มุสลิมชายหญิงทุกคนที่บรรลุนิติภาวะ คือ มีน้ำอสุจิหรือมีประจำเดือนแล้วต้องถือศีลอด การถือศีลอดที่บังคับให้กระทำนั้นมีเฉพาะในเดือนรอมฎอนเท่านั้นส่วนในวาระอื่นๆ ไม่ได้บังคับแต่ประการใด นอกจากจะมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นมาบังคับ เช่น การบนบานไว้ว่าจะถือศีลอดอันมิใช่ในเดือนรอมฎอนอย่างนี้ถือว่าการถือศีลอดตามที่บนบานไว้นั้นถูกบังคับให้กระทำ เป็นต้น
ผู้ที่ได้รับการงดเว้นไม่ต้องถือศีลอด คือ กรรมกรผู้ทำงานหนัก เช่น นักประดาน้ำ กรรมกรในเหมืองถ่านหิน ทหารที่ออกสนามรบ คนแก่ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ คนป่วย สตรีมีรอบเดือน หญิงพักฟื้นหลังจากการคลอดบุตร เป็นต้น ผู้ที่ขาดการถือศีลอดทั้งๆที่ตนเองสามารถถือได้นั้นต้องถือชดใช้ในเดือนอื่นของรอบ 11 เดือนนั้น ส่วนคนแก่ก็ให้ไถ่ภาระของตนเองโดยการให้อาหารแก่คนขัดสนยากจนคนละ 1 มื้อในแต่ละวันที่เขาขาดการถือศีลอด
ในระหว่างการถือศีลอดตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำ จะดื่มน้ำไม่ได้ แต่ให้กลืนน้ำลายตนเองได้ พูดเท็จไม่ได้ เพราะทำให้จิตใจมัวหมอง ลักขโมย ห้ามดูสิ่งลามกหรือพูดจาลามก ลวนลามทางชู้สาวด้วย เมื่อถือศีลอดครบเดือนรอมฎอนแล้วให้บริจาคทานเป็นข้าวหรือเงินแทนสมาชิกทุกคนในครอบครัวแก่คนยากจนขัดสน ก่อนจะนมาซอีดซึ่งถือว่าเป็นวันตรุษและให้กระทำได้ 3 วันล่วงหน้า ถ้าบริจาคหลังจากนมาซอีดแล้ว ถือว่าเป็นทานอาสา ( การบริจาคทานทั่วๆไป ) ไม่ใช่ทานตามบทบัญญัติ
ผลจากการถือศีลอด นำไปสู่ตุณธรรมนานาประการ เช่น แสดงให้ประจักษ์ชัดถึงความเสมอภาคทางสังคม สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ มีความอดทน อดกลั้น มีคุณธรรม มีความสำรวมตนเองและยำเกรงพระเจ้า ไม่ประพฤติผิดในขณะถือศีลอด มีจิตเมตตาสงสาร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น มีความสำนึกเมตตาแห่งพระผู้เป็นเจ้า มีระเบียบวินัยและฝึกให้ตรงต่อเวลาเพราะการถือศีลอดมีเงื่อนไขให้ทุกคนปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งความประพฤติอันดีงามมากมาย จะรับประทานก็ต้องตรงต่อเวลา จะพูดจาหรือจะเคลื่อนไหวก็ต้องระมัดระวังกลัวกุศลแห่งการถือศีลอดจะบกพร่องไป