ข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย การแปล - ข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉีย ไทย วิธีการพูด

ข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านต

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทิศเหนือติดกับจีน

ทิศตะวันตกติดกับลาว

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับกัมพูชา

ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้และอ่าว Tonkin

ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย

พื้นที่331,690 ตารางกิโลเมตร(ประมาณพื้นที่ 3 ใน 5 ของไทย

เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi)

ประชากร 86 ล้านคน (2550)

ภูมิอากาศ

อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิต่ำสุดกับสูงสุดอยู่ระหว่าง 5 องศาเซลเซียสถึง 37 องศาเซลเซียส และมีฝนตกระหว่างช่วงพฤษภาคม – กันยายน

ภาษา:ภาษาเวียดนาม

ศาสนา: ศาสนาพุทธ (มหายาน) มีจำนวนผู้นับถือมากที่สุด

หน่วยเงินตรา: เงินด่ง (1 บาท : ประมาณ 500 ด่อง ณ กุมภาพันธ์ 2551)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ :(GDP) 73.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

รายได้ประชาชาติต่อหัว :(GNI per capita) 835 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.5 (ช่วงครึ่งแรกของปี 2551)

รูปแบบการปกครองระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (Communist Party of Vietnam)

ประมุข

นายเหวียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) ประธานาธิบดี

หัวหน้ารัฐบาล

นายเหวียน เติน ซุง (Nguyen Tan Dung) นายกรัฐมนตรี

นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์

รัฐบาลปัจจุบัน



1.การเมืองการปกครอง

1.1 การเมืองของเวียดนามมีเสถียรภาพและเอกภาพสูง อีกทั้งมีการกระจายอำนาจการบริหารในทางเศรษฐกิจแก่แต่ละจังหวัดเพื่อพัฒนา และส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งในการเปลี่ยนผู้นำครั้งล่าสุดภายหลังการประชุมสมัชชาพรรคมิวนิสต์ เวียดนามสมัยที่ 10 เมื่อปี 2549 ได้มีการเลือกตั้งผู้นำที่มาจากทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและมีภาพลักษณ์ของผู้นำรุ่นใหม่

1.2 ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนาม สมัยที่ 12 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ได้ให้การรับรองสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวน 493 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 876 คน เป็นสมาชิกสภาแห่งชาติหน้าใหม่ 345 คน โดยได้เลือกผู้นำเวียดนาม 3 คน ได้แก่ นายเหวียน เติน ซุง นายกรัฐมนตรี นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และนายเหวียน มินห์ เจี๊ยต ประธานาธิบดี ซึ่งได้คะแนนเสียงร้อยละ 99.1 91.2และ 89.7 ตามลำดับ และเลือกคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีจำนวน 5 คน และรัฐมนตรีจำนวน 22 คน รัฐมนตรีส่วนใหญ่จะได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 80 ขึ้นไป

2. เศรษฐกิจและสังคม

2.เวียดนามมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบาย ปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย” (Doi Moi) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2529 ปัจจุบันเวียดนามพยายามปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550

ในการพัฒนา ประเทศ เวียดนามได้ดำเนินการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ระหว่างปี 2549-2553 ซึ่งสรุปเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปี ดังนี้

(1) ดำเนินการตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย” (Doi Moi) เพื่อให้อัตราการเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตร้อยละ 8 หรือมากกว่าภายในปี 2553 (ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 94 - 98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

(2) สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยมเพื่อก้าวสู่ความเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและทันสมัยภายในปี 2563

(3) พัฒนา knowledge - based economy

(4) ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ เวียดนามมีนโยบายเน้นหนักเรื่องการส่งเสริมธุรกิจเอกชน เร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ และเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ

2.2 ปัจจุบัน เวียดนามประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ธนาคารชาติเวียดนามต้องประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาโดยปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยพื้นฐานจากร้อยละ12 เป็นร้อยละ 14 และประกาศปรับความเคลื่อนไหวในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด่องกับดอลลาร์สหรัฐ ไม่เกินร้อยละ 2 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวร้อยละ 6.5 ในขณะที่มีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 26.8 ในเดือนมิถุนายน 2551

2.3ด้านการค้าระหว่างประเทศ เวียดนามยังคงขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เป็นมูลค่า 16,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 45,500 ล้านดอลลร์สหรัฐ และส่งออก 28,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การแก้ไขภาวะการขาดดุลการค้าเป็นปัญหาท้าทายสำหรับเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรและวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง

2.4 เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าประมงเป็นสำคัญ
โดย ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับสองรองจากไทย (ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี) ส่งออกพริกไทยดำและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์มากที่สุดในโลก ส่งออกกาแฟเป็นอันดับสองของโลก ส่งออกยางพาราเป็นอันดับสี่ของโลก และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบมากเป็นอันดับสามในเอเชีย

2.5นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพและบรรยากาศการลงทุนใน เวียดนาม โดยสะท้อนในรูปของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเวียดนามในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 มีมูลค่าสูงถึง 31,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ถึง 3.7 เท่า การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมากอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การสำรอง เงินตราต่างประเทศของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทิศเหนือติดกับจีน

ทิศตะวันตกติดกับลาว

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับกัมพูชา

ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้และอ่าว Tonkin

ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย

พื้นที่331, 690 ตารางกิโลเมตร (ของไทยประมาณพื้นที่ 3 ใน 5

เมืองหลวง: กรุงฮานอย (ฮานอย)

ประชากร 86 ล้านคน (2550)

ภูมิอากาศ

และมีฝนตกระหว่างช่วงพฤษภาคมองศาเซลเซียสองศาเซลเซียสถึง 37 อากาศร้อนชื้นอุณหภูมิต่ำสุดกับสูงสุดอยู่ระหว่าง 5 – กันยายน

ภาษา:ภาษาเวียดนาม

ศาสนา: มีจำนวนผู้นับถือมากที่สุดศาสนาพุทธ (มหายาน)

หน่วยเงินตรา: เงินด่ง (วรรคที่ 1: ประมาณ 500 ด่องณกุมภาพันธ์ 2551)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: (GDP) 73.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

รายได้ประชาชาติต่อหัว:(GNI per capita) ดอลลาร์สหรัฐ 835 (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 65 (ช่วงครึ่งแรกของปี 2551)

รูปแบบการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (พรรคคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม)

ประมุข

นายเหวียนมินห์เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) ประธานาธิบดี

หัวหน้ารัฐบาล

นายกรัฐมนตรีนายเหวียนเตินซุง (เหงียนตันมูล)

นายหน่งดึ๊กหมั่น (หนองดุคมานคอง) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์

รัฐบาลปัจจุบัน



1.การเมืองการปกครอง

11 การเมืองของเวียดนามมีเสถียรภาพและเอกภาพสูงอีกทั้งมีการกระจายอำนาจการบริหารในทางเศรษฐกิจแก่แต่ละจังหวัดเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เวียดนามสมัยที่ 10 เมื่อปี ๒๕๔๙ ได้มีการเลือกตั้งผู้นำที่มาจากทั้งภาคเหนือและภาคใต้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและมีภาพลักษณ์ของผู้นำรุ่นใหม่

12 ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนามสมัยที่ 12 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ได้ให้การรับรองสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวน 493 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 876 คนเป็นสมาชิกสภาแห่งชาติหน้าใหม่ 345 คน 3 คนได้แก่นายเหวียนเตินซุงนายกรัฐมนตรีนายหน่งดึ๊กหมั่นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และนายเหวียนมินห์เจี๊ยตประธานาธิบดีซึ่งได้คะแนนเสียงร้อยละ 991 91.2และ 89.7 ตามลำดับและเลือกคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีจำนวน 5 คนและรัฐมนตรีจำนวน 22 คนรัฐมนตรีส่วนใหญ่จะได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 80 ขึ้นไป

2 เศรษฐกิจและสังคม

2เวียดนามมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ "โด่ยเหมย" (ดอยอย) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2529 ปัจจุบันเวียดนามพยายามปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ (องค์การ) ซึ่งเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550

ในการพัฒนาประเทศเวียดนามได้ดำเนินการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ระหว่างปี 2549-2553 ซึ่งสรุปเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีดังนี้

(1) ดำเนินการตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ "โด่ยเหมย" (ดอยอย) เพื่อให้อัตราการเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตร้อยละ 8 หรือมากกว่าภายในปี 2553 (94-98 ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

(2) ความรู้สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยมเพื่อก้าวสู่ความเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและทันสมัยภายในปี 2563

(3) พัฒนา - เศรษฐกิจตาม

(4) ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งนี้เวียดนามมีนโยบายเน้นหนักเรื่องการส่งเสริมธุรกิจเอกชนเร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ และเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ

22 ปัจจุบันเวียดนามประสบปัญหาทางเศรษฐกิจทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องกับเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้ธนาคารชาติเวียดนามต้องประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาโดยปรับขึ้นอัตรา เป็นร้อยละ 14 และประกาศปรับความเคลื่อนไหวในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด่องกับดอลลาร์สหรัฐไม่เกินร้อยละ 2 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวร้อยละ 65 ในเดือนมิถุนายนในขณะที่มีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 26.8 2551

2.3ด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยมีมูลค่าการนำเข้าล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นมูลค่า 16,900 เวียดนามยังคงขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 45500 ล้านดอลลร์สหรัฐและส่งออก 28600 ล้านดอลลาร์สหรัฐการแก้ไขภาวะการขาดดุลการค้าเป็นปัญหาท้าทายสำหรับเวียดนามเนื่องจากเวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรและวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง

24 เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าประมงเป็นสำคัญ
โดยปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับสองรองจากไทย (ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี) ส่งออกพริกไทยดำและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์มากที่สุดในโลกส่งออกกาแฟเป็นอันดับสองของโลก และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบมากเป็นอันดับสามในเอเชีย

2.5นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพและบรรยากาศการลงทุนใน เวียดนาม (FDI) ของโดยสะท้อนในรูปของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเวียดนามในช่วง 6 มีมูลค่าสูงถึงเดือนแรกของปี 2551 31600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ถึง 37 เท่าการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมากอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การสำรองเงินตราต่างประเทศของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทิศเหนือติดกับจีน

ทิศตะวันตกติดกับลาว

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับกัมพูชา

ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้และอ่าว Tonkin

ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย

พื้นที่331,690 ตารางกิโลเมตร(ประมาณพื้นที่ 3 ใน 5 ของไทย

เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi)

ประชากร 86 ล้านคน (2550)

ภูมิอากาศ

อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิต่ำสุดกับสูงสุดอยู่ระหว่าง 5 องศาเซลเซียสถึง 37 องศาเซลเซียส และมีฝนตกระหว่างช่วงพฤษภาคม – กันยายน

ภาษา:ภาษาเวียดนาม

ศาสนา: ศาสนาพุทธ (มหายาน) มีจำนวนผู้นับถือมากที่สุด

หน่วยเงินตรา: เงินด่ง (1 บาท : ประมาณ 500 ด่อง ณ กุมภาพันธ์ 2551)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ :(GDP) 73.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

รายได้ประชาชาติต่อหัว :(GNI per capita) 835 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.5 (ช่วงครึ่งแรกของปี 2551)

รูปแบบการปกครองระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (Communist Party of Vietnam)

ประมุข

นายเหวียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) ประธานาธิบดี

หัวหน้ารัฐบาล

นายเหวียน เติน ซุง (Nguyen Tan Dung) นายกรัฐมนตรี

นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์

รัฐบาลปัจจุบัน



1.การเมืองการปกครอง

1.1 การเมืองของเวียดนามมีเสถียรภาพและเอกภาพสูง อีกทั้งมีการกระจายอำนาจการบริหารในทางเศรษฐกิจแก่แต่ละจังหวัดเพื่อพัฒนา และส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งในการเปลี่ยนผู้นำครั้งล่าสุดภายหลังการประชุมสมัชชาพรรคมิวนิสต์ เวียดนามสมัยที่ 10 เมื่อปี 2549 ได้มีการเลือกตั้งผู้นำที่มาจากทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและมีภาพลักษณ์ของผู้นำรุ่นใหม่

1.2 ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนาม สมัยที่ 12 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ได้ให้การรับรองสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวน 493 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 876 คน เป็นสมาชิกสภาแห่งชาติหน้าใหม่ 345 คน โดยได้เลือกผู้นำเวียดนาม 3 คน ได้แก่ นายเหวียน เติน ซุง นายกรัฐมนตรี นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และนายเหวียน มินห์ เจี๊ยต ประธานาธิบดี ซึ่งได้คะแนนเสียงร้อยละ 99.1 91.2และ 89.7 ตามลำดับ และเลือกคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีจำนวน 5 คน และรัฐมนตรีจำนวน 22 คน รัฐมนตรีส่วนใหญ่จะได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 80 ขึ้นไป

2. เศรษฐกิจและสังคม

2.เวียดนามมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบาย ปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย” (Doi Moi) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2529 ปัจจุบันเวียดนามพยายามปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550

ในการพัฒนา ประเทศ เวียดนามได้ดำเนินการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ระหว่างปี 2549-2553 ซึ่งสรุปเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปี ดังนี้

(1) ดำเนินการตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย” (Doi Moi) เพื่อให้อัตราการเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตร้อยละ 8 หรือมากกว่าภายในปี 2553 (ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 94 - 98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

(2) สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยมเพื่อก้าวสู่ความเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและทันสมัยภายในปี 2563

(3) พัฒนา knowledge - based economy

(4) ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ เวียดนามมีนโยบายเน้นหนักเรื่องการส่งเสริมธุรกิจเอกชน เร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ และเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ

2.2 ปัจจุบัน เวียดนามประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ธนาคารชาติเวียดนามต้องประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาโดยปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยพื้นฐานจากร้อยละ12 เป็นร้อยละ 14 และประกาศปรับความเคลื่อนไหวในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด่องกับดอลลาร์สหรัฐ ไม่เกินร้อยละ 2 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวร้อยละ 6.5 ในขณะที่มีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 26.8 ในเดือนมิถุนายน 2551

2.3ด้านการค้าระหว่างประเทศ เวียดนามยังคงขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เป็นมูลค่า 16,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 45,500 ล้านดอลลร์สหรัฐ และส่งออก 28,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การแก้ไขภาวะการขาดดุลการค้าเป็นปัญหาท้าทายสำหรับเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรและวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง

2.4 เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าประมงเป็นสำคัญ
โดย ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับสองรองจากไทย (ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี) ส่งออกพริกไทยดำและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์มากที่สุดในโลก ส่งออกกาแฟเป็นอันดับสองของโลก ส่งออกยางพาราเป็นอันดับสี่ของโลก และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบมากเป็นอันดับสามในเอเชีย

2.5นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพและบรรยากาศการลงทุนใน เวียดนาม โดยสะท้อนในรูปของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเวียดนามในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 มีมูลค่าสูงถึง 31,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ถึง 3.7 เท่า การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมากอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การสำรอง เงินตราต่างประเทศของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทิศเหนือติดกับจีนทิศตะวันตกติดกับลาว









ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับกัมพูชาทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้และอ่าวตังเกี๋ยทิศใต้ติดกับอ่าวไทย

พื้นที่ 331690 ตารางกิโลเมตร ( ประมาณพื้นที่ 3 the 5 ของไทย

เมืองหลวง : กรุงฮานอย ( ฮานอย )

ประชากร 86 ล้านคน ( 2550 )



ภูมิอากาศอากาศร้อนชื้นอุณหภูมิต่ำสุดกับสูงสุดอยู่ระหว่าง 5 องศาเซลเซียสถึง 37 องศาเซลเซียสและมีฝนตกระหว่างช่วงพฤษภาคม–กันยายน

ภาษา : ภาษาเวียดนาม

ศาสนา : ศาสนาพุทธ ( มหายาน ) มีจำนวนผู้นับถือมากที่สุด

หน่วยเงินตรา :เงินด่ง ( 1 บาท : ประมาณ 500 ด่องณกุมภาพันธ์ 2551 )

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( GDP ) พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 73.5 . 2550 )

รายได้ประชาชาติต่อหัว ( GNI ต่อหัว ( 835 ดอลลาร์สหรัฐ . 2550 )

การขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 65 ( ช่วงครึ่งแรกของปี 2551 )

รูปแบบการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ( พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย )

ประมุข

นายเหวียนมินห์เจี๊ยต ( Nguyen Minh เจี๊ยต ) หัวหน้ารัฐบาล with



นายเหวียนเตินซุง ( Nguyen Tan Dung ) นายกรัฐมนตรี

นายหน่งดึ๊กหมั่น ( นงดึ๊กแหม่ง ) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์รัฐบาลปัจจุบัน





1 . การเมืองการปกครอง

11 การเมืองของเวียดนามมีเสถียรภาพและเอกภาพสูงอีกทั้งมีการกระจายอำนาจการบริหารในทางเศรษฐกิจแก่แต่ละจังหวัดเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเวียดนามสมัยที่ 10 เมื่อปีได้มีการเลือกตั้งผู้นำที่มาจากทั้งภาคเหนือและภาคใต้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและมีภาพลักษณ์ของผู้นำรุ่นใหม่
ชื่อเรื่อง
12 ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนามสมัยที่ 12 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ได้ให้การรับรองสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวน 493 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 876 คนเป็นสมาชิกสภาแห่งชาติหน้าใหม่ 345 คน3 คนได้แก่นายเหวียนเตินซุงนายกรัฐมนตรีนายหน่งดึ๊กหมั่นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และนายเหวียนมินห์เจี๊ยต with ซึ่งได้คะแนนเสียงร้อยละ 991 91.2 และร้อยละ 89.7 ตามลำดับและเลือกคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีจำนวน 5 คนและรัฐมนตรีจำนวน 22 คนรัฐมนตรีส่วนใหญ่จะได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 80 ขึ้นไป

2 เศรษฐกิจและสังคม

2เวียดนามมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ " โด่ยเหมย " ( Doi Moi ) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2529 ปัจจุบันเวียดนามพยายามปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ( WTO ) ซึ่งเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550

ในการพัฒนาประเทศเวียดนามได้ดำเนินการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ระหว่างปีอาร์เอสซึ่งสรุปเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาประเทศในช่วงดังนี้

5 .( 1 ) ดำเนินการตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ " โด่ยเหมย " ( Doi Moi ) เพื่อให้อัตราการเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตร้อยละ 8 หรือมากกว่าภายในปี 2553 ( ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 94 - 98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ )

( 2 ) สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยมเพื่อก้าวสู่ความเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและทันสมัยภายในปี 2563

( 3 ) พัฒนาฐานความรู้เศรษฐกิจ

( 4 ) ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งนี้เวียดนามมีนโยบายเน้นหนักเรื่องการส่งเสริมธุรกิจเอกชนเร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่างจะและเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ

22 ปัจจุบันเวียดนามประสบปัญหาทางเศรษฐกิจทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องกับเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้ธนาคารชาติเวียดนามต้องประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาโดยปรับขึ้นอัตราเป็นร้อยละ 14 และประกาศปรับความเคลื่อนไหวในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด่องกับดอลลาร์สหรัฐไม่เกินร้อยละ 2 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวร้อยละ 65 ในขณะที่มีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 26.8 ในเดือนมิถุนายน 2551

2.3 ด้านการค้าระหว่างประเทศเวียดนามยังคงขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เป็นมูลค่า 16900 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยมีมูลค่าการนำเข้า 45500 ล้านดอลลร์สหรัฐและส่งออก 28600 ล้านดอลลาร์สหรัฐการแก้ไขภาวะการขาดดุลการค้าเป็นปัญหาท้าทายสำหรับเวียดนามเนื่องจากเวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรและวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง

24 เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าประมงเป็นสำคัญ
โดยปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับสองรองจากไทย ( ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี ) ส่งออกพริกไทยดำและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์มากที่สุดในโลกส่งออกกาแฟเป็นอันดับสองของโลกและเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบมากเป็นอันดับสามในเอเชีย

2.5 นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพและบรรยากาศการลงทุนในเวียดนามโดยสะท้อนในรูปของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ( FDI ) ในเวียดนามในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 มีมูลค่าสูงถึง 31 ,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ถึง 37 เท่าการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมากอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การสำรองเงินตราต่างประเทศของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: