ปรับเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อผู้พิการ โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปเริ่มต้นจากคนในครอบครัว จะมีมุมมองทัศนคติต่อคนพิการว่าเป็นคนที่น่าสงสารน่าเวทนา เป็นบุคคลพิเศษที่ต้องดูแล อุ้มชูไปตลอด ไม่จำเป็นต้องออกมาใช้ชีวิตภายนอกให้ลำบาก “เดี๋ยวพ่อ-แม่ ดูแลให้ จัดการให้” จึงเกิดสถานสงเคราะห์มากมายไว้สำหรับรองรับผู้พิการ เลี้ยงดูผู้พิการ มีสถานศึกษาสำหรับคนพิการมีสถานที่ฝึกอาชีพ แต่ทุกอย่างล้วนแยกคนพิการออกไปอยู่เป็นอีกพวกหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าผู้พิการจะต้องมีสถานที่เฉพาะ ไม่มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปสิ่งที่สังคมทำให้คือการสงเคราะห์และเวทนา เพราะคิดว่าผู้พิการนั้นเป็นผู้ที่ไร้ความสามารถ จึงจำเป็นจะต้องมีสถานสงเคราะห์ เงินสงเคราะห์ ฯลฯ เหมือนจะต้องรับภาระนี้ไปตลอดไม่มีวันสิ้นสุด แต่สังคมไม่เคยมองถึงพื้นฐานความเป็นมนุษย์หรือสิทธิมนุษย์ชน (Rights base) เลยว่าแท้ที่จริงแล้วผู้พิการเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงแค่ขาดความสมบูรณ์ของร่างกายไปบางส่วน สิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึงจะได้รับคนพิการก็ต้องการเช่นกัน ผู้พิการไม่ได้ต้องการสิทธิพิเศษ ไม่ต้องการสถานศึกษาพิเศษ ถ้าสถานศึกษานั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ไม่ต้องการขอวัสดุพื้นผิวต่างสัมผัส และทางลาดภายในวัด ถ้าภายในวัดมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รองรับการใช้งาน ไม่ต้องการขอลดค่าโดยสาร ถ้าระบบขนส่งนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ไม่ต้องการเงินสงเคราะห์ ถ้าหากเปิดโอกาสให้ผู้พิการทำงานอย่างทั่วถึง และสิ่งสำคัญคือทุกๆ สถานที่นั้นจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงให้คนพิการได้เข้าไปสู่สังคม ได้มีการสร้างปฏิสัมพันธ์ การศึกษา อาชีพ การเข้าถึงข่าวสารสาระต่างๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างที่มนุษย์ธรรมดาควรจะเป็น