ตลาดสมาร์ทโฟนแข่งดุ จีนเปรี้ยง-โนเกียคืนชีพ
ข่าวหน้า 1 ตามเว็บไซต์การลงทุนเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา คือ ข่าวคราวการเข้าซื้อหุ้นของแอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนชื่อดัง “ไอโฟน” ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าพ่อวงการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเบิร์กไชร์ แฮธาเวย์ บริษัทที่ลงทุนในสหรัฐ เป็นมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) ทำให้ในวันเดียวกัน มูลค่าตลาดของแอปเปิ้ลก็ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่มากกว่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.39 แสนล้านบาท)
การเข้าซื้อหุ้นของเจ้าพ่อวงการตลาดหลักทรัพย์ ทำให้บรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างมองว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคาดกันว่าจะเป็น “ไอโฟน 7” ของแอปเปิ้ลจะต้องอลังการอย่างมาก สวนทางกับรายงานก่อนหน้านี้ ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของแอปเปิ้ลและซัมซุง คู่แข่งจากเกาหลีใต้กำลังลดลง
จากข้อมูลของการ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยสัญชาติอเมริกัน ระบุว่า แอปเปิ้ลขายไอโฟนไปทั้งหมด 51.6 ล้านเครื่อง ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา และได้ส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด 14.8% อย่างไรก็ตามยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดดังกล่าวกลับลดลงจาก 60.2 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งการตลาดที่ 17.9% ในไตรมาสแรกของปี 2015
ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งการตลาดของซัมซุง เจ้าตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ปรับตัวลดลงมากจาก 24.1% ในไตรมาสแรกปี 2015 เหลือ 23.2% ในไตรมาสที่ผ่านมา แม้ยอดขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 81.2 ล้านเครื่อง
คู่แข่งจากจีนมาแรงกดดันเจ้าตลาด
หนังสือพิมพ์นิกเกอิ เปิดเผยรายงานว่า เจ้าตลาดอันดับ 1 และอันดับ 2 อย่างซัมซุงและแอปเปิ้ล กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งอย่างผู้ผลิตจีน ซึ่งสามารถเจาะตลาดเกิดใหม่ได้ในราคาที่ถูกกว่า และยังกระทบกับผู้ผลิตรายอื่นในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ เช่น แอลจี และโซนี่