“Kick-Ass” หนังสือการ์ตูนที่ มาร์ก มิลลาร์ ได้สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปิน จอห์น เอสโรมิตา จูเนียร์ และเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ได้ท้าทายแฟนๆ ที่อยากรู้อยากเห็นด้วยคำถามง่ายๆ เพียงข้อเดียวว่า “ทำไมถึงไม่มีใครพยายามจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่กันบ้าง” ชายสองคนนี้ได้ตอบคำถามนี้ด้วยการโจมตีที่รุนแรง ตัวละครที่น่าจดจำและบทพูดที่เหมาะเจาะ
เพราะได้แรงหนุนจากความสำเร็จระดับบล็อกบัสเตอร์ของภาพยนตร์แอ็กชั่นจากค่ายยูนิเวอร์แซล เรื่อง Wanted ซึ่งสร้างจากหนังสือชื่อเรื่องเดียวกันของเขา ทำให้มิลลาร์เริ่มต้นสำรวจความเป็นไปได้ที่จะนำ “Kick-Ass” มาขึ้นจอใหญ่ เพราะ “Kick-Ass” เป็นหนังสือการ์ตูนอิสระ ทำให้ทีมผู้สร้างมีอิสระมากขึ้นในการหาตัวหุ้นส่วนที่จะมาร่วมกันสร้างภาพยนตร์โดยจะต้องเป็นผู้ที่ชื่นชอบและชื่นชมในโครงเรื่องสุดแหวกแนวของมัน
ในเวลานั้น ผู้กำกับแมทธิว วอห์น กำลังมองหางานที่จะเป็นผลงานหนังเรื่องต่อไปของเขาอยู่พอดี และเขาก็เพิ่งจะได้รับการแนะนำให้รู้จักกับมิลลาร์ โดยผู้แนะนำก็คือ เจน โกลด์แมน ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Stardust และสามีของเธอ โจนาธาน รอสส์ ต่อมา มิลลาร์ได้เสนอไอเดียให้กับวอห์นมากมาย แต่ไอเดีย Kick-Ass เข้าตาวอห์นมากที่สุด เขาจึงตั้งใจที่จะนำเอาจิตวิญญาณแบบเดียวกันของหนังสือการ์ตูนมาใส่เอาไว้ในเวอร์ชั่นหนัง ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องใส่หลายต่อหลายฉากที่ ฮิทเกิร์ล ซึ่งเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 11 ปี จะต้องสังหารผู้ร้ายที่ใช้อาวุธหนักหลายสิบคนด้วยอาวุธร้ายแรงและยังสบถออกมาเป็นพรวน แต่เมื่อโปรเจ็กต์นี้ถูกปฏิเสธโดยสตูดิโอส์ยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวู้ด วอห์นจึงตัดสินใจที่จะออกทุนสร้างหนัง Kick-Ass เอง
Kick-Ass ที่เขียนบทโดยโกลด์แมนและวอห์น ได้ถูกนำขึ้นจอโดยนำเสนอเรื่องราวสุดโลดโผนของ เดฟ ลิซิวสกี้ วัยรุ่นหนุ่มชาวแมนฮัตตันที่ตั้งใจจะกลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่เล่นจริงเจ็บจริง เขาจึงสวมใส่ชุดเว็ทสูทสีเขียวเหลือง และเรียกตัวเองว่า คิ๊กแอส ผู้เข้าถึงจินตนาการของผู้คน และกลายเป็นปรากฏการณ์ออนไลน์ ในไม่ช้า คิ๊กแอสพบว่าเขาไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่เพียงหนึ่งเดียวของเมืองนี้เมื่อเขาได้พบคู่หูดูโอพ่อลูกปราบอธรรม ที่ไม่กลัวตาย แถมยังผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี อย่าง บิ๊กแด๊ดดี้และมือสังหารนินจา ฮิทเกิร์ล เมื่อ คิ๊กแอส ได้เข้าไปพัวพันกับภารกิจโค่นอาณาจักรผู้ร้ายของเจ้าพ่อมาเฟีย แฟรงก์ ดีอามิโค่ ฮีโร่ของเราก็ต้องเผชิญกับศัตรูที่สมน้ำสมเนื้ออย่าง คริส ลูกชายวัยรุ่นของแฟรงก์ ผู้ตั้งฉายาให้ตัวเองว่า เร็ดมิสต์