สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่ การแปล - สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่ ไทย วิธีการพูด

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 1857 ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของอาณาจักรอยุธยา เมื่อ จุลศักราช 712 ปีขาล โทศก วันศุกร์ เดือนห้า ขึ้นหกค่ำ เวลา 3 นาฬิกา 9 บาท (ตรงกับ พ.ศ. 1893) มีพระนามเต็มว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตร พระเจ้าอยู่หัว และเสด็จสวรรคต เมื่อ ปีระกา เอกศก จุลศักราช 731 (ตรงกับ พ.ศ. 1912) ครองราชสมบัติ 20 ปี ผู้สืบราชพระราชบัลลังก์ต่อคือ สมเด็จพระราเมศวร
ที่มาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
แนวความคิดที่ 1
พระเจ้าอู่ทองมาจากอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแนวความคิดของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่ในปัจจุบันแนวความคิดนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วเนื่องจากการสำรวจหลักฐานทางโบราณคดีของ อ.มานิต วัลลิโภดม ที่เมืองอู่ทองแล้วพบว่า เป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดีตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทั้งสิ้น แล้วประมาณอายุเมืองนี้ว่าต้องร้างไปก่อนสมัยสมเด็จพระรามาธิบดี ผู้สร้างพระนครศรีอยุธยาราว 200 ปี ศาสตราจารย์ชอง บวสเซอลิเย่ แห่งมหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศสมาร่วมขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2511 สรุปว่าเมืองอู่ทองโบราณนี้ร้างไปแล้วเป็นเวลาถึง 300 ปีก่อนยุคของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
แนวความคิดที่ 2
สืบเชื้อสายมาจากกลุ่มผู้ปกครองทางเหนือ ในตำนานสิงหนวัติกล่าวว่า พระเจ้าอู่ทองสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าพรหมกุมาร มีต้นวงศ์อยู่ที่เมืองเชียงแสนหรือแคว้นโยนกนคร ต่อมาพระเจ้าพรหมได้อพยพมาสร้างเมืองที่เชียงรายหรือเวียงไชยปราการ กษัตริย์ที่เวียงไชยปราการที่ปกครองสืบต่อมาถูกเมืองสุธรรมวดีรุกราน จึงอพยพอยู่แถบบริเวณเมืองไตรตรึงส์สืบต่ออายุมาหลายชั่วคน จนถึงพระเจ้าอู่ทองหรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ที่ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
แนวความคิดที่ 3
แนวความคิดที่ว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นชาวจีน เป็นเพียงการอ้างอิงจากพงศาวดารฉบับวันวลิต อีกทั้งก็ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีมาสนับสนุน ข้อสันนิษฐานนี้จึงไม่มีน้ำหนักมากพอเช่นกัน
แนวความคิดที่ 4
พระเจ้าอู่ทองมาจากเมืองเพชรบุรี(พริบพรี) ที่กล่าวถึงในจดหมายเหตุลาลูแบร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ รวมถึงยังมีตำนานที่กล่าวอ้างอิงถึงอยู่บ้าง โดยกล่าวว่า สมเด็จพระบรมราชาสถาปนาพระพุทธไตรรัตนนายกได้ 1 ปีก็เสด็จออกผนวช แล้วสถาปนาเจ้าชายวรเชษฐ์ ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ครั้นลาสิกขาแล้ว ก็โปรดให้เจ้าชายวรเชษฐ์ไปครองเมืองเพชรบุรี ซึ่งตำนานระบุว่าต่อมาคือสมเด็จพระรามาธบดีที่ 1
แนวความคิดที่ 5
พระเจ้าอู่ทองอยู่ที่บริเวณอยุธยานี้เดิมอยู่แล้ว เดิมเป็นเจ้าเมืองอโยธยา เมื่อมีโรคระบาดดังกล่าวก็ได้เสด็จมาสร้างเมืองใหม่ที่บริเวณที่เป็นกรุงศรีอยุธยาในปัจจุบัน
แนวความคิดที่ 6
พระเจ้าอู่ทองสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองลพบุรี โดยอ้างหลักฐานทางลายลักษณ์อักษรจากชินกาลมาลีปกรณ์ ที่กล่าวถึงกษัตริย์จากเมืองอโยธยปุระเสด็จมาจากเมืองกัมโพชหรือลพบุรีในปัจจุบันมายึดเมืองชัยนาทหรือพิษณุโลกในปัจจุบัน แล้วตั้งขุนนางชื่อวัฏเดชหรือขุนหลวงพะงั่วครองเมืองสุพรรณภูมิ ญาติของวัฏเดชได้อภิเษกกับพระเจ้าอู่ทองแล้วพระองค์ก็ได้เสด็จกลับไปที่เมืองอโยธยปุระ
ตามหลักฐานและโบราณคดี
ทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ในแนวคิดที่ 4 5 และ 6 สามารถผนวกรวมกันได้ กล่าวคือ เมื่อพิจารณาตำนานทั้งหลายแล้ว เจ้าชายวรเชษฐ์ ทรงเป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมราชา กษัตริย์แห่งอาณาจักรละโว้ (แนวความคิดที่ 6) ต่อมาพระราชชนกโปรดให้ไปครองเมืองพริบพรี (แนวความคิดที่ 4) และหลังจากพระราชชนกเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงกลับมาครองเมืองอโยธยา (แนวความคิดที่ 5) จากนั้นจึงเกิดโรคระบาด จึงทรงย้ายที่ตั้งเมืองมายังตำแหน่งปัจจุบัน


พระราชกรณียกิจ

การทำสงครามกับเขมร (ในคราวขอมแปรพักตร์)
ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับแว่นแคว้นต่างๆมากมาย แม้กระทั่ง ขอม ซึ่งก็เป็นมาด้วยดีจนกระทั่งกษัตริย์ขอมทรงสวรรคต พระราชโอรสนาม พระบรมลำพงศ์ ทรงขึ้นครองราชย์ ซึ่งพระบรมลำพงศ์ก็แปรพักตร์ไม่เป็นไมตรีดังแต่ก่อน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จึงมีบัญชาให้ สมเด็จพระราเมศวร ยกทัพไปตีกัมพูชา และให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ ขุนหลวงพะงั่ว ทรงยกทัพไปช่วย จึงสามารถตีเมืองนครธมแตกได้ พระบรมลำพงศ์ทรงสวรรคตในศึกครั้งนี้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 จึงแต่งตั้ง ปาสัต พระราชโอรสของพระบรมลำพงศ์เป็นกษัตริย์ขอม
ตรากฎหมาย
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงประกาศใช้กฎหมายถึง 10 ฉบับ ในรัชสมัยของพระองค์ ได้แก่
พระราชบัญญัติลักษณะพยาน
พระราชบัญญัติลักษณะอาญาหลวง
พระราชบัญญัติลักษณะรับฟ้อง
พระราชบัญญัติลักษณะลักพา
พระราชบัญญัติลักษณะอาญาราษฎร์
พระราชบัญญัติลักษณ์โจร
พระราชบัญญัติเบ็ดเสร็จว่าด้วยที่ดิน
พระราชบัญญัติลักษณะผัวเมีย
พระราชบัญญัติลักษณะผัวเมีย (อีกตอนหนึ่ง)
พระราชบัญญัติลักษณะโจรว่าด้วยโจร
ในประวัติศาสตร์บางแหล่งบอกว่ามีมากกว่านี้ แต่เท่าที่หาหลักฐานได้ มีเพียงเท่านี้เท่านั้น
การศาสนา
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างวัดต่างๆ เช่น
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพุทไธสวรรย์ เมื่อปี พ.ศ. 1876
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดป่าแก้ว เมื่อปี พ.ศ. 1900
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระราม เมื่อปี พ.ศ. 1912
ประวัติพระเจ้าอู่ทอง


0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทองทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยาเสด็จพระราชสมภพเมื่อพ.ศ. ค.ศ. 1857 ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของอาณาจักรอยุธยาเมื่อจุลศักราช 712 ปีขาลโทศกวันศุกร์เดือนห้าขึ้นหกค่ำเวลา 3 นาฬิกา 9 บาท (ตรงกับพ.ศ. 1893) มีพระนามเต็มว่าสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวและเสด็จสวรรคตเมื่อปีระกาเอกศกจุลศักราช 731 (ตรงกับพ.ศ. ซาวน่า) ครองราชสมบัติ 20 ปีผู้สืบราชพระราชบัลลังก์ต่อคือสมเด็จพระราเมศวรที่มาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1แนวความคิดที่ 1พระเจ้าอู่ทองมาจากอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นแนวความคิดของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพแต่ในปัจจุบันแนวความคิดนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วเนื่องจากการสำรวจหลักฐานทางโบราณคดีของอ.มานิตวัลลิโภดมที่เมืองอู่ทองแล้วพบว่าเป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดีตอนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทั้งสิ้นแล้วประมาณอายุเมืองนี้ว่าต้องร้างไปก่อนสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีผู้สร้างพระนครศรีอยุธยาราว 200 ปีศาสตราจารย์ชองบวสเซอลิเย่แห่งมหาวิทยาลัยปารีสประเทศฝรั่งเศสมาร่วมขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองอู่ทองอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีต่อมาเมื่อพ.ศ. ปีพ.ศ.สรุปว่าเมืองอู่ทองโบราณนี้ร้างไปแล้วเป็นเวลาถึง 300 ปีก่อนยุคของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1แนวความคิดที่ 2สืบเชื้อสายมาจากกลุ่มผู้ปกครองทางเหนือ ในตำนานสิงหนวัติกล่าวว่า พระเจ้าอู่ทองสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าพรหมกุมาร มีต้นวงศ์อยู่ที่เมืองเชียงแสนหรือแคว้นโยนกนคร ต่อมาพระเจ้าพรหมได้อพยพมาสร้างเมืองที่เชียงรายหรือเวียงไชยปราการ กษัตริย์ที่เวียงไชยปราการที่ปกครองสืบต่อมาถูกเมืองสุธรรมวดีรุกราน จึงอพยพอยู่แถบบริเวณเมืองไตรตรึงส์สืบต่ออายุมาหลายชั่วคน จนถึงพระเจ้าอู่ทองหรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ที่ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแนวความคิดที่ 3แนวความคิดที่ว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นชาวจีน เป็นเพียงการอ้างอิงจากพงศาวดารฉบับวันวลิต อีกทั้งก็ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีมาสนับสนุน ข้อสันนิษฐานนี้จึงไม่มีน้ำหนักมากพอเช่นกันแนวความคิดที่ 4
พระเจ้าอู่ทองมาจากเมืองเพชรบุรี(พริบพรี) ที่กล่าวถึงในจดหมายเหตุลาลูแบร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ รวมถึงยังมีตำนานที่กล่าวอ้างอิงถึงอยู่บ้าง โดยกล่าวว่า สมเด็จพระบรมราชาสถาปนาพระพุทธไตรรัตนนายกได้ 1 ปีก็เสด็จออกผนวช แล้วสถาปนาเจ้าชายวรเชษฐ์ ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ครั้นลาสิกขาแล้ว ก็โปรดให้เจ้าชายวรเชษฐ์ไปครองเมืองเพชรบุรี ซึ่งตำนานระบุว่าต่อมาคือสมเด็จพระรามาธบดีที่ 1
แนวความคิดที่ 5
พระเจ้าอู่ทองอยู่ที่บริเวณอยุธยานี้เดิมอยู่แล้ว เดิมเป็นเจ้าเมืองอโยธยา เมื่อมีโรคระบาดดังกล่าวก็ได้เสด็จมาสร้างเมืองใหม่ที่บริเวณที่เป็นกรุงศรีอยุธยาในปัจจุบัน
แนวความคิดที่ 6
พระเจ้าอู่ทองสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองลพบุรี โดยอ้างหลักฐานทางลายลักษณ์อักษรจากชินกาลมาลีปกรณ์ ที่กล่าวถึงกษัตริย์จากเมืองอโยธยปุระเสด็จมาจากเมืองกัมโพชหรือลพบุรีในปัจจุบันมายึดเมืองชัยนาทหรือพิษณุโลกในปัจจุบัน แล้วตั้งขุนนางชื่อวัฏเดชหรือขุนหลวงพะงั่วครองเมืองสุพรรณภูมิ ญาติของวัฏเดชได้อภิเษกกับพระเจ้าอู่ทองแล้วพระองค์ก็ได้เสด็จกลับไปที่เมืองอโยธยปุระ
ตามหลักฐานและโบราณคดี
ทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ในแนวคิดที่ 4 5 และ 6 สามารถผนวกรวมกันได้ กล่าวคือ เมื่อพิจารณาตำนานทั้งหลายแล้ว เจ้าชายวรเชษฐ์ ทรงเป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมราชา กษัตริย์แห่งอาณาจักรละโว้ (แนวความคิดที่ 6) ต่อมาพระราชชนกโปรดให้ไปครองเมืองพริบพรี (แนวความคิดที่ 4) และหลังจากพระราชชนกเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงกลับมาครองเมืองอโยธยา (แนวความคิดที่ 5) จากนั้นจึงเกิดโรคระบาด จึงทรงย้ายที่ตั้งเมืองมายังตำแหน่งปัจจุบัน


พระราชกรณียกิจ

การทำสงครามกับเขมร (ในคราวขอมแปรพักตร์)
ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับแว่นแคว้นต่างๆมากมาย แม้กระทั่ง ขอม ซึ่งก็เป็นมาด้วยดีจนกระทั่งกษัตริย์ขอมทรงสวรรคต พระราชโอรสนาม พระบรมลำพงศ์ ทรงขึ้นครองราชย์ ซึ่งพระบรมลำพงศ์ก็แปรพักตร์ไม่เป็นไมตรีดังแต่ก่อน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จึงมีบัญชาให้ สมเด็จพระราเมศวร ยกทัพไปตีกัมพูชา และให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ ขุนหลวงพะงั่ว ทรงยกทัพไปช่วย จึงสามารถตีเมืองนครธมแตกได้ พระบรมลำพงศ์ทรงสวรรคตในศึกครั้งนี้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 จึงแต่งตั้ง ปาสัต พระราชโอรสของพระบรมลำพงศ์เป็นกษัตริย์ขอม
ตรากฎหมาย
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงประกาศใช้กฎหมายถึง 10 ฉบับ ในรัชสมัยของพระองค์ ได้แก่
พระราชบัญญัติลักษณะพยาน
พระราชบัญญัติลักษณะอาญาหลวง
พระราชบัญญัติลักษณะรับฟ้อง
พระราชบัญญัติลักษณะลักพา
พระราชบัญญัติลักษณะอาญาราษฎร์
พระราชบัญญัติลักษณ์โจร
พระราชบัญญัติเบ็ดเสร็จว่าด้วยที่ดิน
พระราชบัญญัติลักษณะผัวเมีย
พระราชบัญญัติลักษณะผัวเมีย (อีกตอนหนึ่ง)
พระราชบัญญัติลักษณะโจรว่าด้วยโจร
ในประวัติศาสตร์บางแหล่งบอกว่ามีมากกว่านี้ แต่เท่าที่หาหลักฐานได้ มีเพียงเท่านี้เท่านั้น
การศาสนา
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างวัดต่างๆ เช่น
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพุทไธสวรรย์ เมื่อปี พ.ศ. 1876
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดป่าแก้ว เมื่อปี พ.ศ. 1900
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระราม เมื่อปี พ.ศ. 1912
ประวัติพระเจ้าอู่ทอง


การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 1857 เมื่อจุลศักราช 712 ปีขาลโทศกวันศุกร์เดือนห้าขึ้นหกค่ำเวลา 3 นาฬิกา 9 บาท (ตรงกับ พ.ศ. 1893) มีพระนามเต็มว่า พระเจ้าอยู่หัวและเสด็จสวรรคตเมื่อปีระกาเอกศกจุลศักราช 731 (ตรงกับ พ.ศ. 1912) ครองราชสมบัติ 20 ปีผู้สืบราชพระราชบัลลังก์ต่อคือ
1
แนวความคิดที่ 1
พระเจ้าอู่ทองมาจากอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี อ. มานิตวัลลิโภดมที่เมืองอู่ทองแล้วพบว่าเป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดีตอนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทั้งสิ้น ผู้สร้างพระนครศรีอยุธยาราว 200 ปีศาสตราจารย์ชองบวสเซอลิเย่แห่งมหาวิทยาลัยปารีส อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2511 300 ปีก่อนยุคของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
แนวความคิดที่
ในตำนานสิงหนวัติกล่าวว่า 1 โดยกล่าวว่า 1 ปีก็เสด็จออกผนวชแล้วสถาปนาเจ้าชายวรเชษฐ์ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ครั้นลาสิกขาแล้ว 1 แนวความคิดที่ เดิมเป็นเจ้าเมืองอโยธยา 1 ในแนวคิดที่ 4 5 และ 6 สามารถผนวกรวมกันได้กล่าวคือเมื่อพิจารณาตำนานทั้งหลายแล้วเจ้าชายวรเชษฐ์ทรงเป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมราชากษัตริย์แห่งอาณาจักรละโว้ (แนวความคิดที่ 6) (แนวความคิดที่ 4) ทรงกลับมาครองเมืองอโยธยา (แนวความคิดที่ 5) จากนั้นจึงเกิดโรคระบาด 1 แม้กระทั่งขอม พระราชโอรสนามพระบรมลำพงศ์ทรงขึ้นครองราชย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จึงมีบัญชาให้สมเด็จพระราเมศวรยกทัพไปตีกัมพูชาและให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่วทรงยกทัพไปช่วยจึงสามารถตีเมืองนคร ธ มแตกได้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 จึงแต่งตั้งปาสัต 1 ทรงประกาศใช้กฎหมายถึง 10 ฉบับในรัชสมัยของพระองค์ แต่เท่าที่หาหลักฐานได้ เช่นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดพุทไธสวรรย์เมื่อปี พ.ศ. 1876 ​​ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดป่าแก้วเมื่อปี พ.ศ. 1900 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดพระรามเมื่อปี พ.ศ. 1912 ประวัติพระเจ้าอู่ทอง





































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ค็อคพระเจ้าอู่ทองทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยาเสด็จพระราชสมภพเมื่อพ . ศ .1857 ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของอาณาจักรอยุธยาเมื่อจุลศักราช 712 ปีขาลโทศกวันศุกร์เดือนห้าขึ้นหกค่ำเวลา 3 นาฬิกา 9 บาท ( ตรงกับพ . ศ .1893 ) มีพระนามเต็มว่าสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวและเสด็จสวรรคตเมื่อปีระกาเอกศกจุลศักราช 731 ( ตรงกับพ . ศ . 1912 ) ครองราชสมบัติ 20 ผู้สืบราชพระราชบัลลังก์ต่อคือสมเด็จพระราเมศวร
.ที่มาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
1
แนวความคิดที่พระเจ้าอู่ทองมาจากอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นแนวความคิดของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพแต่ในปัจจุบันแนวความคิดนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วเนื่องจากการสำรวจหลักฐานทางโบราณคดีของ Admiralมานิตวัลลิโภดมที่เมืองอู่ทองแล้วพบว่าเป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดีตอนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทั้งสิ้นแล้วประมาณอายุเมืองนี้ว่าต้องร้างไปก่อนสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีผู้สร้างพระนครศรีอยุธยาราว 200 .บวสเซอลิเย่แห่งมหาวิทยาลัยปารีสประเทศฝรั่งเศสมาร่วมขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองอู่ทองอำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรีต่อมาเมื่อพ .ศ . 2511 สรุปว่าเมืองอู่ทองโบราณนี้ร้างไปแล้วเป็นเวลาถึง 300 ปีก่อนยุคของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
2
แนวความคิดที่
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: