เธอและแม่เริ่มให้ความรู้ผู้คนเกี่ยวกับปัญหาไข้มาลาเรียในแอฟริกาและความ ต้องการมุ้ง ทั้งในโบสถ์และในโรงเรียน และตั้งโครงการรับบริจาคเงินเพื่อซื้อมุ้งโดยมีสิ่งตอบแทนคือใบ ประกาศนียบัตรทำมือที่เธอร่วมทำกับเพื่อน ๆ ทุก ๆ วันหยุด เธอจะสามารถแจกประกาศนียบัตรนี้แลกกับเงินรวมกว่า 24,000 บาท และเมื่อเธออายุได้ 6 ขวบ ก็สามารถรวบรวมเงินได้ 300,000 บาท ช่วงนั้นเองที่องค์การสหประชาชาติได้ออกแคมเปญ "Nothing But Nets (NBN)" หรือ "ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง" พอดี และถามเธอว่าเธออยากเป็นกระบอกเสียงให้กับเด็ก ๆ หรือไม่ แน่นอนว่าเธอรีบตอบรับ จากนั้นเธอก็กลายเป็นทูตตัวน้อยในการรณรงค์บริจาคเงินซื้อมุ้งช่วยเหลือเด็ก ๆ ในแอฟริกาทันที ในที่สุดโครงการ Nothing But Nets ก็สามารถส่งมุ้งกว่า 4 ล้านหลัง (สถิติปี 2009) ไปแจกจ่ายให้กับชาวแอฟริกาในกว่า 20 ประเทศ
หลายปีที่ผ่านมาเธอช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับโครงการ Nothing But Nets มาโดยตลอด แน่นอนว่าเธอกลายเป็นเด็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ ได้รับการยกย่องในสหรัฐอเมริกามาก แคทเธอรีนได้รับโอกาสในการเข้าพบอดีตประธานาธิบดีบุช และลอรา บุช สตรีหมายเลข 1 ในวันมาลาเรียแห่งชาติ ได้พบกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน นับเป็นช่วงเวลาที่เธอภาคภูมิใจมาก
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เรื่องราวของเธอยังได้รับการตีแผ่ในนิตยสารดัง ๆ อย่าง Time for Kids และหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง New York Times และได้รับรางวัล Dragonfly Award จากทำเนียบขาว ในฐานะที่เป็นบุคคลที่พยายามต่อสู้กับไข้มาลาเรีย นอกจากนี้เธอยังมีโอกาสได้พบคนดังอีกหลายคนด้วย
แคทเธอรีนปรากฏชื่อในสื่อมวลชนครั้งล่าสุดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะที่เธอมีอายุได้ 10 ขวบ เธอบอกว่าเธอดีใจที่สถิติการเสียชีวิตของเด็ก ๆ แอฟริกาจากไข้มาลาเรียนั้นน้อยลง จากทุก 30 วินาที เป็นทุก 45 วินาที
ปัจจุบันแม้ว่าเธอจะไม่ได้รับการพูดถึงมากเท่าไรในหน้าสื่อแล้ว แต่โครงการ Nothing But Nets ก็ยังคงอยู่ โดยสามารถส่งมุ้งไปช่วยเหลือผู้คนในแอฟริกาได้กว่า 7 ล้านหลังแล้ว ขณะที่สถิติการเสียชีวิตนั้นก็ลดลงอีก จากทุก 45 วินาทีในปี 2010 เป็นทุก 1 นาที