1) การสะสมตัวของโลหะหนักมักจะมีปริมาณสูงในดินเหนียว แต่ในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายแป้ง จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการที่โลหะหนักจะปนเปื้อนในระบบนิเวศ แหล่งน้ำและมนุษย์ต่ำ
2) ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยปกติจะมีค่าความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออนของดินต่ำ สอดคล้องกับผลการศึกษาดินฤดูแล้งที่มีค่าความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออนของดินต่ำ ส่วนในดินฤดูฝนพบว่ามีค่าสูง ซึ่งความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออนของดินมีผลต่อการสะสมโลหะหนักในดิน แต่ในทางกลับกันมีผลต่อความสามารถดูดซับธาตุอาหารพืช ทำให้ในฤดูฝนไม่ต้องใส่ปุ๋ยจำพวกแอมโมเนียมมากนัก เพราะแอมโมเนียมซึ่งมีประจุบวกจะเข้าไปแทนที่ไอออนบวกชนิดอื่นบนอนุภาคดินเหนียว เมื่อดินมีความชื้นเพียงพอจะค่อยๆ ปลดปล่อยแอมโมเนียมออกมาอยู่ในดิน ทำให้รากพืชจะดูดซึมธาตุอาหารเหล่านี้ไปใช้ในการเจริญเติบโต เกษตรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเติมแอมโมเนียมในดินสำหรับชนิดพืชที่ต้องการแอมโมเนียมลงได้ และควรปลูกพืชชุ่มน้ำ เช่น พืชกลุ่มบุก บอน กระจูด ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แล้วยังสามารถเป็นพืชอาหารและพืชอาศัยของนกกระเรียนพันธุ์ไทยและนกน้ำนานาชนิดได้