นอกจากนี้จะมีการทดลองเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์กรด-เบส เป็นการตรวจสอบค่าความเป็นกรด-เบส หรือ ค่า pH ของสารละลายกรด-เบสโดยใช้อินดิเคเตอร์ และเมื่อศึกษา พบว่า อินดิเคเตอร์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ แต่อินดิเคเตอร์ที่เลือกใช้บ่อยที่สุดคือ กระดาษลิตมัส เพราะสามารถสังเกตผลได้ง่ายและมีราคาถูก ซึ่งมีอยู่สองสีคือ สีน้ำเงินหรือสีฟ้าและ สีแดงหรือสีชมพู แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสารละลายกรด-เบสมีค่า pH เท่าไหร่ สามารถบอกได้เพียงว่าเป็นกรดหรือเบส ซึ่งจากการศึกษาค้าคว้าข้อมูล กระดาษลิตมัสสามารถทำจากสารสกัดธรรมชาติได้ แต่จะมีช่วงการเปลี่ยนสีที่จำกัด ผู้จัดทำจึงได้เห็นถึงแนวทางที่จะพัฒนากระดาษลิตมัสจากสารสกัดธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพที่สามารถตรวจสอบค่า pH ของสารละลายกรด-เบสได้หลายค่า เพื่อเป็นการทางเลือกในการเลือกใช้อินดิเคเตอร์ โดยใช้สารสกัดจากพืชดอกในพื้นที่อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ดอกเข็มแดง ดอกอัญชัญ ดอกดาวเรือง ดอกแพงพวยสีม่วง และดอกเฟื่องฟ้า เนื่องจากการศึกษาค้นคว้า พบว่า สารสกัดจากพืชเหล่านี้สามารถใช้เป็น อินดิเคเตอร์ตรวจสอบความเป็นกรด-เบสได้เพราะมีสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanins) เป็นรงควัตถุหรือสารสี (pigment) ที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน ใช้เป็นสารให้สีธรรมชาติ แอนโทไซยานินสามารถละลายได้ดีในน้ำ ไม่เสถียร สลายตัวได้ง่ายด้วยความร้อน ออกซิเจน แสง เมื่อโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไป สีจะเปลี่ยนไปด้วย ปัจจัยที่มีผลต่อสีของแอนโทไซยานิน คือ ความเป็นกรดเป็นด่าง เมื่อ pH เป็นกรดจะมีสีแดง เมื่อ pH สูงขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน จึงทำให้ ดอกเข็มแดง ดอกอัญชัญ ดอกแพงพวยสีม่วง และดอกเฟื่องฟ้า สามารถตรวจสอบความเป็นกรด-เบสได้ ส่วนดอกดาวเรืองมีสารที่เรียกว่า แคโรทีนอยด์ (carotenoid) เป็นรงควัตถุ (pigment) สีเหลือง ส้ม แดง และส้ม-แดง พบทั่วไปในพืช ซึ่งความเป็นกรดและเบสก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สีของ แคโรทีนอยด์เปลี่ยนไป พืชทั้ง 5 ชนิดสามารถตรวจสอบค่า pH ได้เป็นช่วง แต่เมื่อนำช่วงการเปลี่ยนสีของพืชแต่ละชนิดมาวิเคราะห์จะได้ช่วงการเปลี่ยนสีตั้งแต่ค่า pH 1-14 โดยดอกเข็มแดงจะเปลี่ยนสีในช่วงค่า pH = 6-8 ดอกอัญชันเปลี่ยนสีในช่วงค่า pH = 1-4 ดอกดาวเรืองเปลี่ยนสีในช่วงค่า pH = 9-10 ดอกแพงพวยสีม่วงเปลี่ยนสีในช่วงค่า pH = 1-2 ดอก และดอกเฟื่องฟ้าเปลี่ยนสีในช่วงค่า pH = 1-2, 12-14 และพืชทั้ง 5 ชนิดนี้เป็นพืชที่ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย มีจำนวนมาก โตเร็ว ทนต่อความแห้งแล้ง ดอกตลอดทั้งปี และยังมีสีสันที่สวยงาม ซึ่งจะทำการศึกษาโดยนำพืชทั้ง 5 ชนิดนี้มาสกัดด้วยน้ำ เมื่อได้สารสกัดแล้วนำมาผสมกันตาม 5 สัดส่วนที่กำหนดไว้ โดยในแต่ละครั้งที่ผสมจะทดสอบประสิทธิภาพด้วยสารละลายกรดแก่คือ กรดไฮโดรคลอริก และสารละลายเบสแก่คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟ ที่จะมีค่า pH ตั้งแต่ 1-14 และจะสังเกตสีของสารสกัดที่เปลี่ยนไปในแต่ละค่า pH เมื่อได้สัดส่วนที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแล้วทำการรวบรวมวิเคราะห์จัดทำแถบสีสำหรับเทียบค่า pH เพื่อบอกค่า pH ที่ทำให้สารสกัดนั้น เปลี่ยนสี