กีฬาปันจักสีลัตแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. การต่อสู้ (Tanding)
2. ประเภทเดี่ยวปันจักลีลา (Tunggal)
3. ประเภทคู่ปันจักลีลา (Ganda)
4. ประเภททีมปันจักลีลา (Rega)
พื้นที่สนามแข่งขัน
1. สนามแข่งขัน
1.1 สนามแข่งขันอาจจะจัดบนพื้นที่หรือเวที และปูพื้นด้วยเบาะ ซึ่งมีลักษณะราบเรียบไม่ยืดหยุ่น มีความหนาไม่เกิน 3-5 เซนติเมตร และปูทับด้วยแผ่นวัสดุที่ไม่ลื่น เป็นชิ้นเดียวกันคลุมเบาะทั้งหมดหรือแผ่นยางสังเคราะห์ มีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร
1.2 สนามแข่งขันเป็นสังเวียนที่ทำการแข่งขัน(Competition Ring) มีลักษณะเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร (เป็นบริเวณสำหรับการแข่งขันที่ผู้แข่งขัน ต้องแข่งขันภายในบริเวณนี้)
1.3 เส้นแบ่งเขต ระหว่างสนามแข่งขันกับสังเวียนที่ทำการแข่งขันมีลักษณะเป็นเส้นกว้าง 5 เซนติเมตร สีของเส้นแบ่งเขตจะต้องเป็นสีที่ตัดกับสีของพื้นที่สนามการแข่งขัน
1.4 ตรงกลางของสังเวียนที่ทำการแข่งขัน ประกอบด้วยวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร และเส้นกว้าง 5 เซนติเมตร วงกลมนี้จะเป็นเส้นแยกให้ผู้แข่งขันทั้งสองอยู่ห่างกันก่อนเริ่มต้นของการแข่งขัน
1.5 มุมทั้งสองของนักกีฬา จะตั้งอยู่ในมุมทแยงของสนามแข่งขันนอกสังเวียนที่ทำการแข่งขันมีสีแดงและสีน้ำเงิน มมน้ำเงินจะอยู่ด้านขวามือของประธานผู้ตัดสินส่วนมุมที่เหลืออีก 2 มุม เป็นมุมกลางมีสีเหลือง
2. อุปกรณ์ในบริเวณสนามแข่งขัน ประกอบด้วย :
2.1 โต๊ะและเก้าอี้สำหรับคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่
2.2 โต๊ะและเก้าอี้สำหรับกรรมการผู้ตัดสิน
2.3 นาฬิการจับเวลา ฆ้อง หรืออุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่อย่างเดียวกัน กระดิ่ง หรือ นกหวีด
2.4 สัญญาณไฟหรือสัญญาณอื่นๆ ที่ใช้ในการบอกยกแต่ละยก
2.5 ไฟสีแดงและไฟสีน้ำเงิน หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่สามารถให้สัญญาณผู้ชนะในการแข่งขัน
2.6 ธงสีแดงและน้ำเงินมีด้ามจับ ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร สำหรับกรรมการผู้ตัดสิน และธงสีเหลืองสำหรับคนจับเวลา
2.7 กระดานคะแนน (Scoring board)
2.8 ถังน้ำ แก้วน้ำพลาสติก ไม้ถูพื้น และผ้าเช็ดเท้า
2.9 อุปกรณ์อื่นๆ
อุปกรณ์การแข่งขัน
1. การแต่งกายชุดปันจักสีลัต
นักกีฬาสวมใส่ชุดปันจักสีลัตสีดำและสายคาดเอวสีขาว (ระหว่างการแข่งขันไม่ต้องใส่สายคาดเอวสีขาว) การติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ ตราสมาคมควรติดไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย ตราสมาสัมพันธ์ปันจักสีลักไว้หน้าอกด้านขวา ธงชาติติดไว้ที่แขนวาและผู้สนับสนุนต่างๆ ที่แขนด้านซ้าย (ไม่เกิน 10 cm)ขนาดของเครื่องหมายต้องไม่ใหญ่กว่าตราสมาพันธ์ปันจักสีลัต ชื่อประเทศควรติดไว้ด้านล่างข้างหลัง และห้ามสวมใส่เครื่องประดับต่างๆก่อนลงสนามทุกครั้ง
2. เกราะป้องกันลำตัว
เกราะป้องกันตัวต้องมีสีดำ ได้มาตรฐานตามที่สหพันธ์ปันจักสีลัตนานาชาติกำหนด หรือสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทยกำหนด แต่ละสนามควรมีเกราะทุกขนาด (S M L XL XXL) และสายคาดเอวสีแดงและสีน้ำเงิน
3. กระจับ
นักกีฬาทั้งชายและหญิงต้องสวมใส่กระจับลงทำการแข่งขัน(เป็นกระจับพลาสติก)
4. อนุญาตให้สวมสนับแขน ขา และใส่ฟันยาง
ระยะเวลาในการแข่งขัน
1. ระดับก่อนยุวชน ยุวชน และระดับอาวุโส การแข่งขันแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ยก ยกละ 1.30 นาที การพักระหว่างยกใช้เวลา 1 นาที ใช้เวลาทำการแข่งขัน 1.30 นาที ไม่รวมเวลาที่มีการหยุดระหว่างการแข่งขัน
2. ระดับเยาวชน และระดับประชาชน การแข่งขันแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ยก ยกละ 2 นาที การพักระหว่างยกใช้เวลา 1 นาที ใช้เวลาทำการแข่งขัน 2 นาที ไม่รวมเวลาที่มีการหยุดระหว่างการแข่งขัน
การปฏิบัติในการแข่งขัน
1. ผู้แข่งขันจะต้องให้ความร่วมมือ เมื่อลงสนามจะต้องเคารพผู้ฝึกสอน/พี่เลี้ยง และให้ความเคารพต่อผู้ชี้ขาด ประธานผู้ตัดสิน หลังจากนั้นผู้แข่งขันต้องแสดงลีลาปันจักสีลัต 6-10 ท่าโดยหันหน้าไปทางประธานผู้ตัดสินจากนั้นกลับเข้ามุมของตนเอง
2. ผู้ชี้ขาดจะเรียกผู้แข่งขันเข้ามาในบริเวณกลางสนามแข่งขัน ตรวจความพร้อมของผู้แข่งขัน และหลังจากนั้นจะสั่งผู้แข่งขันให้จับมือกัน แล้วให้ผู้แข่งขันทั้งสองยืนเตรียมพร้อมแข่งขันนอกเส้นวงกลมรัศมี 3 เมตร
3. หลังการตรวจดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันแล้ว ผู้ชี้ขาดจะสั่งให้ผู้แข่งขันเริ่มทำการแข่งขันได้
4. เมื่อถึงเวลาหยุดพักระหว่างยก ผู้แข่งขันต้องกลับไปที่มุมของตนเอง และเป็นเวลาที่พี่เลี้ยงจะปฏิบัติหน้าที่
5. หลังจากการแข่งขันยกสุดท้ายสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ชี้ขาดจะเรียกนักกีฬาทั้งคู่มายืนกลางสนามการแข่งขันเพื่อชูมือให้กับผู้ชนะทันทีที่มีการประกาศชื่อผู้ชนะการแข่งขัน และหลังจากนั้นผู้ชี้ขาดและผู้แข่งขันจะแสดงความเคารพแก่ผู้ชมการแข่งขัน
6. เมื่อได้แสดงความเคารพแก่ผู้ชมแล้ว ผู้แข่งขันทั้งสองจะจับมือกันและแสดงความเคารพต่อกัน
7. นอกจากนี้ผู้ชี้ขาดและผู้แข่งขันแล้ว จะไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าไปในสนามแข่งขัน ยกเว้นเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ชี้ขาด
กติกาในการแข่งขัน
ผู้แข่งขันควรหันหน้าเข้าหากัน และใช้ศิลปะการต่อสู้ของนักกีฬาปันจักสีลัตในการเข้ากระทำเป้าหมายตนเอง เช่น การปัดป้อง การหลบหลีก การเข้าทำ การทำให้ล้ม เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้แข่งขันต้องยอมรับในหลักการของปันจักสีลัต และต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อห้ามต่างๆที่ได้ระบุไว้
การรุก (Offensive) และการรับ (Defensive) จะต้องเริ่มจากท่าเตรียมพร้อม (Bersidia) แล้วใช้กลวิธีของการจับคู่ต่อจากนั้นก้าวเท้าหาคู่ต่อสู้แล้วใช้ท่าของการทำหรือการป้องกันให้สัมพันธ์กัน หลังจากมีการเข้าทำ หรือการป้องกันแล้ว ผู้แข่งขันต้องเข้าสู่ท่าเตรียมหรือท่าจับคู่ต่อไป
การเข้าทำในชุดหนึ่งๆ ต้องทำตามลำดับ ด้วยการพยายามใช้วิธีการเข้าทำหลายๆวิธี เพื่อให้ถึงเป้าหมาย การเข้าทำแต่ละชุดทำได้ไม่เกินชุดละ 6 ครั้งต่อเนื่อง และท่าของการทำนั้นต้องไม่ซ้ำติดต่อกัน จึงได้คะแนนรวมจากการกระทำทั้งหมด เช่น การเข้าทำโดยใช้มือ และมีลักษณะเหมือนกันทำติดต่อกันสองครั้งจะได้คะแนนเท่ากับทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
นักกีฬาสามารถโจมตู่แข่งขันที่เป้าหมายอย่างทันทีทันใดด้วยเท้าหรือมือได้ 1ครั