กองพล 93 ใหม่นี้ เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพล หลี่ เหวิน ฝาน ได้กล่าวถึ การแปล - กองพล 93 ใหม่นี้ เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพล หลี่ เหวิน ฝาน ได้กล่าวถึ ไทย วิธีการพูด

กองพล 93 ใหม่นี้ เกิดขึ้นภายใต้การน

กองพล 93 ใหม่นี้ เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพล หลี่ เหวิน ฝาน ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวนี้ว่า “...กองพล 93 นั้นเป็นชื่อของกองพลหนึ่งในกองทัพแห่งชาติของจีน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ... เมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กองพล 93 ถูกถอนกลับหมด ... ข้าพเจ้าไม่เคยเป็นทหารประจำการอาชีพ แต่พวกข้าพเจ้าเป็นเพียงอาสาสมัคร เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน...” กองพล 93 ใหม่นี้ได้ขยายกำลังเป็นกองทัพกู้ชาติ โดยมีนายพล หลี่ มี่ เป็นผู้บัญชาการ และมีกองกำลังสนับสนุนของหน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐอเมริกา ในเวลาต่อมาได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเหล่าทหารปืนใหญ่และเหล่าเทคนิค โดยจัดตั้งขึ้นที่บ้านปงป่าแขมใกล้กับชายแดนไทย คือ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางในการส่งกำลังบำรุงอีกเส้นทางหนึ่งที่นอกเหนือจากเส้นทางด้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2496 คณะกรรมการ 4 ชาติ กำหนดให้มีการถอนกำลังทหารของจีนคณะชาติกลับไต้หวัน หลังจากปี พ.ศ. 2504 เมื่อกองบัญชาการกองทัพสนามร่วมของนายพล หลิว เหยี่ยน หลิง ที่เมืองเชียงลับ ถูกทหารผสม จีน-พม่า บุกเข้าทำลาย ทำให้ทหารจีนคณะชาติที่อยู่ในบริเวณของรัฐฉานไม่มีฐานที่มั่น ทำให้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย 1.1 นโยบายของไทยต่อการอพยพของกองกำลังทหารจีนคณะชาติ นโยบายของรัฐบาลไทยที่มีต่อการอพยพเข้ามาของกองกำลังทหารจีนคณะชาตินั้นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นโยบายของรัฐบาลไทยก่อนและหลังจากปีพ.ศ. 2501 เป็นต้นมา ได้มีการดำเนินการส่งทหารจีนคณะชาติกลับไต้หวันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496 และครั้งที่สอง คือ พ.ศ. 2504 อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคมปีเดียวกันนี้เอง รัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ประกาศเจตนาที่จะปฏิบัติการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และได้ยื่นคำขาดให้กองทหารจีนคณะชาติออกจากเขตแดนไทยภายใน 3 วัน อีกทั้งได้เตรียมกำลังเคลื่อนย้ายออกไป ในปี พ.ศ. 2505 ได้มีกองทหารจีนคณะชาติล้ำแดนเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก อีกทั้งได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในเขตแดนของไทย ทำให้รัฐบาลต้องประกาศนโยบายให้ปฏิบัติต่อกองทหารจีนคณะชาติตามที่ได้ทำตามได้มีการดำเนินการทางการเมืองโดยที่ทางรัฐบาลไทยพยายามเจรจากับรัฐบาลของจีนและการทหารโดยการผลักดันให้ออกนอกประเทศ โดยจะมีการปลดอาวุธและควบคุมตัวหากไม่เดินทางออกไป ในปี พ.ศ. 2506 รัฐบาลไทยได้มีมาตรการที่ใช้กับทหารจีนคณะชาติคือการดำเนินการติดต่อกับสถานฑูตของจีนอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องการควบคุม และไม่ใช้เจ้าหน้าที่รัฐบาลติดต่อกับหน่วยทหารโดยตรง เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการรับรองฐานะของกองทหารจีนคณะชาติ ทำการปราบปรามยาเสพติด เส้นทางการลำเลียงโดยดำเนินการเป็นครั้งคราว หรือในกรณีเคลื่อนย้ายอาวุธ อันอาจเป็นภัยต่อประเทศ และดำเนินการปราบปรามและจับกุมตามความเหมาะสม นอกจากนี้แล้ว ตั้งแต่หลังปี พ.ศ. 2506 เป็นต้นมา กองกำลังทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และ 5 เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการเป็นการถาวรอยู่ตามบริเวณชายแดนไทย อีกทั้งหน่วยข่าวกรองของพรรคก๊ก มิน ตั๋ง ได้เข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทยในการหาข่าว นโยบายต่อมาหลังจากปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมารัฐบาลมีนโยบายที่คุมเข้มต่อกลุ่มทหารจีนคณะชาติ เนื่องจากว่าในพื้นที่ชายแดนลาวกับเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มจีนฮ่อ นำโดย จาง ซี ฟู (ขุนส่า) กับกองทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 และกองทัพที่ 5 ซึ่งในความเข้าใจของคนไทยโดยทั่วไป เห็นว่ากองทัพทั้งสองนี้คือกองพล 93 อาจจะกล่าวได้ว่านโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลไทยต่อทหารจีนคณะชาติและจีนยูนนาน ระหว่างปี พ.ศ. 2506-2510 นั้นเป็นนโยบายคุมเชิงและควบคุมกองทหารจีนคณะชาติที่ตกค้างในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้กลับประเทศไต้หวันตามโครงการส่งกลับในรอบที่สองในปี พ.ศ. 2504 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2513 บก. ทหารสูงสุดส่วนหน้าได้เปิดประชุมปัญหาทหารจีนคณะชาติที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย โดยมี พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์เป็นประธาน เนื้อหาในการประชุมคือ การที่ทหารจีนคณะชาติเป็นปัญหาเรื้อรังนานถึง 21 ปี ถึงแม้จะมีการอพยพแล้วสองครั้งคือ พ.ศ. 2496 และ พ.ศ. 2504 แต่ก็ยังพบว่ามีทหารจีนคณะชาติตกค้างอยู่ในชายแดนภาคเหนือของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2513 หลังจากที่มีการประชุมในเดือนกันยายน ปีเดียวกันได้มีมติให้กองบัญชาการทหารสูงสุดเข้าควบคุม เคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนไปจัดตั้งหมู่บ้านผู้อพยพที่หมู่บ้านผาตั้ง บนดอยผาหม่น และที่บ้านแม่แอบ บนดอยหลวง ทั้งนี้มติดังกล่าวได้อนุญาตให้กองทหารจีนคณะชาติที่ตกค้างมีอาวุธป้องกันตนเองได้ไประยะหนึ่งก่อน นอกจากนี้แล้วรัฐบาลไทยในช่วงเวลาดังกล่าวได้ยอมรับสถานะของกองกำลังจีนคณะชาติที่ตกค้างให้อยู่ในสถานะผู้อพยพ รวมถึงจัดสถานที่พักให้เป็นหลักแหล่ง อีกทั้งมีการพัฒนาอาชีพและความรู้โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุด นอกจากนี้แล้ว ทางรัฐบาลไทยในช่วงปี พ.ศ. 2515 ได้เล็งเห็นว่าควรให้กองทัพไทยควบคุมผู้อพยพแทน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด และการกำหนดที่อยู่ ตลอดจนถึงเรื่องของอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2515 รัฐบาลได้มีคำสั่งฝ่ายรักษาความมั่นคงแห่งชาติเรื่องการกำหนดที่อยู่ การพัฒนาอาชีพของกองทหารจีนคณะชาติอพยพ และครอบครัว รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้าน และในเวลาต่อมากองทหารจีนคณะชาติดังกล่าวได้แปรสภาพกลายเป็นพลเรือนและจัดตั้งหมู่บ้านจำนวน 13 หมู่บ้านด้วยกัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยติดต่อเจรจากับรัฐบาลไต้หวันในเรื่องการส่งกองทหารจีนคณะชาติตกค้างกลับ ในหมู่บ้านของกองกำลังทหารจีนคณะชาติตกค้างนั้น มีการตั้งโรงเรียนการสอนภาษาจีนที่ดอยแม่สะลอง โดยที่ชุมชนเป็นผู้จัดการศึกษาให้กับบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติอพยพ โรงเรียนสอนภาษาจีนนี้สร้างเป็นเหมือนโรงเรียนประจำ มีหอพักนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีนักเรียนจากต่างถิ่นเข้ามาเรียนร่วมด้วย ในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่เป็นบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติ และจีนยูนนาน อพยพโดยอนุโลมให้เด็กสามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลและเอกชน ด้วยเหตุนี้จึงมีก
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
กองพล 93 ใหม่นี้เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพลหลี่เหวินฝานได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวนี้ว่า "... กองพล 93 นั้นเป็นชื่อของกองพลหนึ่งในกองทัพแห่งชาติของจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ... เมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กองพล 93 ถูกถอนกลับหมด... ข้าพเจ้าไม่เคยเป็นทหารประจำการอาชีพแต่พวกข้าพเจ้าเป็นเพียงอาสาสมัครเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน..." กองพล 93 ใหม่นี้ได้ขยายกำลังเป็นกองทัพกู้ชาติโดยมีนายพลหลี่มี่เป็นผู้บัญชาการและมีกองกำลังสนับสนุนของหน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมาได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเหล่าทหารปืนใหญ่และเหล่าเทคนิคโดยจัดตั้งขึ้นที่บ้านปงป่าแขมใกล้กับชายแดนไทยคืออำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่อีกทั้งยังเป็นเส้นทางในการส่งกำลังบำรุงอีกเส้นทางหนึ่งที่นอกเหนือจากเส้นทางด้านท่าตอนอำเภอฝางจังหวัดเชียงใหม่ในปีพ.ศ. 2496 คณะกรรมการ 4 ชาติกำหนดให้มีการถอนกำลังทหารของจีนคณะชาติกลับไต้หวันหลังจากปีพ.ศ. 2504 เมื่อกองบัญชาการกองทัพสนามร่วมของนายพลหลิวเหยี่ยนหลิงที่เมืองเชียงลับถูกทหารผสมจีน-พม่าบุกเข้าทำลายทำให้ทหารจีนคณะชาติที่อยู่ในบริเวณของรัฐฉานไม่มีฐานที่มั่นทำให้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย 1.1 นโยบายของไทยต่อการอพยพของกองกำลังทหารจีนคณะชาตินโยบายของรัฐบาลไทยที่มีต่อการอพยพเข้ามาของกองกำลังทหารจีนคณะชาตินั้นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนโยบายของรัฐบาลไทยก่อนและหลังจากปีพ.ศ 2501 เป็นต้นมาได้มีการดำเนินการส่งทหารจีนคณะชาติกลับไต้หวันครั้งแรกในปีพ.ศ. 2496 และครั้งที่สองคือพ.ศ. 2504 อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคมปีเดียวกันนี้เองรัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ได้ประกาศเจตนาที่จะปฏิบัติการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดและได้ยื่นคำขาดให้กองทหารจีนคณะชาติออกจากเขตแดนไทยภายใน 3 วันอีกทั้งได้เตรียมกำลังเคลื่อนย้ายออกไปในปีพ.ศ. 2505 ได้มีกองทหารจีนคณะชาติล้ำแดนเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมากอีกทั้งได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในเขตแดนของไทยทำให้รัฐบาลต้องประกาศนโยบายให้ปฏิบัติต่อกองทหารจีนคณะชาติตามที่ได้ทำตามได้มีการดำเนินการทางการเมืองโดยที่ทางรัฐบาลไทยพยายามเจรจากับรัฐบาลของจีนและการทหารโดยการผลักดันให้ออกนอกประเทศโดยจะมีการปลดอาวุธและควบคุมตัวหากไม่เดินทางออกไปในปีพ.ศ. 2506 รัฐบาลไทยได้มีมาตรการที่ใช้กับทหารจีนคณะชาติคือการดำเนินการติดต่อกับสถานฑูตของจีนอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมและไม่ใช้เจ้าหน้าที่รัฐบาลติดต่อกับหน่วยทหารโดยตรงเพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการรับรองฐานะของกองทหารจีนคณะชาติทำการปราบปรามยาเสพติดเส้นทางการลำเลียงโดยดำเนินการเป็นครั้งคราวหรือในกรณีเคลื่อนย้ายอาวุธอันอาจเป็นภัยต่อประเทศและดำเนินการปราบปรามและจับกุมตามความเหมาะสมนอกจากนี้แล้วตั้งแต่หลังปีพ.ศ. 2506 เป็นต้นมากองกำลังทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และ 5 เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการเป็นการถาวรอยู่ตามบริเวณชายแดนไทยอีกทั้งหน่วยข่าวกรองของพรรคก๊กมินตั๋งได้เข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทยในการหาข่าวนโยบายต่อมาหลังจากปีพ.ศ. 2510 เป็นต้นมารัฐบาลมีนโยบายที่คุมเข้มต่อกลุ่มทหารจีนคณะชาติเนื่องจากว่าในพื้นที่ชายแดนลาวกับเขตอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มจีนฮ่อนำโดยจางซีฟู (ขุนส่า) กับกองทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และกองทัพที่ 5 ซึ่งในความเข้าใจของคนไทยโดยทั่วไปเห็นว่ากองทัพทั้งสองนี้คือกองพล 93 อาจจะกล่าวได้ว่านโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลไทยต่อทหารจีนคณะชาติและจีนยูนนานระหว่างปีพ.ศ. 2506-2510 นั้นเป็นนโยบายคุมเชิงและควบคุมกองทหารจีนคณะชาติที่ตกค้างในประเทศไทยซึ่งไม่ได้กลับประเทศไต้หวันตามโครงการส่งกลับในรอบที่สองในปีพ.ศ. 2504 ในเดือนกันยายนพ.ศ. 2513 บก ทหารสูงสุดส่วนหน้าได้เปิดประชุมปัญหาทหารจีนคณะชาติที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยโดยมีพล.อ.อ ทวีจุลละทรัพย์เป็นประธานเนื้อหาในการประชุมคือการที่ทหารจีนคณะชาติเป็นปัญหาเรื้อรังนานถึง 21 ปีถึงแม้จะมีการอพยพแล้วสองครั้งคือพ.ศ. 2496 และพ.ศ. 2504 แต่ก็ยังพบว่ามีทหารจีนคณะชาติตกค้างอยู่ในชายแดนภาคเหนือของประเทศไทยเป็นจำนวนมากในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2513 หลังจากที่มีการประชุมในเดือนกันยายนปีเดียวกันได้มีมติให้กองบัญชาการทหารสูงสุดเข้าควบคุมเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนไปจัดตั้งหมู่บ้านผู้อพยพที่หมู่บ้านผาตั้งบนดอยผาหม่นและที่บ้านแม่แอบบนดอยหลวงทั้งนี้มติดังกล่าวได้อนุญาตให้กองทหารจีนคณะชาติที่ตกค้างมีอาวุธป้องกันตนเองได้ไประยะหนึ่งก่อนนอกจากนี้แล้วรัฐบาลไทยในช่วงเวลาดังกล่าวได้ยอมรับสถานะของกองกำลังจีนคณะชาติที่ตกค้างให้อยู่ในสถานะผู้อพยพรวมถึงจัดสถานที่พักให้เป็นหลักแหล่งอีกทั้งมีการพัฒนาอาชีพและความรู้โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุดนอกจากนี้แล้วทางรัฐบาลไทยในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๑๕ ได้เล็งเห็นว่าควรให้กองทัพไทยควบคุมผู้อพยพแทนโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและการกำหนดที่อยู่ตลอดจนถึงเรื่องของอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ในเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐบาลได้มีคำสั่งฝ่ายรักษาความมั่นคงแห่งชาติเรื่องการกำหนดที่อยู่การพัฒนาอาชีพของกองทหารจีนคณะชาติอพยพและครอบครัวรวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้านและในเวลาต่อมากองทหารจีนคณะชาติดังกล่าวได้แปรสภาพกลายเป็นพลเรือนและจัดตั้งหมู่บ้านจำนวน 13 หมู่บ้านด้วยกันซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอนในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยติดต่อเจรจากับรัฐบาลไต้หวันในเรื่องการส่งกองทหารจีนคณะชาติตกค้างกลับในหมู่บ้านของกองกำลังทหารจีนคณะชาติตกค้างนั้นมีการตั้งโรงเรียนการสอนภาษาจีนที่ดอยแม่สะลองโดยที่ชุมชนเป็นผู้จัดการศึกษาให้กับบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติอพยพโรงเรียนสอนภาษาจีนนี้สร้างเป็นเหมือนโรงเรียนประจำมีหอพักนักเรียนชายและนักเรียนหญิงนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีนักเรียนจากต่างถิ่นเข้ามาเรียนร่วมด้วยในปีพ.ศ. 2518 รัฐบาลได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่เป็นบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติและจีนยูนนานอพยพโดยอนุโลมให้เด็กสามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลและเอกชนด้วยเหตุนี้จึงมีก
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
กองพล 93 ใหม่นี้เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพลหลี่เหวินฝานได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวนี้ว่า "... กองพล 93 ในสมัย​​สงครามโลกครั้งที่ 2 ... เมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กองพล 93 ถูกถอนกลับหมด ... แต่พวกข้าพเจ้าเป็นเพียงอาสาสมัคร กองพล 93 โดยมีนายพลหลี่มี่เป็นผู้บัญชาการ คืออำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอฝางจังหวัดเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2496 คณะกรรมการ 4 ชาติ หลังจากปี พ.ศ. 2504 หลิวเหยี่ยนหลิงที่เมืองเชียงลับถูกทหารผสมจีน - พม่าบุกเข้าทำลาย ทำให้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย 1.1 2501 เป็นต้นมา พ.ศ. 2496 และครั้งที่สองคือ พ.ศ. 2504 อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคมปีเดียวกันนี้เองรัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธ นะรัชต์ 3 วัน ในปี พ.ศ. 2505 ในปี พ.ศ. 2506 ทำการปราบปรามยาเสพติด หรือในกรณีเคลื่อนย้ายอาวุธอันอาจเป็นภัยต่อประเทศ นอกจากนี้แล้วตั้งแต่หลังปี พ.ศ. 2506 เป็นต้นมากองกำลังทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และ 5 อีกทั้งหน่วยข่าวกรองของพรรคก๊กมินต​​ั๋ง นโยบายต่อมาหลังจากปี พ.ศ. 2510 จังหวัดเชียงราย นำโดยจางซีฟู (ขุนส่า) กับกองทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และกองทัพที่ 5 ซึ่งในความเข้าใจของคนไทยโดยทั่วไปเห็นว่ากองทัพทั้งสองนี้คือกองพล 93 ระหว่างปี พ.ศ. 2506-2510 พ.ศ. 2504 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2513 บก โดยมี พล.อ.อ. ทวีจุลละทรัพย์เป็นประธานเนื้อหาในการประชุมคือ 21 ปีถึงแม้จะมีการอพยพแล้วสองครั้งคือ พ.ศ. 2496 และ พ.ศ. 2504 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2513 บนดอยผาหม่นและที่บ้านแม่แอบบนดอยหลวง นอกจากนี้แล้วทางรัฐบาลไทยในช่วงปี พ.ศ. 2515 โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและการกำหนดที่อยู่ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2515 และครอบครัว 13 หมู่บ้านด้วยกันซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหอพักนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ในปี พ.ศ. 2518 และจีนยูนนาน ด้วยเหตุนี้จึงมีก
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
กองพล 93 ใหม่นี้เกิดขึ้นภายใต้การนิยามโดยพลหลี่เหวินฝานได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวนี้ว่า " . . . . . . . กองพล 93 นั้นเป็นชื่อของกองพลหนึ่งในกองทัพแห่งชาติของจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 . . . . . . .เมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กองพล 93 ถูกถอนกลับหมด . . . . . . . ข้าพเจ้าไม่เคยเป็นทหารประจำการอาชีพแต่พวกข้าพเจ้าเป็นเพียงอาสาสมัครเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน . . . . . . ." กองพล 93 ใหม่นี้ได้ขยายกำลังเป็นกองทัพกู้ชาติโดยมีนายพลหลี่มี่เป็นผู้บัญชาการและมีกองกำลังสนับสนุนของหน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐอเมริกาโดยจัดตั้งขึ้นที่บ้านปงป่าแขมใกล้กับชายแดนไทยความอำเภอเชียงดาว Thanawat Thongtan อีกทั้งยังเป็นเส้นทางในการส่งกำลังบำรุงอีกเส้นทางหนึ่งที่นอกเหนือจากเส้นทางด้านท่าตอนอำเภอฝาง Thanawat Thongtan สามารถพ .ศ . 1720 คณะกรรมการ 4 ชาติกำหนดให้มีการถอนกำลังทหารของจีนคณะชาติกลับไต้หวันหลังจากปีพ . ศ .2504 เมื่อกองบัญชาการกองทัพสนามร่วมของนายพลหลิวเหยี่ยนหลิงที่เมืองเชียงลับถูกทหารผสมจีน - พม่าบุกเข้าทำลายทำให้ทหารจีนคณะชาติที่อยู่ในบริเวณของรัฐฉานไม่มีฐานที่มั่นทำให้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย 11 นโยบายของไทยต่อการอพยพของกองกำลังทหารจีนคณะชาตินโยบายของรัฐบาลไทยที่มีต่อการอพยพเข้ามาของกองกำลังทหารจีนคณะชาตินั้นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนโยบายของรัฐบาลไทยก่อนและหลังจากปีพ . ศ .2501 เป็นต้นมาได้มีการดำเนินการส่งทหารจีนคณะชาติกลับไต้หวันครั้งแรกในปีพ . ศ . 1720 และครั้งที่สองความพ . ศ .2504 อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคมปีเดียวกันนี้เองรัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ได้ประกาศเจตนาที่จะปฏิบัติการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด3 ได้รับเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตยของพม่าอีกทั้งได้เตรียมกำลังเคลื่อนย้ายออกไปสามารถพ .ศ .ได้มีกองทหารจีนคณะชาติล้ำแดนเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมากอีกทั้งได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในเขตแดนของไทย 2505โดยจะมีการปลดอาวุธและควบคุมตัวหากไม่เดินทางออกไปสามารถพ .ศ .2506 รัฐบาลไทยได้มีมาตรการที่ใช้กับทหารจีนคณะชาติคือการดำเนินการติดต่อกับสถานฑูตของจีนอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมและไม่ใช้เจ้าหน้าที่รัฐบาลติดต่อกับหน่วยทหารโดยตรงทำการปราบปรามยาเสพติดเส้นทางการลำเลียงโดยดำเนินการเป็นครั้งคราวหรือในกรณีเคลื่อนย้ายอาวุธอันอาจเป็นภัยต่อประเทศและดำเนินการปราบปรามและจับกุมตามความเหมาะสมนอกจากนี้แล้วตั้งแต่หลังปีพ .ศ .2506 เป็นต้นมากองกำลังทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 และ 5 เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการเป็นการถาวรอยู่ตามบริเวณชายแดนไทยอีกทั้งหน่วยข่าวกรองของพรรคก๊กมินตั๋งได้เข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทยในการหาข่าวพ .ศ .2510 เป็นต้นมารัฐบาลมีนโยบายที่คุมเข้มต่อกลุ่มทหารจีนคณะชาติเนื่องจากว่าในพื้นที่ชายแดนลาวกับเขตอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มจีนฮ่อนำโดยจางซีฟู ( ขุนส่า )กองทัพที่ 3 และกองทัพที่ 5 ซึ่งในความเข้าใจของคนไทยโดยทั่วไปเห็นว่ากองทัพทั้งสองนี้คือกองพล 93 อาจจะกล่าวได้ว่านโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลไทยต่อทหารจีนคณะชาติและจีนยูนนานระหว่างปีพ .ศ . 2506-2510 นั้นเป็นนโยบายคุมเชิงและควบคุมกองทหารจีนคณะชาติที่ตกค้างในประเทศไทยซึ่งไม่ได้กลับประเทศไต้หวันตามโครงการส่งกลับในรอบที่สองในปีพ . ศ . 2504 ในเดือนกันยายนพ . ศ . 2513 บก .ทหารสูงสุดส่วนหน้าได้เปิดประชุมปัญหาทหารจีนคณะชาติที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยมีบทบาทช่วยพลอากาศเอก Admiralทวีจุลละทรัพย์เป็นประธานเนื้อหาในการประชุมคือ 21 การที่ทหารจีนคณะชาติเป็นปัญหาเรื้อรังนานถึง . ถึงแม้จะมีการอพยพแล้วสองครั้งคือพ . ศ . 1720 และพ . ศ .2504 แต่ก็ยังพบว่ามีทหารจีนคณะชาติตกค้างอยู่ในชายแดนภาคเหนือของประเทศไทยเป็นจำนวนมากในเดือนตุลาคมพ . ศ .2513 หลังจากที่มีการประชุมในเดือนกันยายนปีเดียวกันได้มีมติให้กองบัญชาการทหารสูงสุดเข้าควบคุมเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนไปจัดตั้งหมู่บ้านผู้อพยพที่หมู่บ้านผาตั้งบนดอยผาหม่นและที่บ้านแม่แอบบนดอยหลวงนอกจากนี้แล้วรัฐบาลไทยในช่วงเวลาดังกล่าวได้ยอมรับสถานะของกองกำลังจีนคณะชาติที่ตกค้างให้อยู่ในสถานะผู้อพยพรวมถึงจัดสถานที่พักให้เป็นหลักแหล่งนอกจากนี้แล้วทางรัฐบาลไทยในช่วงปีพ .ศ . 2515 ได้เล็งเห็นว่าควรให้กองทัพไทยควบคุมผู้อพยพแทนโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและการกำหนดที่อยู่ตลอดจนถึงเรื่องของอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ในเดือนพฤศจิกายนพ . ศ .2515 รัฐบาลได้มีคำสั่งฝ่ายรักษาความมั่นคงแห่งชาติเรื่องการกำหนดที่อยู่การพัฒนาอาชีพของกองทหารจีนคณะชาติอพยพและครอบครัวรวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้าน13 หมู่บ้านด้วยกันซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดแม่ฮ่องสอนในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยติดต่อเจรจากับรัฐบาลไต้หวันในเรื่องการส่งกองทหารจีนคณะชาติตกค้างกลับ Thanawat Thongtanมีการตั้งโรงเรียนการสอนภาษาจีนที่ดอยแม่สะลองโดยที่ชุมชนเป็นผู้จัดการศึกษาให้กับบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติอพยพโรงเรียนสอนภาษาจีนนี้สร้างเป็นเหมือนโรงเรียนประจำมีหอพักนักเรียนชายและนักเรียนหญิงสามารถพ .ศ . 2518 รัฐบาลได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่เป็นบุตรหลานของกองทหารจีนคณะชาติและจีนยูนนานอพยพโดยอนุโลมให้เด็กสามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลและเอกชนด้วยเหตุนี้จึงมีก
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: