ในลัทธิวูดูนั้น ซอมบีเป็นศพที่ถูกปลุกให้กลับมาอีกครั้งโดยพ่อมดที่เรียกว่าบอคอร์ (bokor) ซอมบีนั้นไม่มีความคิดของตนเองและจะทำงานรับใช้ตามที่เจ้านายต้องการ เชื่อกันว่าถ้าให้ซอมบีกินเกลือแล้ว ซอมบีก็จะกลับไปตายที่หลุมศพของตนอีกครั้ง
ในปีพ.ศ. 2480 โซรา เนียล เฮิร์สตัน (Zora Neale Hurston) ซึ่งกำลังศึกษาเรื่องคติชนวิทยาของประเทศเฮติได้พบกับสตรีที่ครอบครัวอ้างว่าเป็นซอมบีของเฟลิเซีย เฟลิกซ์ เมนเทอร์ ซึ่งเสียชีวิตและได้รับการฝังเมื่อสามสิบปีก่อนหน้านั้น เฮิร์สตันได้ตามสืบข่าวลือเรื่องของคนที่ถูกยาที่มีผลทางจิตเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถหาผู้ที่ยอมให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ เธอเชื่อว่ารากฐานของลัทธิวูดูนั้นน่าจะเป็นแพทยศาสตร์ที่มีการใช้ยาซึ่งวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จักมากกว่าจะเป็นพิธีกรรม[2]
เวท ดาวิสได้เขียนถึงเรื่องซอมบีในทางแพทยศาสตร์จากประสบการณ์ที่เดินทางไปเฮติในปีพ.ศ. 2525 ไว้ในหนังสือสองเล่มคือ The Serpent and the Rainbow และ Passage of Darkness: The Ethnobiology of the Haitian Zombie ดาวิสระบุว่าซอมบีนั้นเกิดจากผงแป้งสองชนิดเข้าไปในกระแสเลือด โดยแป้งชนิดแรกคือ coup de poudre ซึ่งมีพิษที่เรียกว่า tetrodotoxin ซึ่งเป็นพิษกับระบบประสาทและพบได้ในเนื้อของปลาปักเป้า ส่วนแป้งประเภทที่สองนั้นเป็นยากล่อมประสาท เมื่อใช้รวมกันแล้ว บอคอร์จะสามารถควบคุมเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้
ดาวิสบรรยายถึงกระบวนการนี้ว่า ก่อนอื่นนั้นผู้เป็นซอมบีจะอยู่ในสภาพเหมือนตาย จากนั้นก็จะตื่นขึ้นมาด้วยสภาพจิตใจที่สับสน และบอคอร์ก็จะใช้ยาและการสะกดจิตซึ่งเสริมโดยความเชื่อของเฮติให้คิดว่าตนตายไปแล้วและกลายเป็นซอมบี
ซอมบิ (zombi) ยังเป็นชื่อหนึ่งของโลอา งูดัมบาลา (Damballah) ซึ่งมีต้นกำเนิดจากแถบไนเจอร์-คองโก ลัทธิวูดูในแอฟริกาตะวันตก