ความเชื่อในเรื่องผียังเป็นความเชื่อของคนแต่ละท้องถิ่น เกิดปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อชีวิตถึงคราววิบัติ เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เกิดภัยธรรมชาติ ปัญหาเหล่านั้นเกินขีดความสามารถที่คนธรรมดาจะแก้ไขได้ คนจึงสร้างความเชื่อว่าน่าจะมีอำนาจลึกลับเหนือธรรมชาติบันดาลให้เป็นไปเช่นนั้น อำนาจนี้อาจจะเป็นเทพ เจ้าภูตผี ปีศาจ วิญญาณ สัตว์ป่า พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว ตลอดจน ดิน น้ำ ลม ไฟ ฉะนั้น เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่เกิดกับตน มนุษย์จึงวิงวอนขอความช่วยเหลือจาก อำนาจลึกลับ โดยเชื่อว่า ถ้าบอกกล่าวหรือทำให้อำนาจนั้นพอใจอาจจะช่วยให้ปลอดภัย เมื่อพ้นภัยก็แสดงความรู้คุณด้วยการบูชาหรือประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ แต่ละสังคมต่างมีความเชื่อเป็นมรดกสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องผีสางในภาคอีสานนั้นยังมีอีกจำนวนมาก และผีบางจำพวกไม่เคยที่จะให้คุณแก่มนุษย์เลย เช่น ผีโพง ผีปอบ ผีกระสือ ชาวอีสานถือว่าเป็นผีชั้นเลว ชอบแต่ที่จะรังแกมนุษย์ จึงไม่มีพิธีกรรมต่างๆ แก่ผีเหล่านี้ ส่วนผีเล็กๆ แต่สามารถให้คุณให้โทษแก่มนุษย์ ที่น่าจะต้องกล่าวถึงได้อีก เช่นผีประจำไร่นา ช่วยให้ธัญพืชงอกงาม ไม่ถูกรบกวนจากศัตรูพืช หรือวิญญาณอื่นๆ เรียกว่า “ผีตาแฮก” การไหว้ผีตาแฮกจะกระทำกันทุกปีในราวเดือนหก คือเริ่มจะทำนา ชาวบ้านจะนำอาหารและไก่ต้ม ของหวาน ไปเลี้ยงผีตาแฮกที่ท้องนา และอธิษฐานให้พืชพันธุ์ดี เจริญงอกงามและฝนตกลงตามฤดูกาล ฯลฯ
ผีที่น่าจะต้องกล่าวถึงอีกประเภทหนึ่ง คือ “ผีฟ้า” แตกต่างแต่ว่าพวกคนทรงนับถือ และนำมาทำพิธีกรรมในกลุ่มของตนเรียกว่า “นางเทียม” ฉะนั้นจึงมักเรียกว่า “ผีฟ้า นางเทียมนั้นคือคนทรงนั่นเอง นางเทียมจะเชิญวิญญาณให้ประทับร่าง ผู้คนจะขอร้องให้ช่วยกำจัด ความเดือดร้อน รวมทั้งทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ พวกผีฟ้านางเทียมก็คือการทรงเจ้าเข้าผีของภาคกลางนั่นเอง ครั้นเมื่อถึงพิธีเลี้ยงผีฟ้าประจำปี พวกนางเทียมต่างๆ จะมารวมกันที่บ้านที่พวกนางเทียมถือว่าเป็นครู กระทำพิธีบูชาด้วยอาหาร เหล้า ยาพวกนางเทียมจะอยู่ในอาการภวังค์ และร่ายรำตามทำนองแคนและกลอง ชาวบ้านที่เป็นศิษย์ก็จะไปร่วมพิธีด้วย