เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของชาวคริส การแปล - เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของชาวคริส ไทย วิธีการพูด

เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศ

เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของชาวคริสต์ ซึ่งในปีนี้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันศุกร์(25)ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์ แต่ผ่านมาหลายพันปี ปัจจุบันอีสเตอร์ที่หลายๆ คนนึกถึง มักจะเป็นเทศกาลแห่งกระต่ายน้อยน่ารักน่าชังและไข่ช็อกโกแลตไปเสียอย่างนั้น

ดูเหมือนว่ารากเหง้าของเทศกาลอีสเตอร์จะเกิดขึ้นจากการเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของชาวแองโกลแซกซอน ซึ่งทำพิธีบูชาเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ คือ เทพีออสเตอร์ หรือ อีสเตอร์

เนื่องจากกระต่ายมีพฤติกรรมผสมพันธุ์อันน่าทึ่ง สัตว์ขนปุกปุยเหล่านี้จึงถูกนำมาเป็นเครื่องบูชาเทพีอีสเตอร์ และดูเหมือนว่าชาวแองโกลแซกซันจะวาดภาพเทพเจ้าของพวกเขามีเศียรเป็นกระต่ายด้วย แม้จะไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดก็ตาม

ในศตวรรษที่ 2 ชาวคริสต์ เริ่มรู้จักพิธีนอกรีตนี้และนำมาผสมผสานกับพิธีฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์ ลักษณะเดียวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในช่วงฤดูหนาว คือ จัดพิธีขึ้นในวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรของโลกมากที่สุด

คริสตศักราช 325 จักพรรดิคอนสแตนตินพยายามสร้างแบบแผนในการฉลองวันสำคัญทางศาสนาทั้งสองโดยจัดประชุมสภาที่เมืองไนเซีย ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้ฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในวันอาทิตย์แรก หลังจากพระจันทร์เต็มดวงในวันวิษุวัต (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ของฤดูใบไม้ผลิ

ข้อกำหนดดังกล่าวถูกนำมาใช้ปฏิบัติกันจนถึงปัจจุบัน ยกเว้นในศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ ซึ่งมีปฏิทินถือปฏิบัติแตกต่างออกไป ทั้งนี้ ตามปฏิทินดังกล่าวชาวออร์ทอดอกซ์จะจัดฉลองอีสเตอร์ในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ 21 มีนาคมถึง 25 เมษายายนของทุกปี

เวลาล่วงเลยมา ออสเตอร์กลายเป็นอีสเตอร์ ด้วยความเคร่งครัดและยึดมั่นพิธีกรรมทางศาสนาเริ่มเข้าไปแทนที่การฉลองนอกรีต กระต่ายเปลี่ยนจากสัญลักษณ์ของการสืบพันธุ์ไปเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธ์ไร้เดียงสา

อย่างไรก็ตาม บันทึกของเวเนอเรเบิล บีด นักบวชผู้บันทึกเหตุการณ์การใช้ชีวิตของชาวอังกฤษในสมัยกลางระบุว่า พิธีกรรมนอกรีตยังปรากฏต่อมาอีกหลายศตวรรษ ซึ่งก็หมายความว่าบางครั้งอาจมีการฉลองเทศกาลอีสเตอร์ปีละ 2 ครั้ง

แม้ว่าจะไม่แน่ชัดว่า การมอบไข่นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเทสกาลอีสเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไข่ก็เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและการถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งมานานแสนนานแล้ว การระบายสีสันลงบนไข่นั้นเกิดขึ้นย้อนหลังไปถึงสมัยโรมยุคโบราณ คือ ช่วงปี 1200 ราชพงศาวดารของอังกฤษบันทึกว่า กษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 1 ทรงใช้เงิน 18 เพนนี เพื่อซื้อไข่ 450 ฟองที่ถูกระบายสีเป็นรูปใบไม้สีทองแจกจ่ายให้แก่สมาชิกของราชวงศ์

ประเพณีค่อยๆ เป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา อีก 500 ปีให้หลัง กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสถึงกับทรงกำหนดให้อีสเตอร์เป็นประเพณีถือปฏิบัติ โดยทรงขอให้พสกนิกรมอบไข่ใบใหญ่ที่สุดที่ออกมาในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์แด่พระองค์ และในวันอีสเตอร์ซันเดย์พระองค์ก็จะทรงแจกไข่ระบายสีทองแก่ประชาชนและข้าราชบริพาร

พิธีการและขนบธรรมเนียมของอีสเตอร์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ในประเทศที่นับถือนิกายออร์ทอดอกซ์ เช่น ในกรีซ จะระบายไข่เป็นสีแดงซึ่งหมายถึงโลหิตของพระเยซู และในช่วงเลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ก็จะพากันตีไข่ให้แตก เท่ากับเป็นการป่าวประกาศการฟื้นคืนชีพของพระเยซู

ในฝรั่งเศส การตีระฆังโบสถ์ในเช้าของวันเสาร์เป็นสัญลักษณ์หมายถึงการกลับจากโรมพร้อมไข่เต็มตะกร้า ทั้งนี้พิธีปฏิบัติดังกล่าวถูกห้ามระหว่างศตวรรษที่ 7 ด้วยเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์จากวันมอนดีเทอร์สเดย์ (วันพฤหัสบดีก่อนวันอีสเตอร์) ถึงวันอีสเตอร์ซันเดย์ (วันอีสเตอร์)

ระยะเวลาผ่านไปหลายร้อยปี แม้แต่กระต่ายอีสเตอร์ก็ได้เกิดใหม่เช่นกัน กระต่ายปุกปุยแสนน่ารักที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลในปัจจุบันนั้น มีต้นกำเนิดช่วงทศวรรษ 1500 จากเรื่องราวของ ออชเทอร์ ฮาวส์ กระต่ายวิเศษที่เด็กๆ ชาวเยอรมันเชื่อว่าจะออกไข่ทิ้งไว้ให้ตามสวน

ชาวดัตช์และชาวเยอรมันรุ่นแรกที่เดินทางข้ามมหาสมุทรไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ได้นำกระต่ายอีสเตอร์ไปสู่ทวีปอเมริกาด้วย และอีกหลายร้อยปีที่ผ่านมา การตลาดอันชาญฉลาดและการค้าช็อกโกแลตที่เติบโตขึ้น ทำให้ห้างร้านต่างๆ ล้วนแต่มีขนมหวานรูปกระต่ายและไข่วางขายเต็มเพียบในช่วงเทศกาลอีสเตอร์แต่ละปี


คำนวณวันอีสเตอร์



การฉลองอีสเตอร์จะมีขึ้นในวันอาทิตย์แรก หลังพระจันทร์เต็มดวงในวันวิษุวัต (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ที่เรารู้กว้างๆ คือเป็นวันอาทิตย์ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน แต่จะเป็นวันที่เท่าใดนั้น ต้องอาศัยการคำนวณง่ายๆ ดังต่อไปนี้ (วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับคริสตจักรออร์ทอดอกซ์)


1. นำตัวเลขปีค.ศ. ที่เราต้องการหาวันอีสเตอร์บวกด้วย 1
2. นำผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วย 19
3. คำตอบในข้อ 2 จะเหลือเศษ ให้นำเศษมาเทียบกับตารางด้านล่าง
4. วันอีสเตอร์จะเป็นวันอาทิตย์แรกถัดจากวันที่ในตาราง

0
27 มีนาคม
10
5 เมษายน
1
14 เมษายน
11
25 มีนาคม
2
3 เมษายน
12
13 เมษายน
3
23 มีนาคม
13
2 เมษายน
4
11 เมษายน
14
22 มีนาคม
5
31 มีนาคม
15
10 เมษายน
6
18 เมษายน
16
30 มีนาคม
7
8 เมษายน
17
17 เมษายน
8
28 มีนาคม
18
7 เมษายน
9
16 เมษายน


ตัวอย่าง: คำนวณหาวันอีสเตอร์ของปี 2005
1. 2005 บวก 1= 2006
2. 2006 หาร 19 = 105 เหลือเศษ 11
3. จากตาราง เศษ 11 ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม
4. วันอาทิตย์แรกถัดจากวันที่ 25 มีนาคม คือวันที่ 27 มีนาคม 2005
(ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์โบสถ์ใจสมาน)
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของชาวคริสต์ (25) ซึ่งในปีนี้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์แต่ผ่านมาหลายพันปีปัจจุบันอีสเตอร์ที่หลาย ๆ คนนึกถึงมักจะเป็นเทศกาลแห่งกระต่ายน้อยน่ารักน่าชังและไข่ช็อกโกแลตไปเสียอย่างนั้น ดูเหมือนว่ารากเหง้าของเทศกาลอีสเตอร์จะเกิดขึ้นจากการเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของชาวแองโกลแซกซอนซึ่งทำพิธีบูชาเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์คือเทพีออสเตอร์หรืออีสเตอร์ เนื่องจากกระต่ายมีพฤติกรรมผสมพันธุ์อันน่าทึ่งสัตว์ขนปุกปุยเหล่านี้จึงถูกนำมาเป็นเครื่องบูชาเทพีอีสเตอร์และดูเหมือนว่าชาวแองโกลแซกซันจะวาดภาพเทพเจ้าของพวกเขามีเศียรเป็นกระต่ายด้วยแม้จะไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดก็ตาม ในศตวรรษที่ 2 ชาวคริสต์เริ่มรู้จักพิธีนอกรีตนี้และนำมาผสมผสานกับพิธีฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์ลักษณะเดียวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในช่วงฤดูหนาวคือจัดพิธีขึ้นในวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรของโลกมากที่สุด คริสตศักราช 325 จักพรรดิคอนสแตนตินพยายามสร้างแบบแผนในการฉลองวันสำคัญทางศาสนาทั้งสองโดยจัดประชุมสภาที่เมืองไนเซียซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้ฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในวันอาทิตย์แรกหลังจากพระจันทร์เต็มดวงในวันวิษุวัต (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ของฤดูใบไม้ผลิ ข้อกำหนดดังกล่าวถูกนำมาใช้ปฏิบัติกันจนถึงปัจจุบันยกเว้นในศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ซึ่งมีปฏิทินถือปฏิบัติแตกต่างออกไปทั้งนี้เมษายายนของทุกปีตามปฏิทินดังกล่าวชาวออร์ทอดอกซ์จะจัดฉลองอีสเตอร์ในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ 21 มีนาคมถึง 25 เวลาล่วงเลยมาออสเตอร์กลายเป็นอีสเตอร์ด้วยความเคร่งครัดและยึดมั่นพิธีกรรมทางศาสนาเริ่มเข้าไปแทนที่การฉลองนอกรีตกระต่ายเปลี่ยนจากสัญลักษณ์ของการสืบพันธุ์ไปเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธ์ไร้เดียงสา อย่างไรก็ตามบันทึกของเวเนอเรเบิลบีดนักบวชผู้บันทึกเหตุการณ์การใช้ชีวิตของชาวอังกฤษในสมัยกลางระบุว่าพิธีกรรมนอกรีตยังปรากฏต่อมาอีกหลายศตวรรษซึ่งก็หมายความว่าบางครั้งอาจมีการฉลองเทศกาลอีสเตอร์ปีละ 2 ครั้ง แม้ว่าจะไม่แน่ชัดว่าการมอบไข่นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเทสกาลอีสเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ไข่ก็เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและการถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งมานานแสนนานแล้วการระบายสีสันลงบนไข่นั้นเกิดขึ้นย้อนหลังไปถึงสมัยโรมยุคโบราณคือช่วงปี 1200 ราชพงศาวดารของอังกฤษบันทึกว่ากษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 1 ทรงใช้เงิน 18 เพนนีเพื่อซื้อไข่ 450 ฟองที่ถูกระบายสีเป็นรูปใบไม้สีทองแจกจ่ายให้แก่สมาชิกของราชวงศ์ ประเพณีค่อย ๆ เป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมาอีก 500 ปีให้หลังกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสถึงกับทรงกำหนดให้อีสเตอร์เป็นประเพณีถือปฏิบัติโดยทรงขอให้พสกนิกรมอบไข่ใบใหญ่ที่สุดที่ออกมาในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์แด่พระองค์และในวันอีสเตอร์ซันเดย์พระองค์ก็จะทรงแจกไข่ระบายสีทองแก่ประชาชนและข้าราชบริพาร เช่นพิธีการและขนบธรรมเนียมของอีสเตอร์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศในประเทศที่นับถือนิกายออร์ทอดอกซ์ในกรีซจะระบายไข่เป็นสีแดงซึ่งหมายถึงโลหิตของพระเยซูและในช่วงเลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ก็จะพากันตีไข่ให้แตกรีเท่ากับเป็นการป่าวประกาศการฟื้นคืนชีพของพระเยซู ในฝรั่งเศสการตีระฆังโบสถ์ในเช้าของวันเสาร์เป็นสัญลักษณ์หมายถึงการกลับจากโรมพร้อมไข่เต็มตะกร้าทั้งนี้พิธีปฏิบัติดังกล่าวถูกห้ามระหว่างศตวรรษที่ 7 ถึงวันอีสเตอร์ซันเดย์ด้วยเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์จากวันมอนดีเทอร์สเดย์ (วันพฤหัสบดีก่อนวันอีสเตอร์) (วันอีสเตอร์) ระยะเวลาผ่านไปหลายร้อยปีแม้แต่กระต่ายอีสเตอร์ก็ได้เกิดใหม่เช่นกันกระต่ายปุกปุยแสนน่ารักที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลในปัจจุบันนั้นมีต้นกำเนิดช่วงทศวรรษ 1500 จากเรื่องราวของออชเทอร์ฮาวส์กระต่ายวิเศษที่เด็ก ๆ ชาวเยอรมันเชื่อว่าจะออกไข่ทิ้งไว้ให้ตามสวน ชาวดัตช์และชาวเยอรมันรุ่นแรกที่เดินทางข้ามมหาสมุทรไปตั้งถิ่นฐานใหม่ได้นำกระต่ายอีสเตอร์ไปสู่ทวีปอเมริกาด้วยและอีกหลายร้อยปีที่ผ่านมาการตลาดอันชาญฉลาดและการค้าช็อกโกแลตที่เติบโตขึ้นทำให้ห้างร้านต่าง ๆ ล้วนแต่มีขนมหวานรูปกระต่ายและไข่วางขายเต็มเพียบในช่วงเทศกาลอีสเตอร์แต่ละปี คำนวณวันอีสเตอร์การฉลองอีสเตอร์จะมีขึ้นในวันอาทิตย์แรกหลังพระจันทร์เต็มดวงในวันวิษุวัต (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปีที่เรารู้กว้าง ๆ คือเป็นวันอาทิตย์ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนแต่จะเป็นวันที่เท่าใดนั้นต้องอาศัยการคำนวณง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ (วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับคริสตจักรออร์ทอดอกซ์)1. นำตัวเลขปีค.ศ ที่เราต้องการหาวันอีสเตอร์บวกด้วย 12. นำผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วย 193. คำตอบในข้อ 2 จะเหลือเศษให้นำเศษมาเทียบกับตารางด้านล่าง 4. วันอีสเตอร์จะเป็นวันอาทิตย์แรกถัดจากวันที่ในตาราง027 มีนาคม105 เมษายน114 เมษายน1125 มีนาคม23 เมษายน1213 เมษายน323 มีนาคม132 เมษายน411 เมษายน1422 มีนาคม531 มีนาคม1510 เมษายน618 เมษายน1630 มีนาคม78 เมษายน1717 เมษายน828 มีนาคม187 เมษายน916 เมษายนตัวอย่าง: คำนวณหาวันอีสเตอร์ของปี 20051. 2005 บวก 1 = 20062. 2006 หาร 19 = 105 เหลือเศษ 113. จากตารางเศษ 11 ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม4. วันอาทิตย์แรกถัดจากวันที่ 25 มีนาคมคือวันที่ 27 มีนาคม 2005(ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์โบสถ์ใจสมาน)
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
เอเอฟพี - แต่ผ่านมาหลายพันปีปัจจุบันอีสเตอร์ที่หลาย ๆ คนนึกถึง คือเทพีออสเตอร์หรือ 2 ชาวคริสต์ คือ 325 (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ยกเว้นในศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ ทั้งนี้ 21 มีนาคมถึง 25 ษาเป็นยายเมนของทุกปีเวลาล่วงเลยมาออสเตอร์กลายเป็นอีสเตอร์ บันทึกของเวเนอเรเบิลบีด 2 ครั้งแม้ว่าจะไม่แน่ชัดว่าได้ คือช่วงปี 1200 ราชพงศาวดารของอังกฤษบันทึกว่ากษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 1 ทรงใช้เงิน 18 เพนนีเพื่อซื้อไข่ 450 เป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมาอีก 500 ปีให้หลังกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ในประเทศที่นับถือนิกายออร์ทอดอกซ์เช่นในกรีซ 7 (วันพฤหัสบดีก่อนวันอีสเตอร์) ถึงวันอีสเตอร์ซันเดย์ มีต้นกำเนิดช่วงทศวรรษ 1500 จากเรื่องราวของออชเทอร์ฮาวส์กระต่ายวิเศษที่เด็ก ๆ และอีกหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้ห้างร้านต่างๆ หลังพระจันทร์เต็มดวงในวันวิษุวัต (วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน) ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปีที่เรารู้กว้าง ๆ แต่จะเป็นวันที่เท่าใดนั้นต้องอาศัยการคำนวณง่ายๆดังต่อไปนี้ นำตัวเลขปีค. ศ ที่เราต้องการหาวันอีสเตอร์บวกด้วย 1 2. นำผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วย 19 3. คำตอบในข้อ 2 จะเหลือเศษให้นำเศษมาเทียบกับตารางด้านล่าง4 มีนาคม10 5 เมษายน1 14 เมษายน11 25 มีนาคม2 3 เมษายน12 13 เมษายนที่3 วันที่ 23 มีนาคม13 ที่ 2 เมษายน4 11 เมษายน14 22 มีนาคม5 วันที่ 31 มีนาคม15 10 เมษายน6 18 เมษายน16 ที่ 30 มีนาคม7 8 เมษายน17 17 เมษายนที่8 วันที่ 28 มีนาคม18 7 เมษายน9 16 เมษายนตัวอย่างarrow: คำนวณหาวันอีสเตอร์ของปี 2005 1. 2,005 บวก 1 = 2006 2. 2006 หาร 19 = 105 เหลือเศษ 11 3. จากตารางเศษ 11 ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม4 วันอาทิตย์แรกถัดจากวันที่ 25 มีนาคมคือวันที่ 27 มีนาคม






















































































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
เอเอฟพี - เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดของชาวคริสต์ซึ่งในปีนี้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันศุกร์ ( 25 ) ที่ผ่านมาเพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์แต่ผ่านมาหลายพันปีคนนึกถึงมักจะเป็นเทศกาลแห่งกระต่ายน้อยน่ารักน่าชังและไข่ช็อกโกแลตไปเสียอย่างนั้น

ดูเหมือนว่ารากเหง้าของเทศกาลอีสเตอร์จะเกิดขึ้นจากการเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของชาวแองโกลแซกซอนซึ่งทำพิธีบูชาเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ความเทพีออสเตอร์ค็อคอีสเตอร์

เนื่องจากกระต่ายมีพฤติกรรมผสมพันธุ์อันน่าทึ่งสัตว์ขนปุกปุยเหล่านี้จึงถูกนำมาเป็นเครื่องบูชาเทพีอีสเตอร์และดูเหมือนว่าชาวแองโกลแซกซันจะวาดภาพเทพเจ้าของพวกเขามีเศียรเป็นกระต่ายด้วย
ในศตวรรษที่ชาวคริสต์เริ่มรู้จักพิธีนอกรีตนี้และนำมาผสมผสานกับพิธีฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์ลักษณะเดียวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในช่วงฤดูหนาวความ 2
คริสตศักราช 325 จักพรรดิคอนสแตนตินพยายามสร้างแบบแผนในการฉลองวันสำคัญทางศาสนาทั้งสองโดยจัดประชุมสภาที่เมืองไนเซียซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้ฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในวันอาทิตย์แรก( วันที่มีกลางคืนและกลางวันเท่ากัน ) ของฤดูใบไม้ผลิ

ข้อกำหนดดังกล่าวถูกนำมาใช้ปฏิบัติกันจนถึงปัจจุบันยกเว้นในศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ซึ่งมีปฏิทินถือปฏิบัติแตกต่างออกไปทั้งนี้ตามปฏิทินดังกล่าวชาวออร์ทอดอกซ์จะจัดฉลองอีสเตอร์ในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ 2125 เมษายายนของทุกปี

เวลาล่วงเลยมาออสเตอร์กลายเป็นอีสเตอร์ด้วยความเคร่งครัดและยึดมั่นพิธีกรรมทางศาสนาเริ่มเข้าไปแทนที่การฉลองนอกรีตกระต่ายเปลี่ยนจากสัญลักษณ์ของการสืบพันธุ์ไปเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธ์ไร้เดียงสา

อย่างไรก็ตามบันทึกของเวเนอเรเบิลบีดนักบวชผู้บันทึกเหตุการณ์การใช้ชีวิตของชาวอังกฤษในสมัยกลางระบุว่าพิธีกรรมนอกรีตยังปรากฏต่อมาอีกหลายศตวรรษซึ่งก็หมายความว่าบางครั้งอาจมีการฉลองเทศกาลอีสเตอร์ปีละ 2
แม้ว่าจะไม่แน่ชัดว่าการมอบไข่นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเทสกาลอีสเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ไข่ก็เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและการถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งมานานแสนนานแล้ว
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: