การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใกล้ มักมีคำถามว่า นี่จะเป็น ‘วิกฤติ การแปล - การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใกล้ มักมีคำถามว่า นี่จะเป็น ‘วิกฤติ ไทย วิธีการพูด

การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใ

การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใกล้ มักมีคำถามว่า นี่จะเป็น ‘วิกฤติ’ หรือ ‘โอกาส’ มองว่าเป็นโอกาส แต่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด และต้องแข่งกับตัวเอง พัฒนาอย่างเร่งด่วน ภาคท่องเที่ยวของไทยได้เปรียบอยู่แล้วเพราะเป็นที่ยอมรับ คนไทยมีหัวใจให้บริการ นี่อยู่ใน DNA ของเรา แต่เรามีจุดอ่อนเรื่องภาษา และเรามีความรู้ไม่มากเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเพื่อนอาเซียน ซึ่งอนาคตเขาจะมาเที่ยวกันมากขึ้น

ตลาดใหญ่ที่สุดที่เรามองคืออินโดนีเซีย มีประชากร 200 กว่าล้านคน และเศรษฐกิจเขาเริ่มดี การเมืองเริ่มเข้มแข็ง ชาวอินโดนีเซียออกท่องเที่ยวมากขึ้น ดังนั้นถ้าบุคลากรภาคท่องเที่ยวของไทยรู้เรื่องภาษา รู้เรื่องวัฒนธรรม มีการพัฒนาปรับตัว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งงาน ประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นโอกาส และอย่ามองแค่ในประเทศ ให้มองว่าคนไทยมีโอกาสไปทางานข้างนอกด้วย แม้แต่แรงงานที่ล้างถ้วยล้างจาน ถ้าพัฒนาทักษะด้านภาษา และทักษะในงานอื่นๆ ก็จะมีโอกาสไปสอบเพื่อทางานในประเทศอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงขึ้นได้ แต่ถ้าวันนี้เราอยู่เฉยๆ ไม่ทาอะไร นี่ล่ะจะลาบาก วิกฤติแน่นอน

ทักษะในงานก็ต้องพัฒนาอยู่แล้ว เช่น บริกรเขารู้วิธีเสิร์ฟที่ถูกต้อง ช้อนมีดแบบไหนก็วางถูก แต่จะไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียน จะยิ้มอย่างเดียว การฝึกภาษาอังกฤษดิฉันอยากบอกว่า ไม่ต้องตกใจ เบื้องต้นขอแค่คุณสื่อสารในงานที่ทาได้เท่านั้น เช่น ดิฉันมีโรงแรม ก็สอนให้พนักงานที่เป็นแม่บ้านสื่อสารให้ได้ในงานที่ทา ถ้าลูกค้าบอก “I want hair dryer.” แม่บ้านต้องรู้ว่า hair dryer คือที่เปูาผม ไปนามาให้ลูกค้าได้ บางคนบอกทาไมคิดง่ายๆ แค่นี้ ก็ต้องบอกว่า ถ้าเราคิดยากจะยิ่งทำไม่ได้

ประเด็นเรื่องภาษาก็มีมุมให้คิดต่อไปว่า ภาษาอังกฤษภาษาเดียวพอหรือไม่? เพราะถ้าทางานในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศอินโดนีเซีย ถ้าพูดภาษาอินโดนีเซียได้ก็จะเป็นโอกาสเช่นกัน

คาที่ว่า ‘วิกฤติจะเกิดแน่ ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่ทาอะไร’ มิใช่ใช้ได้กับคนทางานเท่านั้น แต่กับผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ ก็ใช้คานี้ได้เช่นกัน ซึ่งเรามีเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี วันนี้จึงต้องทากันเต็มที่ ในส่วนผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องปรับตัวคือ เรื่องตลาด เรื่องไอที รวมทั้งเรื่องต่างๆ ที่จะทาให้เราขายได้กว้างขึ้น การท่องเที่ยวมีโอกาสกว้างมาก เช่น ถ้าประชาคมอาเซียนทาให้ Single Visa เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวที่จะไปกัมพูชา, สปป.ลาว, ดิฉันว่าเขาก็ต้องมาประเทศไทยก่อน และอนาคตการท่องเที่ยวจะเป็น Life style Tourism คือเราจะมีเพื่อนบ้านอาเซียนเดินทางมาตัดผม มากินข้าว ฯลฯ เพราะการมาเที่ยวเมืองไทยทั้งดีและคุ้มค่า เช่น คนสิงคโปร์อาจขึ้นเครื่องบินโลว์คอสต์มาตัดผมที่เมืองไทย หรืออนาคตถ้าอาเซียนพัฒนารถไฟฟูาให้เชื่อมโยงประเทศต่างๆ นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามากขึ้น

มองภาพใหญ่ของนโยบายระดับชาติ ก็ต้องเตรียมตัวรับประชาคมอาเซียนเช่นกัน สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณปิยะมานย้าว่า ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นสิ่งสาคัญ “เราไม่จาเป็นต้องทาให้ทุกคนมาเที่ยวเมืองไทย เพราะไม่เช่นนั้นทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจะเสียหายเร็ว ภาครัฐต้องกาหนดยุทธศาสตร์และวางกฎระเบียบเพื่อสร้างทิศทางที่ชัดเจนว่าเราต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มไหน จานวนเท่าไหร่ห้องพักควรสร้างได้ไม่เกินเท่าไหร่ อย่างกรุงเทพฯ ถนนสุขุมวิท โรงแรมเต็มไปหมด ถ้าบอกจะเผื่อไว้รับนักท่องเที่ยว เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราต้องการนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ เพราะที่สุดเมื่อคนมาเยอะมากก็มีปัญหาการใช้ทรัพยากรทั้งน้า ขยะ เรื่องเหล่านี้เราต้องตั้งหลักด้วย อย่ามองแค่ให้มีคนมามากๆ โดยอาจแบ่งท่องเที่ยวเป็น Cluster จะได้มี Product ที่แตกต่างกัน เช่น ทะเล ซึ่งเป็นจุดขายหลักของไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเมืองไทยก็เพราะทะเล เราก็ต้องแยกทะเลมี 3 ที่ ทะเลอันดามัน ทะเลพัทยา ทะเลแถวหัวหินชะอา ทะเล 3 แห่งนี้ไม่เหมือนกัน คนที่ไปทะเลพัทยาคือคนต้องการความเป็นเมือง มาคึกคัก มีครบหมดทุกอย่าง ส่วนทะเลอันดามันเป็นแนวใสสะอาด เที่ยวตามเกาะแก่ง ขณะที่ทะเลหัวหินชะอา เป็นสไตล์ครอบครัว ต้องการพักผ่อน ไม่ต้องการอะไรที่พัทยามี ต้องดูเรื่องระเบียบ ศึกษาว่าประเทศไทยต้องการอะไร จานวนห้องพักสร้างแค่ไหนพอ ถ้าโรงแรมขายดี รายได้จาก Service Charge ก็ดีขึ้น ส่งผลให้คนทางานมีรายได้ดีขึ้นด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้วเราต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมาใช้จ่ายในเมืองไทยเยอะ เหล่านี้คือแนวคิดที่ต้องไปพร้อมๆ กัน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเหมือนเก้าอี้ที่ต้องมี 4 ขา 1.คือภาครัฐ 2.เอกชนผู้ประกอบการ 3.องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ และ 4.ชุมชน
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใกล้มักมีคำถามว่านี่จะเป็น 'วิกฤติ' หรือ 'โอกาส' มองว่าเป็นโอกาสแต่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและต้องแข่งกับตัวเองพัฒนาอย่างเร่งด่วนภาคท่องเที่ยวของไทยได้เปรียบอยู่แล้วเพราะเป็นที่ยอมรับคนไทยมีหัวใจให้บริการนี่อยู่ในดีเอ็นเอของเราแต่เรามีจุดอ่อนเรื่องภาษาและเรามีความรู้ไม่มากเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเพื่อนอาเซียนซึ่งอนาคตเขาจะมาเที่ยวกันมากขึ้นตลาดใหญ่ที่สุดที่เรามองคืออินโดนีเซียมีประชากร 200 กว่าล้านคนและเศรษฐกิจเขาเริ่มดีการเมืองเริ่มเข้มแข็งชาวอินโดนีเซียออกท่องเที่ยวมากขึ้นดังนั้นถ้าบุคลากรภาคท่องเที่ยวของไทยรู้เรื่องภาษารู้เรื่องวัฒนธรรมมีการพัฒนาปรับตัวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งงานประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นโอกาสและอย่ามองแค่ในประเทศให้มองว่าคนไทยมีโอกาสไปทางานข้างนอกด้วยแม้แต่แรงงานที่ล้างถ้วยล้างจานถ้าพัฒนาทักษะด้านภาษาและทักษะในงานอื่น ๆ ก็จะมีโอกาสไปสอบเพื่อทางานในประเทศอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงขึ้นได้แต่ถ้าวันนี้เราอยู่เฉย ๆ ไม่ทาอะไรนี่ล่ะจะลาบากวิกฤติแน่นอนทักษะในงานก็ต้องพัฒนาอยู่แล้วเช่นบริกรเขารู้วิธีเสิร์ฟที่ถูกต้องช้อนมีดแบบไหนก็วางถูกแต่จะไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียนจะยิ้มอย่างเดียวการฝึกภาษาอังกฤษดิฉันอยากบอกว่าไม่ต้องตกใจเบื้องต้นขอแค่คุณสื่อสารในงานที่ทาได้เท่านั้นเช่นดิฉันมีโรงแรมก็สอนให้พนักงานที่เป็นแม่บ้านสื่อสารให้ได้ในงานที่ทาถ้าลูกค้าบอก "อยากเป่าผม" แม่บ้านต้องรู้ว่าผมเป่าคือที่เปูาผมไปนามาให้ลูกค้าได้บางคนบอกทาไมคิดง่าย ๆ แค่นี้ก็ต้องบอกว่าถ้าเราคิดยากจะยิ่งทำไม่ได้ประเด็นเรื่องภาษาก็มีมุมให้คิดต่อไปว่าภาษาอังกฤษภาษาเดียวพอหรือไม่ เพราะถ้าทางานในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศอินโดนีเซียถ้าพูดภาษาอินโดนีเซียได้ก็จะเป็นโอกาสเช่นกันคาที่ว่า 'วิกฤติจะเกิดแน่ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่ทาอะไร' มิใช่ใช้ได้กับคนทางานเท่านั้นแต่กับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบก็ใช้คานี้ได้เช่นกันซึ่งเรามีเวลาอีกไม่ถึง 3 ปีวันนี้จึงต้องทากันเต็มที่ในส่วนผู้ประกอบการสิ่งที่ต้องปรับตัวคือเรื่องตลาดเรื่องไอทีรวมทั้งเรื่องต่าง ๆ ที่จะทาให้เราขายได้กว้างขึ้นการท่องเที่ยวมีโอกาสกว้างมากเช่นถ้าประชาคมอาเซียนทาให้วีซ่าเดียวเกิดขึ้นนักท่องเที่ยวที่จะไปกัมพูชา สปป.ลาว ดิฉันว่าเขาก็ต้องมาประเทศไทยก่อนและอนาคตการท่องเที่ยวจะเป็นปรัอากาศอีสไตล์ท่องเที่ยวคือเราจะมีเพื่อนบ้านอาเซียนเดินทางมาตัดผมมากินข้าวฯลฯ เพราะการมาเที่ยวเมืองไทยทั้งดีและคุ้มค่าเช่นคนสิงคโปร์อาจขึ้นเครื่องบินโลว์คอสต์มาตัดผมที่เมืองไทยหรืออนาคตถ้าอาเซียนพัฒนารถไฟฟูาให้เชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามากขึ้นมองภาพใหญ่ของนโยบายระดับชาติ ก็ต้องเตรียมตัวรับประชาคมอาเซียนเช่นกัน สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณปิยะมานย้าว่า ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นสิ่งสาคัญ “เราไม่จาเป็นต้องทาให้ทุกคนมาเที่ยวเมืองไทย เพราะไม่เช่นนั้นทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจะเสียหายเร็ว ภาครัฐต้องกาหนดยุทธศาสตร์และวางกฎระเบียบเพื่อสร้างทิศทางที่ชัดเจนว่าเราต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มไหน จานวนเท่าไหร่ห้องพักควรสร้างได้ไม่เกินเท่าไหร่ อย่างกรุงเทพฯ ถนนสุขุมวิท โรงแรมเต็มไปหมด ถ้าบอกจะเผื่อไว้รับนักท่องเที่ยว เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราต้องการนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ เพราะที่สุดเมื่อคนมาเยอะมากก็มีปัญหาการใช้ทรัพยากรทั้งน้า ขยะ เรื่องเหล่านี้เราต้องตั้งหลักด้วย อย่ามองแค่ให้มีคนมามากๆ โดยอาจแบ่งท่องเที่ยวเป็น Cluster จะได้มี Product ที่แตกต่างกัน เช่น ทะเล ซึ่งเป็นจุดขายหลักของไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเมืองไทยก็เพราะทะเล เราก็ต้องแยกทะเลมี 3 ที่ ทะเลอันดามัน ทะเลพัทยา ทะเลแถวหัวหินชะอา ทะเล 3 แห่งนี้ไม่เหมือนกัน คนที่ไปทะเลพัทยาคือคนต้องการความเป็นเมือง มาคึกคัก มีครบหมดทุกอย่าง ส่วนทะเลอันดามันเป็นแนวใสสะอาด เที่ยวตามเกาะแก่ง ขณะที่ทะเลหัวหินชะอา เป็นสไตล์ครอบครัว ต้องการพักผ่อน ไม่ต้องการอะไรที่พัทยามี ต้องดูเรื่องระเบียบ ศึกษาว่าประเทศไทยต้องการอะไร จานวนห้องพักสร้างแค่ไหนพอ ถ้าโรงแรมขายดี รายได้จาก Service Charge ก็ดีขึ้น ส่งผลให้คนทางานมีรายได้ดีขึ้นด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้วเราต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมาใช้จ่ายในเมืองไทยเยอะ เหล่านี้คือแนวคิดที่ต้องไปพร้อมๆ กันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเหมือนเก้าอี้ที่ต้องมี 4 ขา 1.คือภาครัฐ 2.เอกชนผู้ประกอบการ 3.องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในท้องถิ่นต่าง ๆ และ 4.ชุมชน
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
มักมีคำถามว่านี่จะเป็น 'วิกฤติ' หรือ 'โอกาส' มองว่าเป็นโอกาส แต่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและต้องแข่งกับตัวเองพัฒนาอย่างเร่งด่วน คนไทยมีหัวใจให้บริการนี่อยู่ในดีเอ็นเอของเรา แต่เรามีจุดอ่อนเรื่องภาษา มีประชากร 200 กว่าล้านคนและเศรษฐกิจเขาเริ่มดีการเมืองเริ่มเข้มแข็ง รู้เรื่องวัฒนธรรมมีการพัฒนาปรับตัวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งงานประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นโอกาสและอย่ามองแค่ในประเทศ แม้แต่แรงงานที่ล้างถ้วยล้างจานถ้าพัฒนาทักษะด้านภาษาและทักษะในงานอื่น ๆ แต่ถ้าวันนี้เราอยู่เฉยๆไม่ทาอะไรนี่ล่ะจะลาบาก เช่นบริกรเขารู้วิธีเสิร์ฟที่ถูกต้องช้อนมีดแบบไหนก็วางถูก จะยิ้มอย่างเดียวการฝึกภาษาอังกฤษดิฉันอยากบอกว่าไม่ต้องตกใจ เช่นดิฉันมีโรงแรม ถ้าลูกค้าบอก "ฉันต้องการเครื่องเป่าผม." แม่บ้านต้องรู้ว่าเครื่องเป่าผมคือที่เปูาผมไปนามาให้ลูกค้าได้บางคนบอกทาไมคิดง่ายๆแค่นี้ก็ต้องบอกว่า ภาษาอังกฤษภาษาเดียวพอหรือไม่? 'วิกฤติจะเกิดแน่ถ้าอยู่เฉยๆไม่ทาอะไร' มิใช่ใช้ได้กับคนทางานเท่านั้น แต่กับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบก็ใช้คานี้ได้เช่นกันซึ่งเรามีเวลาอีกไม่ถึง 3 ปีวันนี้จึงต้องทา กันเต็มที่ในส่วนผู้ประกอบการสิ่งที่ต้องปรับตัวคือเรื่องตลาดเรื่องไอทีรวมทั้งเรื่องต่างๆที่จะทาให้เราขายได้กว้างขึ้นการท่องเที่ยวมีโอกาสกว้างมากเช่นถ้าประชาคมอาเซียนทาให้วีซ่าเดี่ยวเกิดขึ้นนักท่องเที่ยวที่จะไป กัมพูชา, สปป. ลาว, ดิฉันว่าเขาก็ต้องมาประเทศไทยก่อนและอนาคตการท่องเที่ยวจะเป็นชีวิตการท่องเที่ยวสไตล์ มากินข้าว ฯลฯ เช่น สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณปิยะมานย้าว่ายุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นสิ่งสาคัญ อย่างกรุงเทพฯถนนสุขุมวิทโรงแรมเต็มไปหมดถ้าบอกจะเผื่อไว้รับนักท่องเที่ยว ขยะเรื่องเหล่านี้เราต้องตั้งหลักด้วยอย่ามองแค่ให้มีคนมามาก ๆ โดยอาจแบ่งท่องเที่ยวเป็นคลัสเตอร์จะได้มีสินค้าที่แตกต่างกันเช่นทะเลซึ่งเป็นจุดขายหลักของไทย เราก็ต้องแยกทะเลมี 3 ที่ทะเลอันดามันทะเลพัทยาทะเลแถวหัวหินชะอาทะเล 3 แห่งนี้ไม่เหมือนกัน มาคึกคักมีครบหมดทุกอย่างส่วนทะเลอันดามันเป็นแนวใสสะอาดเที่ยวตามเกาะแก่งขณะที่ทะเลหัวหินชะอาเป็นสไตล์ครอบครัวต้องการพักผ่อนไม่ต้องการอะไรที่พัทยามีต้องดูเรื่องระเบียบศึกษาว่าประเทศไทยต้องการอะไรจานวนห้องพักสร้างแค่ ไหนพอถ้าโรงแรมขายดีรายได้จากค่าบริการก็ดีขึ้นส่งผลให้คนทางานมีรายได้ดีขึ้นด้วย เหล่านี้คือแนวคิดที่ต้องไปพร้อม ๆ 4 ขา 1. คือภาครัฐ 2. เอกชนผู้ประกอบการ 3. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ 4. ชุมชน












การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
การมาถึงของประชาคมอาเซียนในเวลาอันใกล้มักมีคำถามว่านี่จะเป็น ' ' ' ' วิกฤติค็อคโอกาสมองว่าเป็นโอกาสแต่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและต้องแข่งกับตัวเองพัฒนาอย่างเร่งด่วนคนไทยมีหัวใจให้บริการนี่อยู่ใน running mate แต่เรามีจุดอ่อนเรื่องภาษาซึ่งอนาคตเขาจะมาเที่ยวกันมากขึ้น
และเรามีความรู้ไม่มากเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเพื่อนอาเซียนดีเอ็นเอ
ตลาดใหญ่ที่สุดที่เรามองคืออินโดนีเซียมีประชากร 200 กว่าล้านคนและเศรษฐกิจเขาเริ่มดีการเมืองเริ่มเข้มแข็งชาวอินโดนีเซียออกท่องเที่ยวมากขึ้นดังนั้นถ้าบุคลากรภาคท่องเที่ยวของไทยรู้เรื่องภาษามีการพัฒนาปรับตัวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งงานประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นโอกาสและอย่ามองแค่ในประเทศให้มองว่าคนไทยมีโอกาสไปทางานข้างนอกด้วยแม้แต่แรงงานที่ล้างถ้วยล้างจานถ้าพัฒนาทักษะด้านภาษาก็จะมีโอกาสไปสอบเพื่อทางานในประเทศอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงขึ้นได้แต่ถ้าวันนี้เราอยู่เฉยๆไม่ทาอะไรนี่ล่ะจะลาบากวิกฤติแน่นอน

ทักษะในงานก็ต้องพัฒนาอยู่แล้วเช่นบริกรเขารู้วิธีเสิร์ฟที่ถูกต้องช้อนมีดแบบไหนก็วางถูกแต่จะไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียนจะยิ้มอย่างเดียวการฝึกภาษาอังกฤษดิฉันอยากบอกว่าไม่ต้องตกใจเช่นดิฉันมีโรงแรมก็สอนให้พนักงานที่เป็นแม่บ้านสื่อสารให้ได้ในงานที่ทาถ้าลูกค้าบอก " ฉันต้องการไดร์เป่าผม
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: