บทที่ ๕
จากเป็นจากตาย
รักแท้ไม่ได้มีแต่การอยู่ร่วมกัน การอยู่ร่วมกันตลอดไปไม่อาจเป็นรักแท้ เหมือนกับเพลงที่บรรเลงอย่างไม่รู้จบรู้สิ้น ย่อมไม่อาจได้ชื่อว่าเป็นเพลง เพราะหากปราศจากจุดจบของเพลง เราก็ไม่รู้ขอบเขตเนื้อหาของเพลง ไม่รู้ว่าเพลงต้องการบอกอะไร ลงเอยสุขหรือเศร้า ฉันใดก็ฉันนั้น วิธีจากลาก็เป็นเครื่องบอกว่าความรักของพวกคุณงดงามที่สุดได้แค่ไหน ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็แค่อยู่กันไปเรื่อยๆ อย่างปราศจากบทสรุปอันใด
ถ้าคุณทำตนให้เป็นคนมีเสน่ห์ เจอคนที่ใช่แล้ว และพยายามรักษาความรู้สึกให้ตลอดรอดฝั่งได้แล้ว แนวโน้มคือความรักของคุณจะเป็นอมตะ แม้ต้องเกิดตายครั้งแล้วครั้งเล่า ความรักอันสว่างหวานก็จะยังคงบันดาลชีวิตคู่ใหม่ให้ไม่รู้จบ ความเกิดและความตายจะเป็นเพียงอุบายทางธรรมชาติที่รักษาความรักไว้ให้สดใหม่อยู่เสมอ
แต่ถ้าคุณพยายามแล้ว และไม่อาจเจอคนที่ใช่จริง หรือไม่สามารถรักษาความรู้สึกไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง อย่างน้อยก็ไม่มีใครว่าคุณได้ ว่าไม่พยายามทำให้ดีที่สุดเสียก่อน
จุดลงเอยของความรักมีทั้งจากเป็นและจากตาย มีทั้งบอกได้ว่าเป็นรักแท้หรือรักเทียม ถึงเป็นรักเทียมคุณก็ต้องดีใจที่ได้รู้ เพราะจะไม่ต้องหลงเสียเวลาเปล่า และเริ่มต้นแสวงหารักแท้กันเสียที
บทนี้จะชี้ให้เห็นว่าเพียงทำความเข้าใจ เพียงไม่มองแค่ฉากหลอกในยามจาก คุณก็จะเห็นกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น ดำเนินไปและมาถึงจุดจบ กระทั่งกลายเป็นภาพรวมแห่งความรักที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะสมบูรณ์ในทางสำเร็จหรือล้มเหลว คุณก็ได้ชื่อว่ารู้จักรักอย่างถ่องแท้และไม่ขาดสติ
จากเป็น
หลังจากจับคู่ เกิดภาวะคู่รักขึ้นมา คุณควรมองว่านั่นเป็นภาวะหนึ่ง มีความผูกพันระดับหนึ่ง มีความทนต่อการแตกร้าวระดับหนึ่ง ไม่ใช่ความเป็นเนื้อเดียวกันดุจธาตุกายสิทธิ์ที่ไม่มีทางพังพินาศ
ในอีกทางหนึ่ง ภาวะคู่ถูกผูกไว้ด้วยสายใย จึงเป็นไปได้ที่จะสร้างเสริมสายใยขึ้นใหม่ไม่จำกัด
เดิมมีสายใยที่คุณมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอยู่ก่อน จากบุญเก่าในอดีตที่ทำไว้ระหว่างกัน คุณจะรู้สึกว่ามีพันธะหนาแน่นแข็งแรงเพียงใด ก็ด้วยการลองเจอปัญหา หรือเจอสิ่งที่ไม่ชอบในตัวอีกฝ่ายจริงๆ ดูว่าสามารถรับได้แค่ไหน โดยเฉพาะที่ต้องเจอซ้ำๆ ถ้าความอดทนต่ำก็แปลว่าสายใยผูกพันไม่ได้เหนียวแน่นหรือแข็งแรงอะไรเลย
ยิ่งรักมากเท่าไร ใจคุณจะยิ่งสู้มากขึ้นเท่านั้น!
แต่ความจริงก็มีอยู่อีกอย่าง คือ นักสู้ที่เก่งที่สุดในโลก ก็ต้องหมดแรงเข้าสักวัน หากต้องสู้เรื่อยไปไม่หยุดหย่อน
เช่นกัน หากหมดแรงที่จะรัก ก็ไม่มีเหตุผลใดในโลกที่จะต้องฝืน เพราะถ้าฝืนแล้วเป็นประสาท คุณก็ต้องตกนรกทั้งเป็นหลังจากความรักตายไปอยู่ดี ตัวตนของคนที่ใช่อาจเพิ่งออกลายเต็มร้อยหลังจากร่วมชายคากัน ตรงนั้นคุณต้องเชื่อสามัญสำนึกแล้วว่า ‘รับได้ไหม’
หลังจากพยายามอดทนกล้ำกลืนระยะหนึ่งแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น บางทีการลองห่างกันไปบ้างเพื่อรักษาสุขภาพจิต ก็อาจเป็นหนึ่งในวิธีรักษาความรักไว้ครับ
คุณค่าของการจากเป็น
เคยนึกถึงคุณค่าของการจากกันเป็นๆ บ้างไหม?
การจากกันเสียก่อนตาย บางครั้งดีกว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ นะครับ เพราะอาจเป็นทางเดียวที่ทำให้คุณค้นพบว่าเคยมีความรักอยู่ตรงนั้นขนาดไหน
พฤติกรรมที่น่ารำคาญบางอย่างของคนรัก ตอนอยู่ด้วยกันคุณจะรำคาญไม่เลิก ต่อเมื่อจากกันไป คุณจะลืมความรู้สึกรำคาญเหลือแต่ความอาลัยและอยากมีโอกาสสัมผัสพฤติกรรมน่ารำคาญเหล่านั้นอีก
บางคู่อยู่อย่างซังกะตาย แล้วคุณจะรักษาความซังกะตายไว้เพื่อใคร แทนที่จะลองให้การจากกันสร้างความแปลกใหม่น่าค้นหาและให้มันบอกว่าความซังกะตายของการอยู่ร่วมกันทั้งหมดนั้น ตกลงเรียกว่า ‘รัก’ ได้ไหม
ความซังกะตายอาจกลายเป็นภาพแห่งความทรงจำที่คุณเพิ่งรู้ค่า การเพิ่งได้สำนึกรู้ค่าจะตามมาด้วยความคิดถึงแทบขาดใจ การต้องทนนอนร้องไห้คนเดียว และการอยากกลับมาอยู่ด้วยกันอีกถึงกับอาจทำให้คุณแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ
นี่คือความจริง คนบางคนอาจทำให้คุณนับวันรอว่าเมื่อไรจะถึงเวลาสิ้นสุด แต่เมื่อสิ้นสุดเข้าจริงๆ เขาหรือเธอก็จะทำให้คุณนับวันรอว่าเมื่อไรจะถึงเวลาเริ่มต้นใหม่
ตอนอยู่ด้วยกัน ผู้หญิงอาจกักขังผู้ชายไว้ด้วยความน่ารักหรือความน่าสงสาร ส่วนผู้ชายก็อาจกักขังผู้หญิงไว้ด้วยอำนาจเงินหรืออำนาจความป่าเถื่อน แต่สุดท้ายทุกคนก็กักขังตัวเองไว้ด้วยอำนาจกรรมที่ทำไว้กับคนอื่นนั่นเอง
ความรุนแรงของความรู้สึกผิดจะเป็นตัวฟ้องว่าคุณเคยเลวร้ายกับเขาหรือเธอมามากน้อยแค่ไหน เวลาผ่านไป ฝันร้ายของคุณอาจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหลากรูปแบบ แต่ทั้งหมดก็คือการวนเวียนซ้ำซาก ตอกย้ำความรู้สึกผิดเดิมๆ ที่มีต่อคนรักอยู่นั่นเอง
เมื่อใดที่เกิดมโนภาพคนรักตกอยู่ในสภาพน่าสงสารซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่คุณก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด หรือกระทั่งพยายามลืมแต่ก็ยิ่งจำ นั่นแหละ ขอให้ทราบว่ากรรมเริ่มเล่นงานคุณทางใจแล้ว เมื่อใดมีใจตัวเองเป็นกรง เมื่อนั้นจะรู้ว่ากายดิ้นแค่ไหน หรือต่อให้เตลิดไปไกลสุดขอบโลกก็ไม่มีประโยชน์เลย ไม่อาจพ้นจากสภาพถูกคุมขังเลย
บางคู่น่าสงสารมาก ที่เป็นคู่เวรกันอย่างไม่รู้ คู่เวรนี่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ไม่เคยทำบุญร่วมกันมานะครับ เคย... แต่ก็ทำบาปและจองเวรมากกว่า
เรื่องของเรื่องคือเคยทำบุญ เคยอธิษฐานขอเกิดร่วมกัน แต่ลืมฝึกอยู่ร่วมกันแบบปรองดอง ลืมช่วยกันรักษาศีลข้อกาเม พอมีชู้ ให้จับได้ไล่ทันก็เจ็บใจกันแทบต้องฆ่าแกง เสร็จจากนั้น เจอกันใหม่ ก็รักกันใหม่ แล้วก็ทะเลาะกันใหม่ หรือนอกใจกันใหม่ พอห่างหายไปพักหนึ่ง เพียงเขาหรือเธอกลับมาหาด้วยท่าทีหงอยๆ เศร้าๆ ก็จะทนสงสารไม่ได้ และเลือกจะทนต่อ ทั้งที่ไม่เหลือกำลังจะให้ทนอีกแล้ว
ถ้ารู้ทางกรรมเสียหน่อย ตอนกลับมาดีกันอีกที ให้ต่ออายุรักด้วยความตั้งใจร่วมกันที่จะละบาป ละเวร เลิกแล้วต่อกัน เปลี่ยนเป็นตั้งหน้าตั้งตาคิดดี พูดดี ทำดีต่อกัน การจากกันชั่วคราวของพวกคุณ จะเท่ากับเป็นการปล่อยให้ความรักตายไป เพื่อให้มันเกิดใหม่อย่างไร้มลทินในวันหนึ่ง
ความเข้ากันไม่ได้โดยธาตุ
คนเราอยู่กับอะไรซ้ำซากจำเจ ก็ต้องเบื่อบ้างเป็นธรรมดา แต่จะดูว่า ‘เบื่อจริง’ หรือเป็นเพียงอารมณ์หนึ่ง ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจว่าจิตเป็นสิ่งบังคับไม่ได้ว่าจะให้รู้สึกอย่างไร แต่ละความรู้สึกเกิดขึ้นเ