12. สารกระตุ้นในนักกีฬาสารกระตุ้น คือสารที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางกายของนัก การแปล - 12. สารกระตุ้นในนักกีฬาสารกระตุ้น คือสารที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางกายของนัก ไทย วิธีการพูด

12. สารกระตุ้นในนักกีฬาสารกระตุ้น ค





12. สารกระตุ้นในนักกีฬา

สารกระตุ้น คือสารที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาไม่ว่าจะใช้โดยตั้งใจหือความไม่ตั้งใจก็ตามคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้มีความเห็นว่าสารพวกนี้เมื่อใช้แล้วก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการเล่นกีฬา ทำให้ที่ได้มาซึ่งชัยชนะไม่ได้เป็นการวัดความสามารถของนักกีฬาอย่างแท้จริง และสารกระตุ้นบางชนิดเมื่อใช้ไปแล้วมีผลเสียด้วย ดังนั้นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศจะมีการตรวจหาสารกระตุ้นจากนักกีฬาเสมอ

12.1 ชนิดของสารกระตุ้นจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 เป็นยาและฮอร์โมนได้แก่

1.1 พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น (Stimulants)

1.2 พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดชนิดเสพติด (Narcotic analgesic)

1.3 ฮอร์โมนอนาโบลิคเสตียรอยด์ (Anabolic steroids)

1.4 Beta-Blockers

1.5 ยาขับปัสสาวะ ( Diuretic)

กลุ่มที่ 2 เป็นการโด๊ปโดยวิธีการ คือ การให้เลือด

กลุ่มที่ 3 สารที่จะใช้จะต้องมีขีดจำกัดการใช้

3.1 Alcohol

3.2 ยาชาเฉพาะที่ (Local anesthesia)

3.3 Corticosteroids

ทั้ง 3 กลุ่มต่อไปนี้จะได้อธิบายรายละเอียดของแต่ละกลุ่มตามลำดับต่อไป



กลุ่มที่ 1

พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น ( Stimulants)
มีประมาณ 40 ชนิด พวกนั้นออกฤทธิ์ทำให้มีการตื่นตัว ลดการอ่อนเพลีย เพิ่มความรู้สึกอยากที่จะแข่งขัน โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ยากลุ่มนี้มีข้อเสียคือทำให้การตัดสินใจลดน้อยถอยลงไป ดังนั้นผลที่ตามมาคือเกิดอุบัติเหตุในการแข่งขันได้ง่าย ยาในกลุ่มนี้เป็นพวก Sympatomimetic amines ( กระตุ้น Sympathetic nerve) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดทำให้ออกซิเจนไปสู่อวัยวะที่ต้องการคือ กล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น

อันตรายของยากลุ่มนี้ คือ ทำให้ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจมีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย และมือเท้าสั่น กระตุ้น สารกระตุ้นพวกนี้ส่วนใหญ่ใช้กับกีฬาประเภทที่ใช้แรงในระยะสั้นๆ จะตรวจหาสารพวกนี้ทางปัสสาวะได้ทั้งในรูปที่เป็น Native form และ Metabolite form

สำหรับกาแฟ ( Caffeine) ถ้าบอกว่าเป็นสารกระตุ้น ต้องมีปัญหากับนักกีฬาเพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่ม แต่ว่านักกีฬาทานตามปกติก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทานไปหลายๆ แล้วติดต่อเพื่อตั้งใจโด๊ป ก็ต้องวัดปริมาณในปัสสาวะ ถ้ามีความเข็มข้นเกินกว่า 12 ไมโครกรัม/ 1 มิลลิลิตร ก็ถือว่าเป็นการโด๊ป ยาในกลุ่มนี้มักจะผสมอยู่ในยาแก้ไข้หวัด เช่น Ephedrine, pseudoephedrine, phenylpropanolamine เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นถ้านักกีฬาจะทานยาแก้หวัดควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจึงจะปลอดภัย

นอกจากนี้ยาพวก Beta-Agonists ซึ่งเราใช้ในการรักษาโรคหอบหืด หลอดลม, โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ก็ต้องใช้ไม่ได้ด้วยการกินหรือฉีด ซึ่งได้แก่ Bitoterol Terbutaline Salbutamol Orciprenaline Rimiterol แต่ถ้าเป็นชนิดพ่นลำคอ อนุญาตให้นักกีฬาใช้ได้ แต่ต้องมีบันทึกแจ้งคณะกรรมการฝ่ายแพทย์ของการแข่งขันให้ทราบก่อนการแข่งขัน ตัวอย่างยาที่อยู่ในกลุ่มกระตุ้นทั้ง 40 ชนิด จากการประชุม IOC medical Commission เมื่อเดือนตุลาคม 1991 ได้กำหนดสารกระตุ้นเพิ่มเติมในกลุ่มที่ 1 Stimulant ( กลุ่มกระตุ้น) อีก 2 ชนิด คือ amineptine และ mesocarbe ดังนั้นยาในกลุ่มกระตุ้นจึงมีทั้งหมด 42 ชนิด



2. พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดและเสพติด ( Narcotic analgesics)

ใช้แล้วนักกีฬาออกกำลังได้มากขึ้น ลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ เล่นกีฬาได้นาน ใช้ในนักกีฬาที่แข่งขันนานๆ เช่น วิ่งทน จักรยาน ทำให้เคลิบเคลิ้ม ไม่สนใจอย่างอื่นอยากเล่นกีฬาอย่างเดียว ข้อเสียของยากลุ่มนี้คือ ลดการหายใจ และติดยา

ตัวอย่างที่ใช้บ่อยๆ ในกลุ่มนี้มักปนอยู่กับยาแก้ไอชนิดที่มีส่วนผสมของ Codeine, และยาแก้ปวดที่มีสูตรของ Codeine, หรือคล้ายๆ อยู่ด้วย แต่ Dextrometrophan ที่ใช้แก้ไอไม่ถือเป็นยาโด๊ป

ยาในกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 19 ชนิด

3. Anabolic steroids

มีอยู่ 16 ชนิด ยากลุ่มนี้มีผลทำให้ปริมาตรและขนาดของกล้ามเนื้อโตขึ้น เพิ่มความแข็งแรง เพิ่มคามสามารถในการแข่งขัน

แต่มีข้อเสียคือ การใช้มากและนานจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ทางจิต มีอันตรายต่อตับ ให้เด็กวัยเจริญเติบโตจะทำให้การเจริญเติบโตของกระดูก หยุดชะงัก นักกีฬาชายที่ใช้ยานี้นานจะมีศีรษะล้าน ลูกอัณฑะฝ่อ ความดันโลหิตสูง และเป็นหมันได้ ในนักกีฬาหญิงจะลดการทำงานของรังไข่ ลดการมีประจำเดือน มีลักษณะคล้ายนักกีฬาชาย เต้านมเหี่ยว ผมมีลักษณะล้านเหมือนกับชาย ยาพวกนี้มักจะใช้ในนักกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมากๆ เช่น ยกน้ำหนัก มวยปล้ำ เพาะกาย เป็นต้น ให้เอาอัตราส่วนระหว่าง Testosterone/epitestosterone ( ซึ่งเป็น metabolite) ถ้าอัตราส่วนมากกว่า 6 ว่าเป็นโด๊ป ยาในกลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกัน 16 ชนิด



4. Beta-Blockers

เป็นยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจ โดยไปลด Nerve conduction ที่ Beta-receptor ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง การเต้นของหัวใจไม่ปกติ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ปวดศีรษะไม่เกรน เป็นต้น

นักกีฬาที่ใช้ยาในกลุ่มนี้มักเป็นนักกีฬาที่มีความฟิตของร่างกายไม่มากนัก แต่ต้องการสมาธิและระวังการตื่นเต้น เช่น ยิงปืน ยิงธนู ข้อเสียของการใช้ยานี้ คืออาจเกิดการเกร็งของหลอดลมเป็นหอบหืดได้ ความดันโลหิตต่ำ ยาในกลุ่มนี้มีประมาณ 9 ชนิด

5. ยาขับปัสสาวะ ( Diuretics)

นักกีฬาใช้เพื่อขับน้ำออกจากร่างกาย เพื่อลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว มีประโยชน์กับนักกีฬาที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แข่งเป็นรุ่น เช่น มวย ยกน้ำหนัก

นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อหวังผลจะทำให้ปัสสาวะออกมากจะไปเจือจางยาโด๊ปตัวอื่นๆ ลง ทำให้การตรวจพบทำได้ยาก

ข้อเสียของยาคือ ร่างกายจะเสียเกลือออกไปกับปัสสาวะมากขึ้น ได้แก่ เกลือ โซเดียม โปตัสเซียม ทำให้เกิดตะคริวในกล้ามเนื้อง่าย เกิดภาวะ Heat exhaust และ heat stroke ง่าย ยาในกลุ่มนี้มีประมาณ 18 ชนิด เช่น Acetazolamide amiloride benzothiazide



กลุ่มที่ 2

การโด๊ปเลือด ( Blood doping) โดยการให้เลือดแก่นักกีฬา โดยอาศัยความรู้ทางทฤษฏีว่าเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย รวมทั้งกล้ามเนื้อขณะออกกำลังด้วย ในการแข่งขันต้องใช้พลังงานแบบแอโรบิค ถ้ามีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมาก ย่อมก่อให้เกิดพลังงานได้มากด้วย

การให้เลือดมีวิธีการให้ได้หลายแบบ เช่น ให้ Whole blood ซึ่งมีเม็ดเลือดแดงประมาณ 40-45 % แต่มีผลเสียคือจะเกิด circulation overload ได้ง่าย ต่อมามีการปรุงยาโด๊ปแบบให้ Pack red blood cell ซึ่งจะมีเม็ดเลือดแดงประมาณ 80 % ให้ครั้งละ 1 ยูนิต คือประมาณ 300 ลูกบาศก์มิลลิลิตร จะไม่มีผลต่อ circulation overload แต่อย่างไร

แต่มามีการปรับปรุงไปใช้แบบ Frozen red cell โดยเก็บเม็ดเลือดไว้โดยวิธี cryo-preservative ที่อุณหภูมิ -70 องศา ถึง 80 C จะเก็บเลือดแดงไว้ได้นานถึง 3 ปี (ปกติเม็ดเลือดแดงเก็บโดยวิธีธรรมดา ภายนอ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
12. สารกระตุ้นในนักกีฬาสารกระตุ้นคือสารที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาไม่ว่าจะใช้โดยตั้งใจหือความไม่ตั้งใจก็ตามคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้มีความเห็นว่าสารพวกนี้เมื่อใช้แล้วก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการเล่นกีฬาทำให้ที่ได้มาซึ่งชัยชนะไม่ได้เป็นการวัดความสามารถของนักกีฬาอย่างแท้จริงและสารกระตุ้นบางชนิดเมื่อใช้ไปแล้วมีผลเสียด้วยดังนั้นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศจะมีการตรวจหาสารกระตุ้นจากนักกีฬาเสมอกลุ่มดังนี้ 12.1 ชนิดของสารกระตุ้นจัดเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3เป็นยาและฮอร์โมนได้แก่กลุ่มที่ 11.1 พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น (สารกระตุ้น)1.2 พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดชนิดเสพติด (ยาแก้ปวดยาเสพติด)1.3 ฮอร์โมนอนาโบลิคเสตียรอยด์ (เตียรอยด์)1.4 ปิดยาขับปัสสาวะ 1.5 (ยาขับปัสสาวะ)การให้เลือดคือเป็นการโด๊ปโดยวิธีการกลุ่มที่ 2สารที่จะใช้จะต้องมีขีดจำกัดการใช้กลุ่มที่ 33.1 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์3.2 ยาชาเฉพาะที่ (ดมยาสลบท้องถิ่น)3.3 corticosteroidsกลุ่มต่อไปนี้จะได้อธิบายรายละเอียดของแต่ละกลุ่มตามลำดับต่อไปทั้ง 3 กลุ่มที่ 1พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น (สารกระตุ้น)มีประมาณ 40 ชนิดพวกนั้นออกฤทธิ์ทำให้มีการตื่นตัวลดการอ่อนเพลียเพิ่มความรู้สึกอยากที่จะแข่งขันโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่ยากลุ่มนี้มีข้อเสียคือทำให้การตัดสินใจลดน้อยถอยลงไปดังนั้นผลที่ตามมาคือเกิดอุบัติเหตุในการแข่งขันได้ง่ายยาในกลุ่มนี้เป็นพวก Sympatomimetic เอมีน (เห็นอกเห็นใจกระตุ้นประสาท) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดทำให้ออกซิเจนไปสู่อวัยวะที่ต้องการคือกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอันตรายของยากลุ่มนี้คือทำให้ความดันโลหิตสูงปวดศีรษะหัวใจเต้นผิดปกติอาจมีอาการนอนไม่หลับกระวนกระวายและมือเท้าสั่นกระตุ้นสารกระตุ้นพวกนี้ส่วนใหญ่ใช้กับกีฬาประเภทที่ใช้แรงในระยะสั้น ๆ จะตรวจหาสารพวกนี้ทางปัสสาวะได้ทั้งในรูปที่เป็นพื้นเมืองและ Metabolite ฟอร์มสำหรับกาแฟ (คาเฟอีน) ถ้าบอกว่าเป็นสารกระตุ้นต้องมีปัญหากับนักกีฬาเพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มแต่ว่านักกีฬาทานตามปกติก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าทานไปหลาย ๆ แล้วติดต่อเพื่อตั้งใจโด๊ปก็ต้องวัดปริมาณในปัสสาวะถ้ามีความเข็มข้นเกินกว่า 12 ไมโครกรัม / 1 มิลลิลิตรก็ถือว่าเป็นการโด๊ปยาในกลุ่มนี้มักจะผสมอยู่ในยาแก้ไข้หวัดเช่นอีเฟดรีน เฟด phenylpropanolamine เหล่านี้เป็นต้นดังนั้นถ้านักกีฬาจะทานยาแก้หวัดควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจึงจะปลอดภัยนอกจากนี้ยาพวก Beta Agonists ซึ่งเราใช้ในการรักษาโรคหอบหืดหลอดลม โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจก็ต้องใช้ไม่ได้ด้วยการกินหรือฉีดซึ่งได้แก่ Bitoterol Terbutaline Salbutamol Orciprenaline Rimiterol แต่ถ้าเป็นชนิดพ่นลำคออนุญาตให้นักกีฬาใช้ได้แต่ต้องมีบันทึกแจ้งคณะกรรมการฝ่ายแพทย์ของการแข่งขันให้ทราบก่อนการแข่งขันตัวอย่างยาที่อยู่ในกลุ่มกระตุ้นทั้ง 40 ชนิดจากการประชุม IOC แพทย์คณะเมื่อเดือนตุลาคม 1991 ได้กำหนดสารกระตุ้นเพิ่มเติมในกลุ่มที่ 1 กระตุ้น (กลุ่มกระตุ้น) อีก 2 ชนิดคือ amineptine และ mesocarbe ดังนั้นยาในกลุ่มกระตุ้นจึงมีทั้งหมด 42 ชนิด 2. พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดและเสพติด (ยาแก้ปวดยาเสพติด)ใช้แล้วนักกีฬาออกกำลังได้มากขึ้นลดอาการปวดของกล้ามเนื้อเล่นกีฬาได้นานใช้ในนักกีฬาที่แข่งขันนาน ๆ เช่นวิ่งทนจักรยานทำให้เคลิบเคลิ้มไม่สนใจอย่างอื่นอยากเล่นกีฬาอย่างเดียวข้อเสียของยากลุ่มนี้คือลดการหายใจและติดยาตัวอย่างที่ใช้บ่อย ๆ ในกลุ่มนี้มักปนอยู่กับยาแก้ไอชนิดที่มีส่วนผสมของโคดีอีน โคดีอีนและยาแก้ปวดที่มีสูตรของ หรือคล้าย ๆ อยู่ด้วยแต่ Dextrometrophan ที่ใช้แก้ไอไม่ถือเป็นยาโด๊ปยาในกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 19 ชนิด3. ยาสเตียรอยด์มีอยู่ 16 ชนิดยากลุ่มนี้มีผลทำให้ปริมาตรและขนาดของกล้ามเนื้อโตขึ้นเพิ่มความแข็งแรงเพิ่มคามสามารถในการแข่งขันแต่มีข้อเสียคือการใช้มากและนานจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ทางจิตมีอันตรายต่อตับให้เด็กวัยเจริญเติบโตจะทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกหยุดชะงักนักกีฬาชายที่ใช้ยานี้นานจะมีศีรษะล้านลูกอัณฑะฝ่อความดันโลหิตสูงและเป็นหมันได้ในนักกีฬาหญิงจะลดการทำงานของรังไข่ลดการมีประจำเดือนมีลักษณะคล้ายนักกีฬาชายเต้านมเหี่ยวผมมีลักษณะล้านเหมือนกับชายยาพวกนี้มักจะใช้ในนักกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมาก ๆ เช่นยกน้ำหนักมวยปล้ำเพาะกายเป็นต้นให้เอาอัตราส่วนระหว่าง (ซึ่งเป็น metabolite) ฮอร์โมนเพศชายเทียบ epitestosterone ถ้าอัตราส่วนมากกว่า 6 ว่าเป็นโด๊ปยาในกลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกัน 16 ชนิด 4. ปิดเป็นยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจโดยไปลดประสาทนำ Beta-receptor ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงการเต้นของหัวใจไม่ปกติกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดปวดศีรษะไม่เกรนเป็นต้นนักกีฬาที่ใช้ยาในกลุ่มนี้มักเป็นนักกีฬาที่มีความฟิตของร่างกายไม่มากนักแต่ต้องการสมาธิและระวังการตื่นเต้นเช่นยิงปืนยิงธนูข้อเสียของการใช้ยานี้คืออาจเกิดการเกร็งของหลอดลมเป็นหอบหืดได้ความดันโลหิตต่ำยาในกลุ่มนี้มีประมาณ 9 ชนิด5. ยาขับปัสสาวะ (ยาขับปัสสาวะ)นักกีฬาใช้เพื่อขับน้ำออกจากร่างกายเพื่อลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมีประโยชน์กับนักกีฬาที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแข่งเป็นรุ่นเช่นมวยยกน้ำหนักนอกจากนี้ยังใช้เพื่อหวังผลจะทำให้ปัสสาวะออกมากจะไปเจือจางยาโด๊ปตัวอื่น ๆ ลงทำให้การตรวจพบทำได้ยากข้อเสียของยาคือร่างกายจะเสียเกลือออกไปกับปัสสาวะมากขึ้นได้แก่เกลือโซเดียมโปตัสเซียมทำให้เกิดตะคริวในกล้ามเนื้อง่ายเกิดภาวะความร้อนไอเสียและใบหญ้าง่ายยาในกลุ่มนี้มีประมาณ 18 ชนิดเช่น Acetazolamide อะมิโลไรด์ benzothiazide กลุ่มที่ 2การโด๊ปเลือด (เลือด doping) โดยการให้เลือดแก่นักกีฬาโดยอาศัยความรู้ทางทฤษฏีว่าเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายรวมทั้งกล้ามเนื้อขณะออกกำลังด้วยในการแข่งขันต้องใช้พลังงานแบบแอโรบิคถ้ามีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากย่อมก่อให้เกิดพลังงานได้มากด้วยการให้เลือดมีวิธีการให้ได้หลายแบบเช่นให้เลือดซึ่งมีเม็ดเลือดแดงประมาณ 40-45% แต่มีผลเสียคือจะเกิดไหลเวียนเกินได้ง่ายต่อมามีการปรุงยาโด๊ปแบบให้ Pack เม็ดเลือดแดงซึ่งจะมีเม็ดเลือดแดงประมาณ 80% ให้ครั้งละ 1 ยูนิตคือประมาณ 300 ลูกบาศก์มิลลิลิตรจะไม่มีผลต่อไหลเวียนเกินแต่อย่างไรแต่มามีการปรับปรุงไปใช้แบบแช่แข็งเซลล์สีแดงโดยเก็บเม็ดเลือดไว้โดยวิธีที่อุณหภูมิ cryo-สารกันบูด-70 องศาถึง 80 C จะเก็บเลือดแดงไว้ได้นานถึง 3 ปี (ปกติเม็ดเลือดแดงเก็บโดยวิธีธรรมดาภายนอ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!




12. กระตุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดสารนักกีฬา

สารกระตุ้นคือสารที่จะเพิ่มสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาไม่ว่าได้ใช้จะโดยตั้งใจหือความสามารถไม่ตั้งใจก็ตามคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้มีความสามารถเห็นว่าได้สารพวกนี้เมื่อใช้แล้วก่อให้เกิดความสามารถไม่ยุติธรรม ในการเล่นกีฬาทำให้ที่ได้มา ซึ่งชัยชนะไม่ได้เป็นการวัดความสามารถของนักกีฬาอย่างแท้จริงและสารกระตุ้นบางชนิดเมื่อใช้ไปแล้วมีผลเสียด้วยดังนั้นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศจะมีการตรวจหาสารกระตุ้นจากนักกีฬาเสมอ

12.1 ชนิดของสารกระตุ้นจัดเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 เป็นยาและฮอร์โมน ได้แก่

1.1 พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น (Stimulants)

1.2 พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดชนิดเสพติด (ยาเสพติดยาแก้ปวด)

1.3 ฮอร์โมนอนาโบลิค เสตียรอยด์ (Anabolic เตียรอยด์)

1.4 กั้นเบต้า

1.5 ยาขับปัสสาวะ (ขับปัสสาวะ)

กลุ่มที่ 2 เป็นการโด๊ปโดยวิธีหัวเรื่อง: การคือหัวเรื่อง: การให้เลือด

กลุ่มที่ 3 สารที่จะใช้จะต้องมีขีด จำกัด การใช้

3.1 แอลกอฮอล์

3.2 ยา ชาเฉพาะที่ (ดมยาสลบท้องถิ่น)

3.3 Corticosteroids

ทั้ง 3 กลุ่มต่อไปนี้จะได้อธิบายรายละเอียดของแต่ละกลุ่มตามลำดับต่อไป



กลุ่มที่ 1

พวกที่ออกฤทธิ์กระตุ้น (Stimulants)
มีประมาณ 40 ชนิดพวกนั้นออกฤทธิ์ทำให้มีการตื่นตัว ลดการ อ่อนเพลียเพิ่มความรู้สึกอยากที่จะแข่งขัน โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ยากลุ่มนี้มีข้อเสียคือทำให้การตัดสินใจลดน้อยถอยลงไปดังนั้นผลที่ตามมาคือเกิดอุบัติเหตุในการแข่งขันได้ง่ายยาในกลุ่มนี้เป็นพวก เอมีน Sympatomimetic ( กระตุ้นประสาท) เพิ่มหัวเรื่อง: การไหลเวียนของเลือดทำให้ออกซิเจนไปสู่อวัยวะที่ต้องการคือกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การทำงานดีขึ้น

อันตรายของยากลุ่มนี้คือทำให้ความสามารถดันโลหิตสูงสุดสูงปวดศีรษะเพลงหัวใจเต้นผิดปกติอาจมีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวายและมือเท้าสั่นกระตุ้นสารกระตุ้น พวกนี้ส่วนใหญ่ใช้กับกีฬาประเภทที่ใช้แรงในระยะสั้น ๆ จะตรวจหาสารพวกนี้ทางปัสสาวะได้ทั้งในรูปที่เป็น รูปแบบเดิมและรูปแบบโบไล

สำหรับกาแฟ (คาเฟอีน) ถ้าบอกว่า เป็นสารกระตุ้นต้องมีปัญหากับนักกีฬา เพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มแต่ว่านักกีฬาทานตามปกติก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทานไปหลาย ๆ แล้วติดต่อเพื่อตั้งใจโด๊ปก็ต้องวัดปริมาณในปัสสาวะถ้ามีความเข็มข้นเกินกว่า 12 ไมโครกรัม / 1 มิลลิลิตร ก็ถือว่าเป็นการโด๊ปยาในกลุ่มนี้ มักจะผสมอยู่ในยาแก้ไข้หวัดเช่น อีเฟดรีน, pseudoephedrine, phenylpropanolamine เหล่านี้เป็นต้นดังนั้นถ้านักกีฬาจะทานยาแก้หวัดควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจึงจะปลอดภัย

นอกจากนี้ยาพวก Beta-Agonists ซึ่งเรา ใช้ในการรักษาโรคหอบหืดหลอดลม, โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจก็ต้องใช้ ไม่ได้ด้วยการกินหรือฉีดซึ่ง ได้แก่ Bitoterol terbutaline Salbutamol Orciprenaline Rimiterol แต่ถ้าเป็นชนิดพ่นลำคออนุญาต ให้นักกีฬาใช้ได้ แต่ต้องมีบันทึกแจ้งคณะกรรมการฝ่ายแพทย์ ของการแข่งขันให้ทราบก่อนการแข่งขัน ตัวอย่างยาที่อยู่ในกลุ่มกระตุ้นทั้ง 40 ชนิดจากการประชุม IOC คณะกรรมการการแพทย์เมื่อเดือนตุลาคม 1991 ได้กำหนดสารกระตุ้นเพิ่มเติมในกลุ่มที่ 1 กระตุ้น (กลุ่มกระตุ้น) อีก 2 ชนิดคือ amineptine และ mesocarbe ดังนั้น ยาในกลุ่มกระตุ้นจึงมีทั้งหมด 42 ชนิด



2. พวกที่ออกฤทธิ์แก้ปวดและเสพติด (ยาเสพติดยาแก้ปวด)

ใช้แล้วนักกีฬาออกกำลังได้มากขึ้นลด อาการปวดของกล้ามเนื้อเล่นกีฬาได้นานใช้ในนักกีฬาที่แข่งขันนาน ๆ เช่นวิ่งทน จักรยานทำให้เคลิบเคลิ้มไม่สนใจอย่างอื่นใหม่อยากเล่นกีฬาอย่างเดียวข้อเสียของยากลุ่มนี้คือลดหัวเรื่อง: การหายใจและติดยา

ตัวอย่าง arrow ที่ใช้บ่อยๆในห้างหุ้นส่วนจำกัดกลุ่มนี้มักปหนังสือนขณะนี้กับยาแก้ไอชนิดที่มีส่วนผสมของโคเดอีนและยาแก้ ปวดที่มีสูตรของโคเดอีนหรือคล้าย ๆ อยู่ด้วย แต่ Dextrometrophan ใช้แก้ที่ไอไม่ถือเป็นยาโด๊ป

ยาในห้างหุ้นส่วนจำกัดกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 19 ชนิด

3. Anabolic เตียรอยด์

มีอยู่ 16 ชนิดยากลุ่มนี้มีผลทำให้ปริมาตร และขนาดของ กล้ามเนื้อโตขึ้นเพิ่มความสามารถแข็งแรงเพิ่มคามด้านในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การแข่งขัน

แต่มีข้อเสียคือหัวเรื่อง: การใช้มากและนานจะมีหัวเรื่อง: การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ทางคุณจิตมีอันตรายต่อตับให้ที่คุณเด็กวัยเจริญเติบโตจะทำให้หัวเรื่อง: การเจริญเติบโตของกระดูกหยุดชะงักนักกีฬา ชายที่ใช้ยานี้นานจะมี ศีรษะล้านลูกอัณฑะฝ่อความดันโลหิตสูงและเป็นหมันได้ในนักกีฬาหญิงจะลดการทำงานของรังไข่ลดการมีประจำเดือนมีลักษณะคล้ายนักกีฬาชายเต้านมเหี่ยวผมมีลักษณะล้านเหมือนกับชายยาพวก นี้มักจะใช้ในนักกีฬาที่ต้อง ใช้กล้ามเนื้อมาก ๆ เช่นยกน้ำหนักมวยปล้ำเพาะกายเป็นต้นให้เอาอัตราส่วนระหว่าง ฮอร์โมนเพศชาย / Epitestosterone (ซึ่งเป็น metabolite) ถ้าอัตราส่วนมากกว่า 6 ว่าเป็นโด๊ปยาในกลุ่มนี้มี อยู่ด้วยกัน 16 ชนิด



4 . ปิดกั้นเบต้า

เป็นยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจโดย ไปลด การนำกระแสประสาทที่ Beta-รับใช้รักษาโรคความสามารถดันโลหิตสูงสุดสูงหัวเรื่อง: การเต้นของเพลงหัวใจไม่ปกติกล้ามเนื้อเพลงหัวใจขาดเลือดปวดศีรษะไม่เกรนเป็นต้น

นักกีฬาที่ใช้ยาในห้างหุ้นส่วนจำกัดกลุ่มนี้ มักเป็นนักกีฬาที่มีความฟิตของ ร่างกายไม่มากนัก แต่ต้องการสมาธิและระวังการตื่นเต้นเช่นยิงปืนยิงธนูข้อเสียของการใช้ยานี้คืออาจเกิดการเกร็งของหลอดลมเป็นหอบหืดได้ความดันโลหิตต่ำยาในกลุ่มนี้มี ประมาณ 9 ชนิด

5. ยาขับปัสสาวะ (ยาขับปัสสาวะ)

นักกีฬาใช้เพื่อขับคุณน้ำออกจากเนชั่ร่างกายเพื่อลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมีประโยชน์กับนักกีฬาที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแข่งเป็นรุ่นเช่นมวยยกน้ำหนัก

นอกจากนี้ยังใช้เพื่อหวังผลจะทำให้ปัสสาวะออก มากจะไปเจือจางยาโด๊ปคุณตัวอื่น ๆ ลงทำให้หัวเรื่อง: การตรวจพบทำได้ยาก

ข้อเสียของยาคือร่างกายจะเสียเกลือออกไปกับปัสสาวะมากขึ้น ได้แก่ เกลือโซเดียมโปตัสเซียมทำให้เกิดตะคริวในห้างหุ้นส่วนจำกัดกล้ามเนื้อง่ายเกิดภาวะไอเสียร้อน และจังหวะความร้อนง่ายยาในกลุ่มนี้มีประมาณ 18 ชนิดเช่น Acetazolamide amiloride benzothiazide



กลุ่มที่ 2

การโด๊ปเลือด (ยาสลบเลือด) โดยการให้เลือดแก่นักกีฬาโดยอาศัย ความรู้ทางทฤษฏีว่าเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยง ร่างกายรวมทั้งกล้ามเนื้อขณะออกกำลังด้วยในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การแข่งขันคุณต้องใช้พลังงานแบบแอโรบิคถ้ามีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากย่อมก่อให้เกิดพลังงานได้มากด้วย

หัวเรื่อง: การให้เลือดมีวิธีหัวเรื่อง: การให้ได้หลายแบบเช่นให้เลือดซึ่งมีเม็ดเลือดแดง ประมาณ 40-45% แต่มีผลเสียคือจะเกิดการไหลเวียนเกินได้ง่ายต่อมามีการปรุงยา โด๊ปแบบให้ แพ็คของเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งจะมีเม็ดเลือดแดงประมาณ 80% ให้ครั้งละ 1 ยูนิตคือประมาณ 300 ลูกบาศก์มิลลิลิตรจะไม่มีผล ต่อการไหลเวียนของเกินพิกัดอย่างไร แต่

แต่มามีหัวเรื่อง: การปรับปรุงไปใช้แบบมือถือสีแดงแช่แข็งโดยเก็บเม็ดเลือดไว้โดยวิธี Cryo-สารกันบูดที่อุณหภูมิ -70 องศาถึง 80 องศาเซลเซียสจะเก็บเลือดแดงไว้ได้นานถึง 3 ปี (ปกติเม็ดเลือดแดงเก็บโดยวิธี ธรรมดาภายนอ
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: