บทคัดย่อการศึกษาบริบทชุมชนและการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนสู่แนวทางการพัฒนา ก การแปล - บทคัดย่อการศึกษาบริบทชุมชนและการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนสู่แนวทางการพัฒนา ก ไทย วิธีการพูด

บทคัดย่อการศึกษาบริบทชุมชนและการวิเ

บทคัดย่อ
การศึกษาบริบทชุมชนและการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนสู่แนวทางการพัฒนา กรณีศึกษาชุมชนบ้านปะคำดง หมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ดังนี้1) เพื่อศึกษาสภาพการณ์บริบททั่วไปของพื้นที่การศึกษาบ้านปะคำดง 2) เพื่อศึกษาโครงสร้างทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนบ้านปะคำดง 3) เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนและแนวทางการพัฒนาบ้านปะคำดง 4) ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชน บ้านปะคำดงเพื่อเขียนโครงการได้อย่างน้อย 1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำดง หมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการศึกษาโดยวิธีการศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกับประชากรกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 305 คน จากจำนวน1,019 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างและเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นศึกษาจำนวน 61 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณแบบสอบถาม (Questionnaire) วิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้โดยหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยล่ะ (Percentage)ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามและใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ การสังเกตการสัมภาษณ์ การสนทนา (Focus Group)การปฏิบัติงานภาคสนาม การจัดเวทีชุมชน สามารถนำมาสรุปผลที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ประการผลการศึกษา พบว่า1)ศึกษาสภาพการณ์บริบททั่วไปของพื้นที่การศึกษา บ้านปะคำดง ประกอบด้วย ด้านสังคม พบว่า เมื่อ พ.ศ. 2480 คุณพ่อม่วง จิตรแม้นได้ชักชวนญาติ พี่น้องอพยพมาจากบ้านพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ มาตั้งหมู่บ้านอยู่ในเขตการปกครองของตำบลตูมใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 1,019คน จำนวน203 ครัวเรือน ตระกูลหลักใหญ่ที่สุด คือ ตระกูลยาท้าว ตระกูลช่วยรัมย์ ตระกูลศรีสง่า ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ส่วนใหญ่มีรายได้จากอาชีพทำนาเป็นหลัก และทำไร่ ทำสวน รับจ้างทั่วไป รับราชการ มีอาชีพเสริมทอผ้า ทำกระติบข้าว ทำกระเป๋าจากถุงกาแฟ ด้านทรัพยากร พบว่า แหล่งน้ำธรรมชาติมีลำห้วยขมิ้นและแหล่งน้ำที่คนสร้างขึ้น คือ สระน้ำประปาบ้านปะคำดง ในชุมชนมีที่ดินรวมทั้งหมด 2,000 ไร่ มีที่ดินสาธารณะ 250 ไร่ ด้านวัฒนธรรม พบว่า ชาวบ้านนับถือศาสนาพุทธ มีประเพณี ฮีต12 คลอง 14 มีหมอเป่า มีหมอบายศรี มีการเซ่นไหว้ก่อนประกอบพิธีกรรม2)โครงสร้างทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนบ้านปะคำดง ประกอบด้วย สถาบันครอบครัว พบว่าเป็นสถาบันที่เล็กสุดมีความสำคัญในการอบรมเลี้ยงดู อดีตจะมีลักษณะเป็นครอบครอบขยายแต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนเป็นเชิงครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ สถาบันการศึกษา พบว่า เป็นสถาบันการศึกษาถ่ายทอดความรู้แก่คนในชุมชนบ้านปะคำดง ได้แก่ โรงเรียนบ้านปะคำดงในระดับชั้นประถมศึกษา สถาบันศาสนา พบว่า มีวัด 2 แห่ง คือ วัดบ้านปะคำดงและวัดป่าบ้านปะคำดง ซึ่งเป็นสถาบันที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนชาวบ้านยังมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังพึ่งสิ่งลึกลับและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ที่ทำกิจกรรมประสบผลสำเร็จ สถาบันการปกครอง พบว่ามีผู้ใหญ่บ้านจากการเลือกตั้งทั้งหมด 5 คน มีการปกครองแบบประชาธิปไตยมีความยุติธรรม สถาบันเศรษฐกิจ พบว่า อดีตชาวบ้านมีทำนาอาชีพ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้กินเองหาของป่าขายแต่ปัจจุบันมักมีการซื้อบริโภคมากกว่าการทำกินด้วยตนเอง 3)เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนและแนวทางการพัฒนาบ้านปะคำดง ประกอบด้วย การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนจากแบบสอบถามเชิงปริมาณพบว่า สภาพปัญหาด้านเศรษฐกิจมีรายได้จากการประกอบอาชีพหลักไม่เพียงพอ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ3.18)รองลงมา สภาพปัญหาด้านสังคมมีสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมของคนรวยและคนจนในชุมชน (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.53) ถัดมาสภาพปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีสภาพปัญหาระบบสาธารณูปโภคของชุมชน เช่น ประปา ไฟฟ้า ไม่เพียงพอ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ3.29)และสภาพปัญหาอื่นๆมีสภาพปัญหาขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อการประกอบอาชีพ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.75)การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนเชิงคุณภาพ พบว่าอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อค้นหาอนาคตร่วมกันสู่การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน มีวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง ที่เป็นปัญหา เร่งด่วน ประหยัดและครอบคลุม จึงเกิดเป็นโครงการจำนวนอย่างน้อย 1 โครงการขึ้น4) ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านปะคำดง เพื่อเขียนโครงการได้อย่างน้อย1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำดง ประกอบด้วยศึกษาบริบทชุมชนสำรวจแบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาระดับหมู่บ้านเพื่อวิเคราะห์ปัญหาชุมชมและจัดเวทีศึกษาชุมชนเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนจัดทำโครงการและพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อหาวิธีการแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาจึงเกิดเป็นโครงการจำนวน 3 โครงการขึ้น ดังนี้ 1.โครงการจัดตั้งกลุ่มอาชีพขนมไทยสร้างรายได้เพื่อชุมชน 2.โครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร 3.โครงการพัฒนาระบบน้ำอุปโภคและบริโภคเพื่อชุมชน จัดพิมพ์รูปเล่มคืนข้อมูลสู่ชุมชนต่อไป
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ส่งเสริมการทำประชาคมบ้านปะคำดง หมู่11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์
ข้อเสนอแนะสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพขนมไทยเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเองและชุมชน
ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไปเรียนรู้ทำความเข้าใจแนวทางหรือเทคนิควิธีการวิเคราะห์ปัญหาชุมชน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนและเพิ่มศักยภาพของคณะผู้ศึกษากระบวนการทำงานเพื่อผลักดันให้เกิดการรับรู้ร่วมกันกับการทำงานเป็นทีมในลงพื้นที่ภาคสนามชุมชน พัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ข่าวสารในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
คำสำคัญ:บริบทชุมชน , สภาพปัญหาและความต้องการ , โครงสร้างทางสังคม , การเปลี่ยนแปลง ในชุมชน, การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน , แนวทางการแก้ไขปัญหา , ช
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
บทคัดย่อการศึกษาบริบทชุมชนและการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนสู่แนวทางการพัฒนา กรณีศึกษาชุมชนบ้านปะคำดง หมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ดังนี้1) เพื่อศึกษาสภาพการณ์บริบททั่วไปของพื้นที่การศึกษาบ้านปะคำดง 2) เพื่อศึกษาโครงสร้างทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนบ้านปะคำดง 3) เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนและแนวทางการพัฒนาบ้านปะคำดง 4) ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชน บ้านปะคำดงเพื่อเขียนโครงการได้อย่างน้อย 1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำดง หมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการศึกษาโดยวิธีการศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกับประชากรกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 305 คน จากจำนวน1,019 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างและเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นศึกษาจำนวน 61 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณแบบสอบถาม (Questionnaire) วิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้โดยหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยล่ะ (Percentage)ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามและใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ การสังเกตการสัมภาษณ์ การสนทนา (Focus Group)การปฏิบัติงานภาคสนาม การจัดเวทีชุมชน สามารถนำมาสรุปผลที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ประการผลการศึกษา พบว่า1)ศึกษาสภาพการณ์บริบททั่วไปของพื้นที่การศึกษา บ้านปะคำดง ประกอบด้วย ด้านสังคม พบว่า เมื่อ พ.ศ. 2480 คุณพ่อม่วง จิตรแม้นได้ชักชวนญาติ พี่น้องอพยพมาจากบ้านพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ มาตั้งหมู่บ้านอยู่ในเขตการปกครองของตำบลตูมใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 1,019คน จำนวน203 ครัวเรือน ตระกูลหลักใหญ่ที่สุด คือ ตระกูลยาท้าว ตระกูลช่วยรัมย์ ตระกูลศรีสง่า ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ส่วนใหญ่มีรายได้จากอาชีพทำนาเป็นหลัก และทำไร่ ทำสวน รับจ้างทั่วไป รับราชการ มีอาชีพเสริมทอผ้า ทำกระติบข้าว ทำกระเป๋าจากถุงกาแฟ ด้านทรัพยากร พบว่า แหล่งน้ำธรรมชาติมีลำห้วยขมิ้นและแหล่งน้ำที่คนสร้างขึ้น คือ สระน้ำประปาบ้านปะคำดง ในชุมชนมีที่ดินรวมทั้งหมด 2,000 ไร่ มีที่ดินสาธารณะ 250 ไร่ ด้านวัฒนธรรม พบว่า ชาวบ้านนับถือศาสนาพุทธ มีประเพณี ฮีต12 คลอง 14 มีหมอเป่า มีหมอบายศรี มีการเซ่นไหว้ก่อนประกอบพิธีกรรม2)โครงสร้างทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนบ้านปะคำดง ประกอบด้วย สถาบันครอบครัว พบว่าเป็นสถาบันที่เล็กสุดมีความสำคัญในการอบรมเลี้ยงดู อดีตจะมีลักษณะเป็นครอบครอบขยายแต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนเป็นเชิงครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ สถาบันการศึกษา พบว่า เป็นสถาบันการศึกษาถ่ายทอดความรู้แก่คนในชุมชนบ้านปะคำดง ได้แก่ โรงเรียนบ้านปะคำดงในระดับชั้นประถมศึกษา สถาบันศาสนา พบว่า มีวัด 2 แห่ง คือ วัดบ้านปะคำดงและวัดป่าบ้านปะคำดง ซึ่งเป็นสถาบันที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนชาวบ้านยังมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังพึ่งสิ่งลึกลับและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ที่ทำกิจกรรมประสบผลสำเร็จ สถาบันการปกครอง พบว่ามีผู้ใหญ่บ้านจากการเลือกตั้งทั้งหมด 5 คน มีการปกครองแบบประชาธิปไตยมีความยุติธรรม สถาบันเศรษฐกิจ พบว่า อดีตชาวบ้านมีทำนาอาชีพ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้กินเองหาของป่าขายแต่ปัจจุบันมักมีการซื้อบริโภคมากกว่าการทำกินด้วยตนเอง 3)เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาชุมชนและแนวทางการพัฒนาบ้านปะคำดง ประกอบด้วย การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนจากแบบสอบถามเชิงปริมาณพบว่า สภาพปัญหาด้านเศรษฐกิจมีรายได้จากการประกอบอาชีพหลักไม่เพียงพอ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ3.18)รองลงมา สภาพปัญหาด้านสังคมมีสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมของคนรวยและคนจนในชุมชน (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.53) ถัดมาสภาพปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีสภาพปัญหาระบบสาธารณูปโภคของชุมชน เช่น ประปา ไฟฟ้า ไม่เพียงพอ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ3.29)และสภาพปัญหาอื่นๆมีสภาพปัญหาขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อการประกอบอาชีพ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.75)การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนเชิงคุณภาพ พบว่าอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อค้นหาอนาคตร่วมกันสู่การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน มีวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง ที่เป็นปัญหา เร่งด่วน ประหยัดและครอบคลุม จึงเกิดเป็นโครงการจำนวนอย่างน้อย 1 โครงการขึ้น4) ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านปะคำดง เพื่อเขียนโครงการได้อย่างน้อย1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำดง ประกอบด้วยศึกษาบริบทชุมชนสำรวจแบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาระดับหมู่บ้านเพื่อวิเคราะห์ปัญหาชุมชมและจัดเวทีศึกษาชุมชนเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนจัดทำโครงการและพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อหาวิธีการแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาจึงเกิดเป็นโครงการจำนวน 3 โครงการขึ้น ดังนี้ 1.โครงการจัดตั้งกลุ่มอาชีพขนมไทยสร้างรายได้เพื่อชุมชน 2.โครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร 3.โครงการพัฒนาระบบน้ำอุปโภคและบริโภคเพื่อชุมชน จัดพิมพ์รูปเล่มคืนข้อมูลสู่ชุมชนต่อไปข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ส่งเสริมการทำประชาคมบ้านปะคำดง หมู่11 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ข้อเสนอแนะสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพขนมไทยเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเองและชุมชนข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไปเรียนรู้ทำความเข้าใจแนวทางหรือเทคนิควิธีการวิเคราะห์ปัญหาชุมชน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนและเพิ่มศักยภาพของคณะผู้ศึกษากระบวนการทำงานเพื่อผลักดันให้เกิดการรับรู้ร่วมกันกับการทำงานเป็นทีมในลงพื้นที่ภาคสนามชุมชน พัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ข่าวสารในพื้นที่อย่างเป็นระบบคำสำคัญ:บริบทชุมชน , สภาพปัญหาและความต้องการ , โครงสร้างทางสังคม , การเปลี่ยนแปลง ในชุมชน, การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน , แนวทางการแก้ไขปัญหา , ช
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!

กรณีศึกษาชุมชนบ้านปะคำดงหมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่อำเภอคูเมืองจังหวัดบุรีรัมย์มี วัตถุประสงค์ 4 ประการดังนี้ 1) 2) 3) 4) 1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำ ดงหมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่อำเภอคูเมือง 305 คนจากจำนวน 1,019 คน (กลุ่มเป้าหมาย) 61 คน (แบบสอบถาม) วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้โดยหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยล่ะ (ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน: SD) คือการสังเกตการสัมภาษณ์การสนทนา (โฟกัสกรุ๊ป) การปฏิบัติงานภาคสนามการจัดเวที ชุมชน 4 ประการผลการศึกษา บ้านปะคำดงประกอบด้วยด้านสังคมพบ ว่าเมื่อ พ.ศ. 2480 คุณพ่อม่วงจิตรแม้นได้ชักชวนญาติ พี่น้องอพยพมาจากบ้านพรมเทพอำเภอท่าตูมจังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 1,019 คนจำนวน 203 ครัวเรือนตระกูลหลักใหญ่ที่สุดคือตระกูลยา ท้าวตระกูลช่วยรัมย์ตระกูลศรีสง่าด้านเศรษฐกิจพบว่า และทำไร่ทำสวนรับจ้างทั่วไปรับ ราชการมีอาชีพเสริมทอผ้าทำกระติบข้าวทำกระเป๋าจากถุงกาแฟด้านทรัพยากรพบว่า คือสระน้ำประปาบ้านปะคำดง ในชุมชนมีที่ดินรวมทั้งหมด 2,000 ไร่มีที่ดินสาธารณะ 250 ไร่ด้านวัฒนธรรมพบว่าชาวบ้านนับถือ ศาสนาพุทธมีประเพณีฮีต 12 คลอง 14 มีหมอเป่ามีหมอบายศรี ประกอบด้วยสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาพบว่า ได้แก่ สถาบันศาสนาพบว่ามีวัด 2 แห่งคือวัดบ้านปะคำดงและ วัดป่าบ้านปะคำดง สถาบันการปกครอง 5 คน สถาบันเศรษฐกิจพบว่าอดีตชาวบ้านมี ทำนาอาชีพการปลูกผัก ประกอบด้วย (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.18) รองลงมา (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.53) เช่นประปาไฟฟ้าไม่เพียงพอ (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ มีวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงที่เป็นปัญหา เร่งด่วนประหยัดและครอบคลุมจึงเกิดเป็นโครงการจำนวนอย่างน้อย 1 โครงการขึ้น 4) เพื่อเขียนโครงการได้อย่างน้อย 1 โครงการและคืนข้อมูลสู่บ้านปะคำ ดง 3 โครงการขึ้นดังนี้ 2. โครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร
ส่งเสริมการทำประชาคมบ้านปะคำดง หมู่ 11 ตำบลตูมใหญ่อำเภอคูเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ พัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ , สภาพปัญหาและความต้องการ, โครงสร้างทางสังคม, การเปลี่ยนแปลงในชุมชน, การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน, แนวทางการแก้ไขปัญหา, ช


การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: