มอเตอร์นับเป็ นอุปกรณ์ที่สําคัญสําหรับเครื่องจักรต่างๆ เนื่องจากการทําหน้าที่เป็ นตัวต้นกาลัง ํ โดย
แปลงพลังงานไฟฟ้ าเป็ นพลังงานกลเพื่อขับโหลดต่างๆ ความเสื่อมสภาพจากการใช้งานหรือความผิดปกติ
ต่างๆที่เกิดขึ้น เนื่องจากโรเตอร์และสเตเตอร์ต้องรับแรงที่เกิดจากสนามแม่
เหล็กอยูตลอดเวลา ่ ความเสียหาย
ที่เกิดขึ้นทางกลจากความร้อนและทางไฟฟ้ าจะกระทบโดยตรงกบประสิทธิภาพในการทํางานและอายุการ ั
ใช้งานของมอเตอร์
เทคโนโลยีในปัจจุบันที่นํามาใช้ตรวจสภาพหรือวิเคราะห์ความเสียหายมอเตอร์แบ่งออกเป็ น 2 กลุ่ม
ใหญ่ๆ คือ การตรวจวิเคราะห์ที่ต้องทําขณะที่มอเตอร์หยุดทํางาน (On-line Motor Analysis) และ การตรวจ
วิเคราะห์ที่ทําในขณะที่มอเตอร์ทํางาน (Off-line Motor Analysis)
ในบทความนี้ จะขอเน้นถึงการตรวจวิเคราะห์ที่ทําในขณะที่มอเตอร์ทํางาน ที่ค่อนข้างใหม่สําหรับ
อุตสาหกรรมบ้านเราแต่นิยมนํามาใช้กนมากในประเทศอุตสาหกรรมชั ั ้นนํา เนื่องจากไม่จําเป็ นต้องหยุด
มอเตอร์เพื่อทําการตรวจสอบ ให้เสียเวลาในการผลิต, วิเคราะห์จากข้อมูลจริง ขณะทํางานจริง เช่น ความ
สันสะเทือนขณะทํางานที่โหลดจริง ่ , อุณหภูมิจริงขณะทํางาน หรือ กระแสไฟฟ้ าที่เกิดขึ้นที่โหลดจริงในช่วง
นั้นๆ ทําให้สามารถประเมินสภาพปัจจุบันของมอเตอร์ได้ตรงความเป็ นจริงมากที่สุดเพื่อวางแผน
บํารุงรักษา แกไขได้ตรงก ้ บปัญหาและสภาพนั ั ้นๆ ได้อยางเหมาะสม ่ และทันท่วงที เป็ นต้น
เทคโนโลยีในปัจจุบันที่นํามาใช้ตรวจสภาพหรือวิเคราะห์ความเสียหายมอเตอร์ที่ทําในขณะที่
มอเตอร์ทํางาน ได้แก่
การวัดและวิเคราะห์ความสันสะเทือน การวัดและวิเคราะห์อุณหภูมิ ่ การวัดและ
วิเคราะห์กระแสไฟฟ้ าและเส้นแรงแม่เหล็ก
การวัดและวิเคราะห์ความสันสะเทือน กระแสไฟฟ้ าและเส้นแรงแม ่ ่เหล็กอาศัยการแยกความถี่จาก
สัญญาณที่วัดจากเซ็นเซอร์ เพื่อนํามาหาสาเหตุของความผิดปกติส่วนการวัดและวิเคราะห์อุณหภูมิเป็ นการ
ประเมิณสภาพความผิดปกติต่างๆที่ให้ผลออกมาในรูปของความร้อนเพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้ องการการใช้งาน
ในสภาวะอุณหภูมิสูงเกิน (Over heat) ซึ่งอาจนําไปสู่การเสื่อม ไหม้ของฉนวนหรือแบริ่งเสียหายเนื่องจาก
ขาดสารหล่อลื่นและปัญหาอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นตามมา
ผลกระทบที่เกิดจากการสันสะเทือนที่เห็นได้ชัดเจนคือการหลวมคลอนของชิ ่ ้
นส่วนต่างๆ เช่นแบริ่ง
ขดลวด การแตกร้าวของฉนวนที่นําไปสู่การลัดวงจร ผลกระทบจากความร้อน อุณหภูมิเพิ่
ม (Temperature
rise) ของมอเตอร์นําไปสู่การเสื่อมของฉนวน สารหล่อลื่นมีความหนืดลดลงอาจทําให้แบริ่งเสียหาย
เนื่องจากการขาดสารหล่อลื่น
ผลกระทบทางไฟฟ้ า เช่นกระแสและแรงดันไฟฟ้ าไม่สมดุล แรงดันตกหรือเกิน การหลวมของจุด
ต่อ การลัดวงจรภายในขดลวด การแตกร้าวของตัวนําโรเตอร์นําไปสู่ความร้อนหรือการสันสะเทือนในที่สุด ่
ปัญหาจากกระแสที่ไหลผานแกนเพลาที่เรียกว ่ า ่ Shaft current สามารถสร้างความเสียหายแก่แบริ่งได้เมื่อ
กระแสนี้ไหลผานแบริ ่ ่ง
นอกจากวิธีการที่กล่าวมายังมีวิธีการทดสอบและตรวจสอบมอเตอร์ด้วยการวัดค่าพารามิเตอร์ต่างๆ
ของมอเตอร์เพื่อวิเคราะห์สภาพของมอเตอร์ซึ่งต้องทําในขณะมอเตอร์หยุดทํางาน เช่น วัดสภาพการเป็ น
ฉนวนไฟฟ้ า ด้วยวิธีPolarization Index และ Step voltage test การไม่สมดุลของค่าความเหนี่ยวนําความ
ต้านทานของขดลวดในแต่ละเฟส การทดสอบค่าความต้านทานแม่เหล็กระหวางโรเตอร์และสเตเตอร์ ่ ทั้
งนี้
การวัดและทดสอบเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะกระทําภายหลังจากการซ่อมหรือติดตั้
งมอเตอร์
ซึ่งบทความนี้จะขอนําเสนอปัญหา สาเหตุและลักษณะความผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือกาลังจะเก ํ ิดขึ้น ที่
สามารถตรวจวิเคราะห์ จากความสันสะเทือน อุณหภูมิ ่ กระแสไฟฟ้ าและเส้นแรงแม่เหล็ก รวมถึงกระแส
เหนี่ยวนําที่แกนเพลา ในขณะที่มอเตอร์นั้นๆ ยังทํางานได้อยู