ให้ขาดตกบกพร่องด้วย และให้ความใกล้ชิดอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรร่วมกับสามี
2. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัว เรื่องเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญของครอบครัวการจัดทำงบประมาณของครอบครัวจะช่วยให้ประมาณการใช้จ่ายได้ ช่วยให้คู่สมรสเป็นผู้บริโภคที่ดี รู้จักใช้เงินอย่างประหยัดคุ้มค่า หลักสำคัญในการจัดทำงบประมาณ คือ จะต้องจัดให้เหมาะสมกับความจำเป็นพื้นฐานไม่ฟุ่มเฟือยหรือใช้จ่ายเกินควร คำนึงถึงประโยชน์และความก้าวหน้าของสมาชิกในครอบครัว ต้องจัดเก็บบางส่วนไว้เป็นเงินสะสมเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน และเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและควรต้องมีการปรึกษาหารือในการใช้จ่ายร่วมกันอยู่เสมอ
3. ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ และเพื่อน มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
1) ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว สมาชิกในครอบครัวควรได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ควรแยกย้ายกันทำกิจกรรมตามที่ตนถนัดหรือชอบตามลำพัง เพราะอาจเป็นสาเหตุให้ครอบครัวมีเวลาให้กันน้อยลง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวได้ในภายหลัง
2) ความสัมพันธ์กับเครือญาติ หลังจากแต่งงานกันแล้ว ควรต้องตกลงกันว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสม เช่น ให้การยอมรับเคารพนับถือญาติผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ของตนเอง ระลึกถึงบุญคุณและตอบแทนบุญคุณญาติผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายตามสมควรและต้องเสมอภาคกัน แบ่งเวลาให้แต่ละฝ่ายได้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือญาติของตนเองบ้างตามสมควรและให้การสงเคราะห์ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายตามสมควร โดยจะต้องไม่รบกวนฐานะทางเศรษฐกิจของตนเองมากเกินไป เป็นต้น
3) ความสัมพันธ์กับเพื่อน ก่อนแต่งงานทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างก็มีเพื่อนของตน เมื่อแต่งงานกันเพื่อนของแต่ละฝ่ายก็ต้องเป็นเพื่อนของอีกฝ่ายหนึ่งไปด้วยโดยปริยาย ความสุขในชีวิตสมรสอาจลดน้อยลง ถ้าแต่ละฝ่ายต่างก็ยังคงให้เวลากับเพื่อนของตนเหมือนเดิม ดังนั้นคู่สมรสจะต้องวางแผนในการให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนอย่างเหมาะสมด้วยวิธีประนีประนอมไม่ให้เสียความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของเพื่อนไม่ควรให้ลึกซึ้งมากจนรบกวนความสุขของครอบครัว
4) การวางแผนครอบครัว หมายถึง การวางแผนการดำเนินชีวิตของสามีภรรยาในเรื่องการมีบุตร จำนวนบุตร และเพศของบุตร ตลอดจนการเว้นระยะการมีบุตรตามที่คู่สมรสต้องการ โดยพิจารณาจากสุขภาพอนามัยกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว
5) การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาและวางแผนอนาคตให้แก่บุตร เป็นต้นว่า การเลี้ยงดูต้องให้การดูแลสุขภาพอนามัย และความเป็นอยู่ต่าง ๆ ให้บุตรได้เจริญเติบโตสมวัย มีความสมบูรณ์แข็งแรงรวมทั้งปกป้องภัยอันตรายต่าง ๆ และต้องให้การศึกษา โดยพ่อแม่เป็นผู้สอนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเข้าเรียน และรับผิดชอบ ส่งเสียให้เล่าเรียนเท่าที่ความสามารถของบุตรจะทำได้ รวมทั้งต้องให้ความรักความอบอุ่นใกล้ชิด และให้คำปรึกษาต่าง ๆ เพื่อให้บุตรมีสุขภาพจิตดี เป็นประชากรที่มีคุณภาพไม่เป็นปัญหาของสังคม รวมทั้งช่วยแนะนำการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งพ่อแม่จะต้องสะสมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการวางอนาคตแก่บุตรด้วย