2) ระยะดำเนินการ
(1) การป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรและการชะล้างดินตะกอนสู่แหล่งน้ำ ควรแนะนำให้เกษตรกรใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น สารปราบศัตรูพืชชนิดสารอินทรีย์ฟอสเฟต คาร์บาเมต หรือสารสกัดจากสมุนไพรรวมทั้งการใช้ปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรที่ถูกต้องเหมาะสมป้องกันการตกค้างปนเปื้อนในดินและน้ำ โดยขอความร่วมมือเพิ่มเติมจากกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น
(2) ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมส่งเสริมการเกษตรในการให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน
3.1.5.4 มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
1) ระยะก่อสร้าง
ติดตามตรวจสอบ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำผิวดิน ในพื้นที่โครงการ โดยทำการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตามค่าดัชนีคุณภาพน้ำ ดังต่อไปนี้ pH, DO, BOD, Salinity, ความขุ่น, SS, TDS, EC, ไนเตรท, ฟอสฟอรัส คลอไรด์ความกระด้าง คาร์บอเนต ไบคาร์บอเนต แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม เหล็ก สารหนู แมงกานีส แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม Sodium Adsorption Ratio (SAR) Soluble Sodium Percentage (SSP) Residual Sodium Carbonate (RSC) และสารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ชนิดที่มีคลอรีนทั้งหมดทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง ปีละ 2 ครั้ง คือ ในฤดูแล้ง และในฤดูฝน จำนวน 10 สถานี ในระยะก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่เมื่อมีการก่อสร้างโครงการ
2) ระยะดำเนินการ
(1) ทางโครงการดำเนินการขอความร่วมมือจากกรมวิชากการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน หรือหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ
(2) ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง ปีละ 2 ครั้ง คือ ในฤดูแล้ง และในฤดูฝน จำนวน 10 สถานีในระยะก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่เมื่อมีการก่อสร้างโครงการทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนจำนวน 10 สถานีดำเนินการในช่วง 3 ปีแรกดำเนินการทุกปี (ปีที่ 6-8) และตั้งแต่ปีที่ 4-10 เริ่มดำเนินการทุก 2 ปี ได้แก่ ปีที่ 10 ปีที่ 12 และปีที่ 14
3.1.6 อุทกธรณีวิทยาและคุณภาพน้ำใต้ดิน
3.1.6.1 สภาพแวดล้อมปัจจุบัน
จากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดินในพื้นที่ลำปาวฝั่งขวาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนตุลาคม 2554) ใน 6 สถานีตัวแทนพื้นที่ พบว่าพื้นที่ต้นน้ำโดยทั่วไปแหล่งใต้ดินมีคุณภาพดีอยู่ในเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมและมีเพียงพารามิเตอร์อีโคไลพารามิเตอร์บางสถานีที่มีค่าเกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมแต่ไม่เกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดของมาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ ส่วนพื้นที่ต้นน้ำ และกลางน้ำมี 3 สถานีจาก 5 สถานีที่มีค่าคุณภาพน้ำบางพารามิเตอร์เกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสม และเกณฑ์อนุโลมสูงสุด โดยเฉพาะค่าความกระด้าง ของแข็งละลายได้ทั้งหมด ตลอดจนโลหะหนัก
3.1.6.2 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
2) ระยะดำเนินการ
(1) การป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรและการชะล้างดินตะกอนสู่แหล่งน้ำ ควรแนะนำให้เกษตรกรใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น สารปราบศัตรูพืชชนิดสารอินทรีย์ฟอสเฟต คาร์บาเมต หรือสารสกัดจากสมุนไพรรวมทั้งการใช้ปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรที่ถูกต้องเหมาะสมป้องกันการตกค้างปนเปื้อนในดินและน้ำ โดยขอความร่วมมือเพิ่มเติมจากกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น
(2) ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมส่งเสริมการเกษตรในการให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน
3.1.5.4 มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
1) ระยะก่อสร้าง
ติดตามตรวจสอบ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำผิวดิน ในพื้นที่โครงการ โดยทำการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตามค่าดัชนีคุณภาพน้ำ ดังต่อไปนี้ pH, DO, BOD, Salinity, ความขุ่น, SS, TDS, EC, ไนเตรท, ฟอสฟอรัส คลอไรด์ความกระด้าง คาร์บอเนต ไบคาร์บอเนต แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม เหล็ก สารหนู แมงกานีส แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม Sodium Adsorption Ratio (SAR) Soluble Sodium Percentage (SSP) Residual Sodium Carbonate (RSC) และสารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ชนิดที่มีคลอรีนทั้งหมดทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง ปีละ 2 ครั้ง คือ ในฤดูแล้ง และในฤดูฝน จำนวน 10 สถานี ในระยะก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่เมื่อมีการก่อสร้างโครงการ
2) ระยะดำเนินการ
(1) ทางโครงการดำเนินการขอความร่วมมือจากกรมวิชากการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน หรือหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ
(2) ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง ปีละ 2 ครั้ง คือ ในฤดูแล้ง และในฤดูฝน จำนวน 10 สถานีในระยะก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่เมื่อมีการก่อสร้างโครงการทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนจำนวน 10 สถานีดำเนินการในช่วง 3 ปีแรกดำเนินการทุกปี (ปีที่ 6-8) และตั้งแต่ปีที่ 4-10 เริ่มดำเนินการทุก 2 ปี ได้แก่ ปีที่ 10 ปีที่ 12 และปีที่ 14
3.1.6 อุทกธรณีวิทยาและคุณภาพน้ำใต้ดิน
3.1.6.1 สภาพแวดล้อมปัจจุบัน
จากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดินในพื้นที่ลำปาวฝั่งขวาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนตุลาคม 2554) ใน 6 สถานีตัวแทนพื้นที่ พบว่าพื้นที่ต้นน้ำโดยทั่วไปแหล่งใต้ดินมีคุณภาพดีอยู่ในเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมและมีเพียงพารามิเตอร์อีโคไลพารามิเตอร์บางสถานีที่มีค่าเกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมแต่ไม่เกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดของมาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ ส่วนพื้นที่ต้นน้ำ และกลางน้ำมี 3 สถานีจาก 5 สถานีที่มีค่าคุณภาพน้ำบางพารามิเตอร์เกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสม และเกณฑ์อนุโลมสูงสุด โดยเฉพาะค่าความกระด้าง ของแข็งละลายได้ทั้งหมด ตลอดจนโลหะหนัก
3.1.6.2 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การแปล กรุณารอสักครู่..

2 ) ระยะดำเนินการ
( 1 ) การป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรและการชะล้างดินตะกอนสู่แหล่งน้ำควรแนะนำให้เกษตรกรใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นสารปราบศัตรูพืชชนิดสารอินทรีย์ฟอสเฟตคาร์บาเมตโดยขอความร่วมมือเพิ่มเติมจากกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรเป็นต้น
( 2 ) ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมส่งเสริมการเกษตรในการให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ในการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
3.1.5.41 ) ระยะก่อสร้าง
ติดตามตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำผิวดินในพื้นที่โครงการโดยทำการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำตามค่าดัชนีคุณภาพน้ำดังต่อไปนี้ pH , DO , BOD , ความเค็ม , ความขุ่น SS TDS , EC , ไนเตรท ,ฟอสฟอรัสคลอไรด์ความกระด้างคาร์บอเนตไบคาร์บอเนตแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มเหล็กสารหนูแมงกานีสแคดเมียมตะกั่วปรอทโซเดียมแคลเซียมแมกนีเซียมอัตราส่วนการดูดซับโซเดียม ( SAR ) ละลายโซเดียม( SSP ) ที่เหลือ โซเดียม คาร์บอเนต ( อากาศ ) และสารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ชนิดที่มีคลอรีนทั้งหมดทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างปีละ 2 ครั้งความในฤดูแล้งและในฤดูฝนจำนวน 10 สถานีในระยะก่อสร้าง2 ) ระยะดำเนินการ
( 1 ) ทางโครงการดำเนินการขอความร่วมมือจากกรมวิชากการเกษตรกรมพัฒนาที่ดินหรือหน่วยงานอื่นๆในพื้นที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ
( 2 ) ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในช่วงระยะเวลาการก่อสร้างปีละ 2 ครั้งความในฤดูแล้งและในฤดูฝนจำนวน 10 สถานีในระยะก่อสร้างเริ่มตั้งแต่เมื่อมีการก่อสร้างโครงการทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินปีละ 2 ครั้ง10 สถานีดำเนินการในช่วง 3 ปีแรกดำเนินการทุกปี ( ปีที่ 6-8 ) และตั้งแต่ปีที่ 4-10 เริ่มดำเนินการทุก 2 . ได้แก่ปีที่ 10 ปีที่ 12 และปีที่ 14
3.1.6 อุทกธรณีวิทยาและคุณภาพน้ำใต้ดินสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
3.1.6.1จากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดินในพื้นที่ลำปาวฝั่งขวาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในช่วงปลายฤดูฝน ( เดือนตุลาคม 2554 6 สถานีตัวแทนพื้นที่ ) theพบว่าพื้นที่ต้นน้ำโดยทั่วไปแหล่งใต้ดินมีคุณภาพดีอยู่ในเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมและมีเพียงพารามิเตอร์อีโคไลพารามิเตอร์บางสถานีที่มีค่าเกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมแต่ไม่เกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดของมาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ส่วนพื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำมี 3 สถานีจาก 5 สถานีที่มีค่าคุณภาพน้ำบางพารามิเตอร์เกินเกณฑ์กำหนดที่เหมาะสมและเกณฑ์อนุโลมสูงสุดโดยเฉพาะค่าความกระด้างของแข็งละลายได้ทั้งหมดตลอดจนโลหะหนัก
3.1.6.2 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การแปล กรุณารอสักครู่..
