AEC มีผลกระทบอย่างไร หลายคนเชื่อว่าสินค้าที่มีคุณภาพด้อยกว่าจากต่างประ การแปล - AEC มีผลกระทบอย่างไร หลายคนเชื่อว่าสินค้าที่มีคุณภาพด้อยกว่าจากต่างประ ไทย วิธีการพูด

AEC มีผลกระทบอย่างไร หลายคนเชื่อว่า

AEC มีผลกระทบอย่างไร

หลายคนเชื่อว่าสินค้าที่มีคุณภาพด้อยกว่าจากต่างประเทศ ซึ่งนำเข้ามาขายในไทยแล้วถูกกว่า อาจทำให้สินค้าไทย ขายไม่ออก เช่น ยางพารา ที่มีคู่แข่ง คือมาเลย์ อินโดนีเซีย ถ้าเปิดเสรี รับรองไทยจะนำเข้ายางพาราจากประเทศเหล่านี้แทนเพราะ ต้นทุนมันถูกกว่า แม้คุณภาพจะใกล้เคียงกันก็ตาม แล้วสินค้าไทยจะโดนกดขี่เยอะ มีคู่แข่งขันทางการค้าเยอะ งานนี้ จะเป็นการวัดว่า สินค้าไทยจะอยู่รอด หรือจะเดี้ยงตายเสียก่อน
หลายคนเชื่อว่า มีเสรีทางด้านวัฒนธรรม จากปัจจุบันไทยเป็นชาตินิยมคลั่งไคล้กระแสต่างประเทศเป็นอย่างมาก ทำให้การนำเข้าสินค้าและวัฒนธรรมจากต่างประเทศอาจมีคุณค่าสูง แล้วสินค้าไทย ตกต่ำคนไม่สนใจ แล้วเราจะกลืนวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาแทนจนได้
แต่มีใครเคยคิดบ้างว่าอุปสรรคในการแข่งขันต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนหนึ่งเกิดมาจากนิสัยของคนไทยเองแท้ ๆ ที่ไปขัดกับหลักสากลที่ควรเป็น นั่นทำให้การเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของเราอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเพื่อนบ้านของเรา เรียกว่า “เดินสะดุดขาตัวเองล้มเอง” ก็ว่าได้ ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนต้องการ ด้วยการเปลี่ยนแปลงนิสัยต่าง ๆ ของตนเองให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร ดังนี้
1. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนาแข่งไม่ได้” มาเป็น “แข่งกับตัวเองทุกวัน” คนเราต้องวิ่งเข้าชนโอกาส ไม่ใช่รอโอกาสให้เข้ามาหา หากเราเตรียมตัวพร้อมตั้งแต่วันนี้ โอกาสเล็ก ๆ น้อยที่เข้ามาก็จะไม่หลุดหายไปไหนแน่นอน
2. เปลี่ยนความคิดที่ว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ดวง” มาเป็น “ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของเรา” ไม่มีใครที่จะดูถูกตัวเองได้มากกว่าที่ตัวเองทำ หากเรามัวแต่กังวลในเรื่องโชค ลาภ ฤกษ์ ยาม เสียทั้งหมด เราก็จะไม่มีวันที่จะได้ในสิ่งที่เราต้องการเพราะใครทำอะไรได้รวดเร็วกว่าคนนั้นก็คว้าเอาไปหมด
3. เปลี่ยนความคิดที่ว่า “รู้จักถ่อมตัว” มาเป็น “รู้จักเป็นตัวของตัวเอง” มากขึ้น หากมัวแต่ให้ใครมากำหนดความเป็นตัวตนของคุณอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อไหร่คุณจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่คุณต้องการ รัก และชอบ อย่ารอจนกว่าเราจะพร้อม เพราะความพร้อมที่ 100% ไม่มีอยู่ในโลก
4. เปลี่ยนความคิดที่ว่า “ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน แต่อยู่ที่คนของใคร” มาเป็น “ค่าของคนอยู่ที่ความสุขจากการให้” คุณให้อะไรไป คุณก็ได้สิ่งนั้นกลับมา เปลี่ยนจากวัฒนธรรมเห็นแก่ตัวมาเป็นผู้ให้กันบ้าง สังคมเราก็จะดีขึ้นเยอะ ทุกคนที่มองและชื่นชมคุณและรู้สึกดี ๆ จากสิ่งที่คุณให้นั่นแหล่ะ คือบั้นปลายที่คุณจะรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ มันทำให้ชีวิตของคุณมีค่ามากขึ้น
5. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “หน้าใหญ่ใจโต” มาเป็น “รู้จักความเป็นอยู่แบบพอเพียง” ของในหลวง ซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มากกว่าที่จะซื้อของที่ฟุ่มเฟือยเพิ่มความมีหน้ามีตา เพราะสิ่งนี้คือเปลือก วันใดที่เรามีหนี้สินขึ้นมา วันนั้นอาจช้าไปเสียแล้ว
6. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “ทำได้ตามใจคือไทยแท้” มาเป็น “เคร่งครัดมีวินัยในการดำเนินชีวิต” เมื่อไรที่ความอิสระเสรีอยู่ในความควบคุมของวินัย เมื่อนั้นชีวิตของเราก็จะถูกจัดสรรอย่างมีระบบ แต่เมื่อไรที่เราขาดวินัย ปล่อยให้ความเป็นไปของกระแสนิยมเข้ามาปั่นหัวของเรา เมื่อนั้นเราก็จะเป็นทาสทางเศรษฐกิจของชาติอื่น ๆ แทน
7. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง” มาเป็น “รู้จักผิดชอบชั่วดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้า หรือ บริการ ของเราจะต้องเปิดกว้างให้มีการตำหนิ ติชมได้อย่างสะดวกเพื่อการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา อย่าให้เสียลูกค้าไปเพียงเพราะเรามองไม่เห็นความผิด หรือความเลวที่เราก่อขึ้นมาเองเด็ดขาด
8. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “ข้ามาคนเดียว” มาเป็น “ทีมเวิร์คนำพาสู่ความสำเร็จ” ไม่มีใครที่สามารถเก่งได้คนเดียวอีกต่อไปในสังคม AEC ทุกอย่างอยู่ที่พลังของเครือข่ายที่รวมผู้มีความสามารถเฉพาะในแต่ละด้านเข้าด้วยกันถึงจะอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในสภาวะการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
9. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “สุกเอาเผากิน” มาเป็น “การวางแผนเป็นเท่ากับสำเร็จไปเกือบครึ่ง” จะทำอะไรก็ตามเราต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด ต้นทุนต่ำที่สุด แต่ถ้าเราทำไปโดยขาดการประมาณการไตร่ตรองให้รอบคอบ สิ่งที่ตามมาก็จะกระทบกับผลกำไร นั่นคือความอยู่รอดของคุณ ทีมงาน และบริษัท
10. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “แมวไม่อยู่หนูร่าเริง” มาเป็น “รับผิดชอบที่ตัวเราเอง” การที่เราต้องมีคนควบคุมอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ควบคุม เราก็จะทำงานเละ เมื่อไรก็ตามที่คิดแต่สิ่งนี้เชื่อว่าเราก็จะไปไม่ถึงไหนเสียที เราต้องเป็นผู้นำของตัวเราเองให้ได้ ควบคุมตนเองให้ได้ นั่นเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดของการเป็นคนอยู่บนโลกใบนี้
11. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “กีฬาแพ้แต่คนไม่แพ้” มาเป็น “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ทำอะไรอย่าคิดว่ามันเป็นเกมส์ไปเสียทั้งหมด มนุษย์ทุกคนยังมีชีวิต จิตใจ และกิเลส ขออย่างเดียวเท่านั้นคือ ให้ความรู้สึกแพ้ชนะดังกล่าวอยู่แค่ในกิจกรรมหรืองานที่ทำเท่านั้น อย่าให้มันกลายเป็นความแค้นเคืองไม่จบไม่สิ้นกันเลย
12. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า “พบกันครึ่งทาง” มาเป็น “ทำอะไรทำให้สุด ๆ” เมื่อไหร่ที่ผลงานเราอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยตลอดเวลา ทุกคนก็คงมองข้ามเราไปหาคนที่เก่งกว่าอย่างแน่นอน จงหาจุดแข็งของคุณให้เจอและเริ่มต้นจากจุดนั้นจะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ความจริงยังมีอีกมากมายที่คนไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงทางความคิดเพื่อให้ตนเองไม่หลงตกอยู่ในบ่วงบาปเหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงความคิดไปในทางที่ถูกต้องจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ทางการกระทำของคุณในที่สุด บทความนี้ต้องการสรุปว่า อย่าเพิ่งคิดที่จะไปแข่งกับใครใน AEC เลย จงแข่งกันพัฒนาตัวเองเพื่อให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ทุกคนสามารถยอมรับซึ่งกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจะดีกว่ามั๊ย? เมื่อวันที่ AEC เปิดมาถึง เราอาจจะไม่ต้องไปกลัวการเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ อีกเพราะเราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรเป็นแล้ว ชาติใดก็สู้คนไทยไม่ได้ ถ้าคนไทยไม่ดูถูกตนเอง และ ทำใจเปิดกว้างกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง อย่าให้ใครมาพูดกับเราว่า “เป็นคนไทยรู้จักแก้ไข คุณเป็นใครเอาแต
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
AEC มีผลกระทบอย่างไร หลายคนเชื่อว่าสินค้าที่มีคุณภาพด้อยกว่าจากต่างประเทศซึ่งนำเข้ามาขายในไทยแล้วถูกกว่าอาจทำให้สินค้าไทยขายไม่ออกเช่นยางพาราที่มีคู่แข่งคือมาเลย์อินโดนีเซียถ้าเปิดเสรีรับรองไทยจะนำเข้ายางพาราจากประเทศเหล่านี้แทนเพราะต้นทุนมันถูกกว่าแม้คุณภาพจะใกล้เคียงกันก็ตามแล้วสินค้าไทยจะโดนกดขี่เยอะมีคู่แข่งขันทางการค้าเยอะงานนี้จะเป็นการวัดว่าสินค้าไทยจะอยู่รอดหรือจะเดี้ยงตายเสียก่อน หลายคนเชื่อว่ามีเสรีทางด้านวัฒนธรรมจากปัจจุบันไทยเป็นชาตินิยมคลั่งไคล้กระแสต่างประเทศเป็นอย่างมากทำให้การนำเข้าสินค้าและวัฒนธรรมจากต่างประเทศอาจมีคุณค่าสูงแล้วสินค้าไทยตกต่ำคนไม่สนใจแล้วเราจะกลืนวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาแทนจนได้แต่มีใครเคยคิดบ้างว่าอุปสรรคในการแข่งขันต่างๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดมาจากนิสัยของคนไทยเองแท้ๆ ที่ไปขัดกับหลักสากลที่ควรเป็นนั่นทำให้การเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของเราอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเพื่อนบ้านของเราเรียกว่า "เดินสะดุดขาตัวเองล้มเอง" ก็ว่าได้ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนต้องการด้วยการเปลี่ยนแปลงนิสัยต่างๆ ของตนเองให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรดังนี้1. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "แข่งเรือแข่งพายแข่งได้แต่แข่งบุญวาสนาแข่งไม่ได้" มาเป็น "แข่งกับตัวเองทุกวัน" คนเราต้องวิ่งเข้าชนโอกาสไม่ใช่รอโอกาสให้เข้ามาหาหากเราเตรียมตัวพร้อมตั้งแต่วันนี้โอกาสเล็กๆ น้อยที่เข้ามาก็จะไม่หลุดหายไปไหนแน่นอน2. เปลี่ยนความคิดที่ว่า "ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ดวง" มาเป็น "ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของเรา" ไม่มีใครที่จะดูถูกตัวเองได้มากกว่าที่ตัวเองทำหากเรามัวแต่กังวลในเรื่องโชคลาภฤกษ์ยามเสียทั้งหมดเราก็จะไม่มีวันที่จะได้ในสิ่งที่เราต้องการเพราะใครทำอะไรได้รวดเร็วกว่าคนนั้นก็คว้าเอาไปหมด3. เปลี่ยนความคิดที่ว่า "รู้จักถ่อมตัว" มาเป็น "รู้จักเป็นตัวของตัวเอง" มากขึ้นหากมัวแต่ให้ใครมากำหนดความเป็นตัวตนของคุณอยู่ตลอดเวลาแล้วเมื่อไหร่คุณจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่คุณต้องการรักและชอบอย่ารอจนกว่าเราจะพร้อมเพราะความพร้อมที่ 100% ไม่มีอยู่ในโลก4. เปลี่ยนความคิดที่ว่า "ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงานแต่อยู่ที่คนของใคร" มาเป็น "ค่าของคนอยู่ที่ความสุขจากการให้" คุณให้อะไรไปคุณก็ได้สิ่งนั้นกลับมาเปลี่ยนจากวัฒนธรรมเห็นแก่ตัวมาเป็นผู้ให้กันบ้างสังคมเราก็จะดีขึ้นเยอะทุกคนที่มองและชื่นชมคุณและรู้สึกดีๆ จากสิ่งที่คุณให้นั่นแหล่ะคือบั้นปลายที่คุณจะรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำมันทำให้ชีวิตของคุณมีค่ามากขึ้น5. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "หน้าใหญ่ใจโต" มาเป็น "รู้จักความเป็นอยู่แบบพอเพียง" ของในหลวงซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมากกว่าที่จะซื้อของที่ฟุ่มเฟือยเพิ่มความมีหน้ามีตาเพราะสิ่งนี้คือเปลือกวันใดที่เรามีหนี้สินขึ้นมาวันนั้นอาจช้าไปเสียแล้ว6. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "ทำได้ตามใจคือไทยแท้" มาเป็น "เคร่งครัดมีวินัยในการดำเนินชีวิต" เมื่อไรที่ความอิสระเสรีอยู่ในความควบคุมของวินัยเมื่อนั้นชีวิตของเราก็จะถูกจัดสรรอย่างมีระบบแต่เมื่อไรที่เราขาดวินัยปล่อยให้ความเป็นไปของกระแสนิยมเข้ามาปั่นหัวของเราเมื่อนั้นเราก็จะเป็นทาสทางเศรษฐกิจของชาติอื่นๆ แทน7. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง" มาเป็น "รู้จักผิดชอบชั่วดี" โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหรือบริการของเราจะต้องเปิดกว้างให้มีการตำหนิติชมได้อย่างสะดวกเพื่อการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาอย่าให้เสียลูกค้าไปเพียงเพราะเรามองไม่เห็นความผิดหรือความเลวที่เราก่อขึ้นมาเองเด็ดขาด8. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "ข้ามาคนเดียว" มาเป็น "ทีมเวิร์คนำพาสู่ความสำเร็จ" ทุกอย่างอยู่ที่พลังของเครือข่ายที่รวมผู้มีความสามารถเฉพาะในแต่ละด้านเข้าด้วยกันถึงจะอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในสภาวะการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันไม่มีใครที่สามารถเก่งได้คนเดียวอีกต่อไปในสังคม AEC9. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "สุกเอาเผากิน" มาเป็น "การวางแผนเป็นเท่ากับสำเร็จไปเกือบครึ่ง" จะทำอะไรก็ตามเราต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุดต้นทุนต่ำที่สุดแต่ถ้าเราทำไปโดยขาดการประมาณการไตร่ตรองให้รอบคอบสิ่งที่ตามมาก็จะกระทบกับผลกำไรนั่นคือความอยู่รอดของคุณทีมงานและบริษัท10. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "แมวไม่อยู่หนูร่าเริง" มาเป็น "รับผิดชอบที่ตัวเราเอง" การที่เราต้องมีคนควบคุมอยู่ตลอดเวลาถ้าไม่ควบคุมเราก็จะทำงานเละเมื่อไรก็ตามที่คิดแต่สิ่งนี้เชื่อว่าเราก็จะไปไม่ถึงไหนเสียทีเราต้องเป็นผู้นำของตัวเราเองให้ได้ควบคุมตนเองให้ได้นั่นเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดของการเป็นคนอยู่บนโลกใบนี้11. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "กีฬาแพ้แต่คนไม่แพ้" มาเป็น "รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย" ทำอะไรอย่าคิดว่ามันเป็นเกมส์ไปเสียทั้งหมดมนุษย์ทุกคนยังมีชีวิตจิตใจและกิเลสขออย่างเดียวเท่านั้นคือให้ความรู้สึกแพ้ชนะดังกล่าวอยู่แค่ในกิจกรรมหรืองานที่ทำเท่านั้นอย่าให้มันกลายเป็นความแค้นเคืองไม่จบไม่สิ้นกันเลย12. เปลี่ยนจากความคิดที่ว่า "พบกันครึ่งทาง" มาเป็น "ทำอะไรทำให้สุดๆ" เมื่อไหร่ที่ผลงานเราอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยตลอดเวลาทุกคนก็คงมองข้ามเราไปหาคนที่เก่งกว่าอย่างแน่นอนจงหาจุดแข็งของคุณให้เจอและเริ่มต้นจากจุดนั้นจะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ความจริงยังมีอีกมากมายที่คนไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงทางความคิดเพื่อให้ตนเองไม่หลงตกอยู่ในบ่วงบาปเหล่านี้การเปลี่ยนแปลงความคิดไปในทางที่ถูกต้องจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ทางการกระทำของคุณในที่สุดบทความนี้ต้องการสรุปว่าอย่าเพิ่งคิดที่จะไปแข่งกับใครใน AEC เลยจงแข่งกันพัฒนาตัวเองเพื่อให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ทุกคนสามารถยอมรับซึ่งกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจะดีกว่ามั๊ย เมื่อวันที่ AEC เปิดมาถึงเราอาจจะไม่ต้องไปกลัวการเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆ อีกเพราะเราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรเป็นแล้วชาติใดก็สู้คนไทยไม่ได้ถ้าคนไทยไม่ดูถูกตนเองและทำใจเปิดกว้างกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงอย่าให้ใครมาพูดกับเราว่า "เป็นคนไทยรู้จักแก้ไขคุณเป็นใครเอาแต
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีผลกระทบอย่างไร

การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: