คำถาม…ที่ต้องการเหตุผล ทำไมจึงต้องบังคับตัดผมเกรียน
MThainews: เรียกร้องมาโดยตลอดสำหรับ เสรีภาพบนหัวกบาล ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเรียนหลายคน ที่ต่างไม่พอใจหากต้องตัดผมเกรียน ผู้หญิงต้องตัดสั้นเสมอติ่งหู มาพร้อมกับคำถามที่ว่า ทำไมจึงต้องมีกฎเหล็กนี้ขึ้นมา และเมื่อไหร่จะถึงเวลาโละทิ้งเสียทีกับข้อบังคับเดิมๆ แม้ว่าจะเป็นที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนกันเสียที
ล่าสุด ข่าวดีรับวันเด็ก ที่ต่อไปคงจะไม่มีการบังคับให้ตัดผมเกรียน โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ให้ สป.ศธ. จัดทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อกำชับว่า ในเรื่องของทรงผมนักเรียนนั้นต้องยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2518 ซึ่งระบุไว้ว่า นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผม และนักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบ ร้อย
เกรียน
ก่อนหน้านี้ มีการถกเถียงกันว่า ตัดผมสั้นจะช่วยให้เรียนดี เรียนเก่งขึ้นหรืออย่างไร โดยมีข้อโต้แย้งกันว่า นั่นเป็นที่พึงปฏิบัติในสังคมที่ทุกคนที่อยู่ภายในกฏ ต้องปฏิบัติร่วมกัน ช่วยฝึกวินัยให้แก่เด็ก ไม่ทำอะไรตามแฟชั่น หรือตามใจอยาก และไม่ให้เป็นที่รกรุงรัง หรือมีเหาขึ้นหัวจนกลายเป็นปัญหาตามมาอีก เคยมีนักเรียนถามอาจารย์ว่าเหตุใด จึงต้องบังคับให้มีการตัดผมทรงสั้นเกรียน แต่คำตอบที่ได้คือ “ถ้ากฎแค่นี้ยังทำตามไม่ได้ กฎอื่นๆในสังคมจะบังคับใช้ได้อย่างไร”
แต่ทว่า ในยุคปัจจุบัน ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ถูกพูดถึงกันมาก เสรีภาพทุกคนย่อมเสมอกัน และทรงผมนักเรียนนั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่ทุกคนมีสิทธิบนศีรษะ เพียงแต่ทำให้สุภาพ เหมาะสมไม่จำเป็นต้องสั้นเกรียนติดหนังหัว แต่นั่นก็กลายเป็นคำถามย้อนกลับมาอีกว่า ไว้ผมยาวจะช่วยให้ฉลาดขึ้นหรือไม่
หากมองในด้านจิตวิทยาแล้ว การถูกบังคับตัดผมเกรียน จะเป็นการปลูกฝังทัศนคติของนักเรียนให้กลายเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นหรือโต้แย้งได้ เพราะอำนาจบังคับใช้นั้น ปลูกฝังให้มีทัศนคติยอมรับกฏอย่างไร้เหตุผล นำมาซึ่งสภาพจิตใจที่เครียด กังวลในเรื่องดังกล่าว หากยกเลิก จะทำให้มีความมั่นใจ เพราะใครๆก็ห่วงหน้าตาและบุคลิกของตัวเอง
เกรียน
ในแง่ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเด็กไทย ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะดีเยี่ยมนัก ผลการประเมินพบว่า การศึกษาไทยยังด้อย อยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ แม้เทียบกับประเทศอาเซียนด้วยกันก็ตาม แม้จะมีการปรับการศึกษาให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง และนักเรียนไทยใช้เวลาในห้องเรียนมากเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น
นับเป็นเวลาเกือบ 38 ปี หลังจากที่กฎกระทรวงบังคับใช้ และเพิ่งจะมาบังคับใช้ ซึ่งทรงผมดังกล่าวกลายเป็นเอกลักษณ์ของเด็กไทยทั้งชายและหญิงไปแล้ว บางคนกล่าวว่า แสดงถึงความล้าสมัย ที่มีแต่เด็กไทยตัดผมทรงเกรียน แม้ว่าทรงผมจะไม่ได้แสดงถึงคุณภาพการศึกษาไทย แต่เป็นการปรับโฉม ไขก๊อกกฎเหล็กที่จะไม่ได้บังคับเหมือนในอดีตอีก
ผมเกรียน สืบทอดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ผ่านจุดนั้นมาย่อมมองว่า เป็นการปลูกฝังระเบียบวินัย แต่พวกเขาเหล่านี้ ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ซึ่งต่างจากนักเรียน เหล่าเกรียนทั้งหลาย ผู้เผชิญปัญหานี้โดยตรงส่วนใหญ่ มองเป็นเรื่องที่ควรยกเลิก เพราะเด็กจะสนใจทรงผมตนเองมากขึ้น แต่ที่สุดแล้วก็ต้องอยู่ในกรอบของความพอดี และความเหมาะสมที่แต่ละโรงเรียนจะกำหนดให้