๑. ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖
ระเบียบ ฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ โดยกำหนดให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินสำหรับภัยพิบัติแต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ ประสบภัยพิบัติในระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงินงบประมาณรายจ่าย กล่าวคือ เป็นการสำรองเงินไว้ล่วงหน้าเพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่นอนว่าภัย พิบัติจะเกิดขึ้นเมื่อใดและจะก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด โดยได้กำหนดว่าส่วนราชการใดบ้างที่จะมีเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ ประสบภัยและกำหนดวงเงินของแต่ละส่วนราชการนั้นไว้ นอกจากนี้ ยังได้กำหนดผู้ที่มีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อ ภัยพิบัติแต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์
เมื่อ ส่วนราชการได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินแล้ว ให้การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการสำหรับภัยพิบัติแต่ละครั้งหรือแต่ละ เหตุการณ์สิ้นสุดลงเพราะเงินทดรองราชการนี้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินและจำเป็นรีบ ด่วนเท่านั้น
ในระเบียบได้มีการกำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งในระดับจังหวัดและในระดับอำเภอ โดยมีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญในการสำรวจความเสียหาย พิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ระดมสรรพกำลัง ควบคุม เร่งรัด และประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อนุมัติค่าใช้จ่าย รวมทั้งจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กำลังคน อุปกรณ์เครื่องมือและอื่นๆ ที่จำเป็นจากส่วนกลาง
นอก จากนี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอาจกำหนดประเภทภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขนาดเล็ก หรือเฉพาะหน้าก็ได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วย เหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ทันทีและให้ดำเนินการประกาศให้ภัยพิบัตินั้นเป็น ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในภายหลังโดยเร็ว
ใน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการจัดหาพัสดุเพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เครื่องมือในการค้นหาผู้ประสบภัย เครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น ในระเบียบฉบับนี้กำหนดให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการ จัดหา เจรจาต่อรองและตกลงราคากับผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงในราคา ซึ่งไม่สูงกว่าราคาตลาดของท้องที่ในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อพิจารณาอนุมัติและออกใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้างต่อไป