ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล ข้าวเม่าพบในท การแปล - ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล ข้าวเม่าพบในท ไทย วิธีการพูด

ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่ม

ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล ข้าวเม่าพบในทุกประเทศที่ปลูกข้าว ตั้งเเต่ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ภูฏาน อินเดีย ทิเบต ในภูฏานใช้เป็นอาหารว่างกินกับน้ำชา ในไทยเป็นขนมที่นิยมกินมาตั้งเเต่โบราณ ในอดีตตอนฤดูน้ำ จะมีเเม่ค้านำขนมใส่เรือมาขาย เเละขนมกลุ่มนั้นมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วย

ส่วนผสม

ข้าวเม่าข้าวเหนียว 100 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม
มะพร้าวทึนทึกขูดนึ่งสุก 1 ถ้วยตวง
เกลือ(สำหรับคลุกมะพร้าว) 1/4 ช้อนโต๊ะ
เกลือ(สำหรับต้มน้ำ) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1.เลือกข้าวที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองอ่อนพอดี
2.นำข้าวที่เกี่ยวเสร็จมาตีเพื่อเอาข้าวแก่
3.นำข้าวที่เหลือมาปั่นเพื่อทำเป็นข้าวอ่อน
4.นำข้าวอ่อนและข้าวแก่ไปล้างน้ำโดยแยกระหว่างข้าวอ่อนกับข้าวแก่เพื่อแยกข้าวที่สมบูรณ์ลอยออกไปกับน้ำ
5.นำข้าวไปแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง
6.ผสมสีผสมอาหารสีเขียวและสีเหลืองโดยผสมน้ำ 10 ลิตรต่อสีเขียว 2 ซอง และสีเหลืองครึ่งซอง
7.นำข้าวเม่ามาใส่ในตะกร้าให้เสด็จน้ำก่อนนำมาคั่ว
8.นำกระทะขึ้งตั้งเตาไฟแล้วใส่น้ำสีที่ผสมไว้ประมาณ 5 ขันจากนั้นรอให้น้ำเดือดและนำข้าวเม่ามาใส่ในกระทะ
9.จากนั้นก็คลไปเรื่อยๆ จนข้าวแห้ง แล้วค่อยเติมน้ำประมาณ 2 ขัน คลไปเรื่อยๆจนข้าวสุก
**วิธีการดูว่าข้าวเป็นอย่างไร คือ พอข้าวแห้งแล้วลองตำดูถ้าถ้าไม่ติดสากแสดงว่าข้าวสุกแต่ไม่ต้องให้ข้าวเเข็งจนเกินไป เพราะเวลาตำจะทำให้ข้าวหัก

10.หลังจากคั่วเสร็จก็นำข้าวมาผึ่งให้เย็น
11.จากนั้นนำข้าวเม่ามาตำโดยจะตำอยู่ 3 รอบ

รอบที่ 1 ตำเพื่อปลอกเปลือกข้าวออกจากนั้นก็นำไปสีเพื่อแยกกากข้าวออกและนำมากลับมาตำใหม่
รอบที่ 2 ตำเพื่อให้กากข้าวทีเหลือติดอยู่กับเมล็ดข้าวออกหมด
รอบที่ 3 ตำเมล็ดข้าวให้แบน และอ่อนนุ่มดูน่ารับประทานแล้วนำกลับไปสีอีกครั้งเพื่อให้กากข้าวเหลือออกให้หมด

12.เมื่อได้ข้าวเม่าที่ตำเสร็จแล้วพร้อมที่จะรับประทาน
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ข้าวเม่าได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาลข้าวเม่าพบในทุกประเทศที่ปลูกข้าวตั้งเเต่ไทยลาวกัมพูชาเวียดนามพม่าภูฏานอินเดียทิเบตในภูฏานใช้เป็นอาหารว่างกินกับน้ำชาในไทยเป็นขนมที่นิยมกินมาตั้งเเต่โบราณในอดีตตอนฤดูน้ำจะมีเเม่ค้านำขนมใส่เรือมาขายเเละขนมกลุ่มนั้นมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วยส่วนผสมข้าวเม่าข้าวเหนียว 100 กรัมน้ำตาลทราย 50 กรัมถ้วยตวงมะพร้าวทึนทึกขูดนึ่งสุก 1ช้อนโต๊ะเกลือ(สำหรับคลุกมะพร้าว) 1/4ช้อนโต๊ะเกลือ(สำหรับต้มน้ำ) 1ถ้วยตวงน้ำสะอาด 2วิธีทำ1.เลือกข้าวที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองอ่อนพอดี2.นำข้าวที่เกี่ยวเสร็จมาตีเพื่อเอาข้าวแก่3.นำข้าวที่เหลือมาปั่นเพื่อทำเป็นข้าวอ่อน4.นำข้าวอ่อนและข้าวแก่ไปล้างน้ำโดยแยกระหว่างข้าวอ่อนกับข้าวแก่เพื่อแยกข้าวที่สมบูรณ์ลอยออกไปกับน้ำ5.นำข้าวไปแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง6.ผสมสีผสมอาหารสีเขียวและสีเหลืองโดยผสมน้ำ 10 ลิตรต่อสีเขียว 2 ซองและสีเหลืองครึ่งซอง7.นำข้าวเม่ามาใส่ในตะกร้าให้เสด็จน้ำก่อนนำมาคั่ว8.นำกระทะขึ้งตั้งเตาไฟแล้วใส่น้ำสีที่ผสมไว้ประมาณ 5 ขันจากนั้นรอให้น้ำเดือดและนำข้าวเม่ามาใส่ในกระทะ9.จากนั้นก็คลไปเรื่อย ๆ คลไปเรื่อยๆจนข้าวสุกจนข้าวแห้งแล้วค่อยเติมน้ำประมาณ 2 มา** วิธีการดูว่าข้าวเป็นอย่างไรคือพอข้าวแห้งแล้วลองตำดูถ้าถ้าไม่ติดสากแสดงว่าข้าวสุกแต่ไม่ต้องให้ข้าวเเข็งจนเกินไปเพราะเวลาตำจะทำให้ข้าวหัก10.หลังจากคั่วเสร็จก็นำข้าวมาผึ่งให้เย็น11.จากนั้นนำข้าวเม่ามาตำโดยจะตำอยู่ 3 รอบตำเพื่อปลอกเปลือกข้าวออกจากนั้นก็นำไปสีเพื่อแยกกากข้าวออกและนำมากลับมาตำใหม่รอบที่ 1ตำเพื่อให้กากข้าวทีเหลือติดอยู่กับเมล็ดข้าวออกหมดรอบที่ 2รอบที่ 3 ตำเมล็ดข้าวให้แบนและอ่อนนุ่มดูน่ารับประทานแล้วนำกลับไปสีอีกครั้งเพื่อให้กากข้าวเหลือออกให้หมด12.เมื่อได้ข้าวเม่าที่ตำเสร็จแล้วพร้อมที่จะรับประทาน
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล ข้าวเม่าพบในทุกประเทศที่ปลูกข้าว ตั้งเเต่ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ภูฏาน อินเดีย ทิเบต ในภูฏานใช้เป็นอาหารว่างกินกับน้ำชา ในไทยเป็นขนมที่นิยมกินมาตั้งเเต่โบราณ ในอดีตตอนฤดูน้ำ จะมีเเม่ค้านำขนมใส่เรือมาขาย เเละขนมกลุ่มนั้นมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วย

ส่วนผสม

ข้าวเม่าข้าวเหนียว 100 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม
มะพร้าวทึนทึกขูดนึ่งสุก 1 ถ้วยตวง
เกลือ(สำหรับคลุกมะพร้าว) 1/4 ช้อนโต๊ะ
เกลือ(สำหรับต้มน้ำ) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1.เลือกข้าวที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองอ่อนพอดี
2.นำข้าวที่เกี่ยวเสร็จมาตีเพื่อเอาข้าวแก่
3.นำข้าวที่เหลือมาปั่นเพื่อทำเป็นข้าวอ่อน
4.นำข้าวอ่อนและข้าวแก่ไปล้างน้ำโดยแยกระหว่างข้าวอ่อนกับข้าวแก่เพื่อแยกข้าวที่สมบูรณ์ลอยออกไปกับน้ำ
5.นำข้าวไปแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง
6.ผสมสีผสมอาหารสีเขียวและสีเหลืองโดยผสมน้ำ 10 ลิตรต่อสีเขียว 2 ซอง และสีเหลืองครึ่งซอง
7.นำข้าวเม่ามาใส่ในตะกร้าให้เสด็จน้ำก่อนนำมาคั่ว
8.นำกระทะขึ้งตั้งเตาไฟแล้วใส่น้ำสีที่ผสมไว้ประมาณ 5 ขันจากนั้นรอให้น้ำเดือดและนำข้าวเม่ามาใส่ในกระทะ
9.จากนั้นก็คลไปเรื่อยๆ จนข้าวแห้ง แล้วค่อยเติมน้ำประมาณ 2 ขัน คลไปเรื่อยๆจนข้าวสุก
**วิธีการดูว่าข้าวเป็นอย่างไร คือ พอข้าวแห้งแล้วลองตำดูถ้าถ้าไม่ติดสากแสดงว่าข้าวสุกแต่ไม่ต้องให้ข้าวเเข็งจนเกินไป เพราะเวลาตำจะทำให้ข้าวหัก

10.หลังจากคั่วเสร็จก็นำข้าวมาผึ่งให้เย็น
11.จากนั้นนำข้าวเม่ามาตำโดยจะตำอยู่ 3 รอบ

รอบที่ 1 ตำเพื่อปลอกเปลือกข้าวออกจากนั้นก็นำไปสีเพื่อแยกกากข้าวออกและนำมากลับมาตำใหม่
รอบที่ 2 ตำเพื่อให้กากข้าวทีเหลือติดอยู่กับเมล็ดข้าวออกหมด
รอบที่ 3 ตำเมล็ดข้าวให้แบน และอ่อนนุ่มดูน่ารับประทานแล้วนำกลับไปสีอีกครั้งเพื่อให้กากข้าวเหลือออกให้หมด

12.เมื่อได้ข้าวเม่าที่ตำเสร็จแล้วพร้อมที่จะรับประทาน
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ข้าวเม่าได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาลข้าวเม่าพบในทุกประเทศที่ปลูกข้าวตั้งเเต่ไทยลาวกัมพูชาเวียดนามพม่าภูฏานอินเดียทิเบตในภูฏานใช้เป็นอาหารว่างกินกับน้ำชาในอดีตตอนฤดูน้ำจะมีเเม่ค้านำขนมใส่เรือมาขายเเละขนมกลุ่มนั้นมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วย




ส่วนผสมข้าวเม่าข้าวเหนียว 100 กรัมน้ำตาลทราย 50 กรัม
มะพร้าวทึนทึกขูดนึ่งสุก 1 ถ้วยตวง
เกลือ ( สำหรับคลุกมะพร้าว ) 1 / 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ( สำหรับต้มน้ำ ) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1เลือกข้าวที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองอ่อนพอดี
2 นำข้าวที่เกี่ยวเสร็จมาตีเพื่อเอาข้าวแก่
3 นำข้าวที่เหลือมาปั่นเพื่อทำเป็นข้าวอ่อน
4นำข้าวอ่อนและข้าวแก่ไปล้างน้ำโดยแยกระหว่างข้าวอ่อนกับข้าวแก่เพื่อแยกข้าวที่สมบูรณ์ลอยออกไปกับน้ำ
5 นำข้าวไปแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง
6ผสมสีผสมอาหารสีเขียวและสีเหลืองโดยผสมน้ำ 10 ลิตรต่อสีเขียว 2 ซองและสีเหลืองครึ่งซอง
7 นำข้าวเม่ามาใส่ในตะกร้าให้เสด็จน้ำก่อนนำมาคั่ว
8นำกระทะขึ้งตั้งเตาไฟแล้วใส่น้ำสีที่ผสมไว้ประมาณ 5 ขันจากนั้นรอให้น้ำเดือดและนำข้าวเม่ามาใส่ในกระทะ
9 จากนั้นก็คลไปเรื่อยๆจนข้าวแห้งแล้วค่อยเติมน้ำประมาณขันคลไปเรื่อยๆจนข้าวสุก
2* * วิธีการดูว่าข้าวเป็นอย่างไรความพอข้าวแห้งแล้วลองตำดูถ้าถ้าไม่ติดสากแสดงว่าข้าวสุกแต่ไม่ต้องให้ข้าวเเข็งจนเกินไปเพราะเวลาตำจะทำให้ข้าวหัก

10 . หลังจากคั่วเสร็จก็นำข้าวมาผึ่งให้เย็น
11จากนั้นนำข้าวเม่ามาตำโดยจะตำอยู่ 3 a research note

รอบที่ 1 ตำเพื่อปลอกเปลือกข้าวออกจากนั้นก็นำไปสีเพื่อแยกกากข้าวออกและนำมากลับมาตำใหม่รอบที่ตำเพื่อให้กากข้าวทีเหลือติดอยู่กับเมล็ดข้าวออกหมด

2รอบที่ 3 ตำเมล็ดข้าวให้แบนและอ่อนนุ่มดูน่ารับประทานแล้วนำกลับไปสีอีกครั้งเพื่อให้กากข้าวเหลือออกให้หมดเมื่อได้ข้าวเม่าที่ตำเสร็จแล้วพร้อมที่จะรับประทาน

12
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: