ที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งหนึ่งมีแม่ลากับลูกลา
ทุกเช้าแม่ลาจะตอยต้อนลูกๆไปกินหญ้ากับฝูง
จนกระทั่งวันหนึ่งลาก็เบื่อที่จะต้องตามฝูงไปกินหญ้า
ลูกลาก็เลยหนีไปเล่นอยู่ตัวคนเดียว
.ขณะที่ลูกลากำลังกินหญ้าอยู่
ลูกลาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงที่ไพเราะมากลอยมา
“เสียงอะไรหนะเพราะจัง”
ลูกลาจึงเดินตามเสียงร้องนั้นไป“ใครเป็นคนร้องกันนะ”
พอเดินตามเสียงไปเลื่อยๆก็พบว่าต้นเสีงก็คือ...
ลูกลาเลยถามว่า”เธอเองหรอที่ร้องเพลงหนะ”
เสียงของลาใหญ่มากเลยทำให้จักจั่นตกใจกลัว
“จากเกิดอะไรขึ้นๆ”
ลูกลาเลยบอกว่า”ไม่มีอะไรๆฉันเองๆเธอชื่ออะไรหรอ”
จักจั่นเลยตอบว่า”ฉันชื่อจักจั่นจ้า”
ลูกลาเลยถามจักจั่นว่า”เสียงของเธอไพเราะมากเลยนะ เธอทำยังไงหรอฉันอยากมีเสียงเหมือนเธอบ้างจัง”
“จริงหรอๆแล้วทุกวันนี้ตอนเช้าเธอกินอะไรหรอ”
ลูกลาตอบว่า”อ้อฉันหรอฉันก็กินหญ้าหนะสิ”
จักจั่นเลยบอกลาว่า”ไม่ได้นะไม่ได้ถ้าธออยากเสียงดีเหมือนฉันเธอต้องมากินน้ำค้างอย่างฉัน”
จักจั่นพูดต่อว่า”เธอต้องกินทุกเช้าด้วยนะ”
ลูกลาเมื่อได้ยินอย่านั้นจึงพูดว่า “โอเคจ้าฉันจะทำตามที่เธอบอก”
ตั้งแต่นั้นมาลูกลาก็แอบไปกินน้ำค้างเพียงตัวเดียว
ฝูงลาเริ่มเกิดความสงสัยไม่เห็นลูกลามากินหญ้าหลายวัน
จนวันหนึ่งก็เห็นลูกลาล้มลง
เนื่องจากไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำค้างมาหลายวันลูกลาจึงหิวมากและไม่มีแรงที่จะเดิน
และในที่สุดลูกลาก็ตายไป
ทุกๆคนต่างก็เสียใจกันมาก
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้อื่น
อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา”