มารี คูรี เป็นบุตรีของศาสตราจารย์ วลาดิสลาฟ สโคลโดว์สกา มารีได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาวิทยาศาสตร์จากบิดาตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอสนใจวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยซอร์บอน ประเทศฝรั่งเศส เธอได้พบรักกับ ปีแอร์ คูรี่ นักเคมีและฟิสิกส์ ทั้งสองแต่งงานกันในปี 1895 มารีและปิแอร์ร่วมกันค้นคว้าเกี่ยวกับรังสียูเรเนียม ทั้งสองพบแสงที่ปรากฏออกมาจากธาตุยูเรเดียม ทำให้ภาพถ่ายมีรอยเมื่อห่ออยู่ในกระดาษสีดำ มารีจึงตัดสินใจค้นคว้าเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ในปีค.ศ. 1879 มาดามคูรีให้กำเนิดบุตรสาวชื่อไอรีน ซึ่งต่อมาไอรีนกลายเป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงได้รับรางวัลโนเบลไพร๊ซ์ในปีค.ศ.1935
ทั้งสองศึกษาและค้นคว้าอย่างจริงจังจนพบแร่ที่เรียกว่า " พิทซ์เบลนด์ " มารีให้ชื่อแร่ที่พบว่าโปโลเนี่ยม และเปลี่ยนมาเป็นเรเดียมซึ่งมีคุณสมบัติสูงกว่ายูเรเดียมถึง2ล้าน5แสนเท่า ทั้งคู่พบรังสีเรเดียมที่ทำให้รู้สึกร้อนต่อผิวหนัง คุณสมบัตินี้นำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเนื้อร้ายได้ช่วยให้คนรอดชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งสองได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ. 1903 และด้รับเหรียญเดวีจากสมาคมวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ในปีค.ศ. 1906 ปีแอร์ประสบอุปัทวเหตุเสียชีวิต มารีเสียใจมากจนเกือบจะทิ้งผลงานที่ค้างไว้ แต่หลังจากนั้นเธอก็หันกลับมาค้นคว้างานของเธอ จนประสบความสำเร็จอีกครั้งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีใปี1911 ภายหลังมารีได้ป่วยจากการอ่อนเพลีย หมดแรงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเธออยู่กับรังสีของแร่เรเดียมมากจนในค.ศ.1934เธอก็เสียชีวิตลง