ฝางเป็นพืชที่มีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพรและสามารถนำไปทำเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มสมุนไพรได้ ซึ่งเนื้อไม้และแก่นของไม้มีสีแดง ในฝางมีสารประกอบสำคัญ ได้แก่ สารบลาซิลิน (Brazilin) บลาซิลิอิน (Brazilein) เป็นที่ให้สีชมพูส้มถึงแดง โดยสารดังกล่าวมีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ในการศึกษาครั้งนี้จึงได้ทำการนำสารสกัดน้ำสมุนไพรฝางมาปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง ที่ 3, 5, 7 และ 9 เพื่อนำมาทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ Bacillus cereus, Staphylococcus aureus, Escherichia coli และ Salmonella Typhimurium ด้วยวิธี Agar well diffusion method สารสกัดน้ำสมุนไพรฝางมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Bacillus cereus ได้ดีทีสุดที่ความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงพีเอช 7 มีขนาดโซนยับยั้งเท่ากับ 39.63±0.57 มิลลิเมตร และมีประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีค่าสูงที่สุด ในสารสกัดน้ำสมุนไพรฝางในแต่ละวิธี ได้แก่ วิธี DPPH radical scavenging assay ที่ค่าความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงพีเอช 9 ลำดับถัดมาเป็นวิธี FRAP assay ที่ค่าความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงพีเอช 7 และลำดับสุดท้ายวิธี ABTS assay ที่ค่าความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงพีเอช 5
4. ประสิทธิภาพของสารประกอบฟีนอลิกที่มีค่าสูงที่สุด ในสารสกัดน้ำสมุนไพรฝาง ที่ค่าความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงพีเอช 7 สารสกัดน้ำสมุนไพรฝางแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่ มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 16.00±0.57 มิลลิเมตร
ประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีค่าสูงที่สุด ในผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่ พบว่า มีค่าความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้ง 3 วิธี ได้แก่ DPPH radical scavenging assay, FRAP assay และ ABTS assay
ประสิทธิภาพของสารประกอบฟีนอลิกที่มีค่าสูงที่สุด ในผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่ ที่ค่าความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเมื่อนำสารสกัดน้ำสมุนไพรฝางไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่ ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระลดลง เกิดจากการสลายตัวของความร้อนซึ่งเป็นปัจจัยหลักของสารต้านอนุมูลอิสระ