เครื่องดนตรีสมัยใหม่หลายชนิดมักยุ่งยากหรือเต็มไปด้วยชิ้นส่วนมากมาย ไหนจะแท่นวาง ไหนจะเก้าอี้นั่ง แต่คาฮอง (cajon) เป็นได้ทั้งกลอง แท่นวางและที่นั่ง ในกล่องๆ เดียว ด้วยความเรียบง่ายนี้อาจเป็นสาเหตุหลักให้มันได้รับความนิยมไปทั่วโลกจนเป็นหนึ่งในเครื่องตีประกอบจังหวะที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน
เรื่องราวของคาฮองเริ่มต้นขึ้นที่แอฟริกาตะวันตกซึ่งชนพื้นเมืองแถบนั้นมีวัฒนธรรมทางดนตรีที่โดดเด่นในเรื่อง จังหวะกลองและการเต้นรำ เมื่อคนเหล่านั้นถูกจับมาเป็นทาสแล้วส่งไปยังทวีปอเมริกา ทาสชาวแอฟริกาที่แถบชายฝั่งเปรูไม่มีทั้งวัสดุอุปกรณ์หรือแม้แต่โอกาสในการจะสร้างกลองพื้นเมือง เช่น กลองเจมเบ (djembe) หรือ กลองดันดัน (djun djun ) แต่สิ่งที่เขามีคือ ลังไม้ใส่สินค้าจำนวนมหาศาลที่ไม่เพียงแค่อยู่ใกล้มือเท่านั้นแต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่สะดุดตานั่นคงช่วยในการหลบเลี่ยงกฏที่ห้ามทาสไม่ให้เล่นดนตรีได้เป็นอย่างดี
ทั้งอัฟริกันและเปรูได้ถือกำเนิดขึ้น คาฮองจึงได้กลายเป็นเครื่องดนตรีเฉพาะ เพื่อการนี้การดัดแปลงในยุคแรกๆ ก็เพียงแค่การงอผนังกล่องเพื่อให้เสียงแหลมขึ้น
เมื่อได้มีการเลิกทาส คาฮองจึงได้แพร่หลายออกไป การคิดค้นทดลองใหม่ๆ จึงเกิดตามมา บางทีคนที่มีส่วนสำคัญที่สุดในการนำคาฮองไปยังผู้ฟังชาวยุโรปก็คือ นักกีตาร์ฟลาเมงโกชาวสเปนปาโค เดอ ลูเซีย (Paco de Lucía) เมื่อครั้งที่เดินทางมาเปรู เขาและมือกลองของเขา ชื่อ รูบีม ดันทัส (Rubem Dantas) ได้พบกับคาฮอง และนำมันกลับไปค้นพบวิธีที่จะนำมันมาใช้กับดนตรีฟลาเมงโก โดยการขึ้นสายกีตาร์ด้านในผนังด้านทาปา (tapa) ทำให้สามารถสร้างเสียงคล้ายกับกลองแต๊ก (snare drum) เมื่อรวมกับโทนเสียงเดิมของคาฮองทำให้มันมีเสียงใกล้เคียงกับกลองชุด (drum set) คาฮองเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วได้ถูกนำไปใช้ในดนตรีแนวอื่นๆ เช่น โฟล์ก แจ๊ส บลูส์ และ ร็อค
ทุกวันนี้ มีคาฮองเฉพาะทางมากมายได้ถูกผลิตขึ้นบ้างก็มาพร้อมกับสายที่ปรับจูนได้ บ้างก็สามารถเคาะตีได้หลายด้าน บ้างก็สามารถทำเสียงแบบกลองแต๊ก แต่แนวคิดพื้นฐานยังคงเดิมเรื่องราวของคาฮองแสดงให้เห็นว่าแม้แต่สิ่งที่เรียบง่ายที่สุดก็มีศักยภาพที่น่าทึ่งถ้าคุณคิด ทั้งในและนอกกรอบ