การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อท การแปล - การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อท ไทย วิธีการพูด

การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เ

การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เก็บรวบรวมจากแบบสอบถามที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นกับกลุ่มตัวอย่าง 372 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงวิเคราะห์ใช้เปรียบเทียบข้อมูลโดยใช้สถิติ t-test independent , One-way ANOVA
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มประชากรหญิงมากกว่าประชากรชาย ร้อยละ 56.1 : 43.9 อายุของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ อายุ 18 ปี ร้อยละ 55.1 ผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 37.5 กลุ่มตัวอย่างพบว่าเป็นสาขาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ร้อยละ 46.5 รายได้ต่อเดือนที่ได้รับเดือนละ 5.001-10,000 ร้อยละ 54.2 กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 93.4 และมีแฟนแล้ว ร้อยละ 42.1เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 45.9 และการป้องกันส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 83.9วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการกินยาคุมกำเนิดร้อยละ 50.3โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่เคยเป็นโรคติดต่อเพศสัมพันธ์ร้อยละ 99.0มีความรู้ระดับปานกลางร้อยล่ะ 66.8มีความรู้มากในเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ร้อยล่ะ 91.9 และยังขาดความรู้ในเรื่องของอาการของโรคแผลริมอ่อน เป็นแผลเล็กๆที่อวัยวะเพศ แผลขอบอ่อนไม่เรียบ รอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่าย ร้อยล่ะ 89.6ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือพบว่าจากการทำแบบสอบถามของนิสิตชั้นปีที่ 1 คำถามที่นิสิตส่วนใหญ่มีความรู้มากที่สุด คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.92 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.274 (ร้อยละ 91.9 ) รองลงมามีความรู้ปานกลางคือ โรคเริมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.302 (ร้อยละ89.8) และมีความรู้น้อยในเรื่อง อาการของโรคแผลริมอ่อนเป็นแผลเล็กๆ ที่อวัยวะเพศ แผลขอบอ่อนไม่เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่าย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.306 (ร้อยละ89.6)ข้อคาถามที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่มีความรู้หรือมีความรู้น้อยที่สุด คือการมีอาการระคายเคือง มีแผล มีเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ มีโอกาสทำให้เกิดโรคหนองในเทียม มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.328 (ร้อยละ12.2)ผลการวิเคราะห์ T-Test พบว่า เพศชายจำนวน 173 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.63 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.031 เพศหญิงจำนวน 221 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.225 เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.715)โรคประจำตัว คนที่มีโรคประจำตัว จำนวน 26 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 17.85 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.107 ไม่มีโรคประจำตัว จำนวน 368 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ18.76 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.135 เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.154)สถานภาพ คนที่มีแฟนแล้ว จำนวน 166 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.917 คนโสด จำนวน 228 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.76 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.294 พบว่า ไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.616)ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ คนที่เคยมีประสบการณการมีเพศสัมพันธ์ จำนวน 181 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.57 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.055 คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ จำนวน 213 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.80 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.209 พบว่า ไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.462)การป้องกันโดยถุงยางอนามัยไม่ป้องกัน จำนวน 29 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.066 คนที่ป้องกัน จำนวน 151 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.082 พบว่า ไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.944)การป้องกันการตั้งครรภ์ โดยใช้ถุงยางอนามัย จำนวน 77 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 19.05 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.888 โดยใช้ยาคุมกำเนิด จำนวน 78 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.18 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.178 พบว่า ไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.085)ประสบการณ์เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เคยเป็นโรค จำนวน 4 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 16.00 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.742 ไม่เคยเป็นโรค จำนวน 389 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.72 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.172 พบว่า ไม่แตกต่างกัน (P-value= 0.085)และผลการวิเคราะห์ one-way ANOVA พบว่า ผลการทดสอบ อายุ ด้วยค่าสถิติโดยใช้ one way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่มากกว่า 0.05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.040)
ผลการทดสอบ ผลการเรียนเฉลี่ย ด้วยค่าสถิติโดยใช้ one way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่มากกว่า 0.05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.001)ผลการทดสอบ กลุ่มคณะ ด้วยค่าสถิติโดยใช้ one way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่น้อยกว่า0.05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.001)ผลการทดสอบ กลุ่มสาขา ด้วยค่าสถิติโดยใช้
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือเก็บรวบรวมจากแบบสอบถามที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นกับกลุ่มตัวอย่าง 372 คนโดยวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงวิเคราะห์ใช้เปรียบเทียบข้อมูลโดยใช้สถิติ t-ทดสอบอิสระ ทางเดียว ANOVAผลการศึกษาพบว่ากลุ่มประชากรหญิงมากกว่าประชากรชายร้อยละ 56.1:43.9 อายุของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่อายุ 18 ปีร้อยละ 55.1 ผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 37.5 กลุ่มตัวอย่างพบว่าเป็นสาขาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพร้อยละ 46.5 รายได้ต่อเดือนที่ได้รับเดือนละ 5.001-10,000 ร้อยละ 54.2 กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่มีโรคประจำตัวร้อยละ 93.4 และมีแฟนแล้วร้อยละ 42.1เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 45.9 และการป้องกันส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 83.9วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการกินยาคุมกำเนิดร้อยละ 50.3โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่เคยเป็นโรคติดต่อเพศสัมพันธ์ร้อยละ 99.0มีความรู้ระดับปานกลางร้อยล่ะ 66.8มีความรู้มากในเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์และยังขาดความรู้ในเรื่องของอาการของโรคแผลรร้อยล่ะ 91.9ิมอ่อนเป็นแผลเล็กๆที่อวัยวะเพศแผลขอบอ่อนไม่เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่ายร้อยล่ะ 89.6ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือพบว่าจากการทำแบบสอบถามของนิสิตชั้นปีที่ 1 คำถามที่นิสิตส่วนใหญ่มีความรู้มากที่สุดคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.92 0.274 (ร้อยละ 91.9) ส่วนเบี่ยรองลงมามีความรู้ปานกลางคือโรคเริมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90งเบนมาตรฐาน 0.302 (ร้อยละ89.8) และมีความรู้น้อยในเรื่องอาการของโรคแผลริมอ่อนเป็นแผลเล็ก ๆ ที่อวัยวะเพศแผลขอบอ่อนไม่เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่ายมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.306 (ร้อยละ89.6) ข้อคาถามที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่มีความรู้หรือมีความรู้น้อยที่สุดคือการมีอาการระคายเคืองมีแผลมีเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะมีโอกาสทำให้เกิดโรคหนองในเทียมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.328 (ร้อยละ12.2) ผลการวิเคราะห์ทดสอบ T พบว่าเพศชายจำนวน 173 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่าดื่มด่ำ 18.63 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.031 เพศหญิงจำนวน 221 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18, 75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.225 เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.715) โรคประจำตัวคนที่มีโรคประจำตัวจำนวน 26 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 17.85 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.107 ไม่มีโรคประจำตัวจำนวน 368 คน มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ18.76 และส่วนเบี่ยงเพบว่าไม่แตกต่างกันเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บนมาตรฐานเท่ากับ 3.135 (ค่า P = 0.154) สถานภาพคนที่มีแฟนแล้วจำนวน 166 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.917 คนโสดจำนวน 228 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.76 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.294 พบว่าไม่แตกต่างกัน (ค่า P = 0.616) ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์คนที่เคยมีประสบการณการมีเพศสัมพันธ์จำนวน 181 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.57 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.055 คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์จำนวน 213 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.80 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.209 พบว่าไม่แตกต่างกัน (ค่า P = 0.462) การป้องกันโดยถุงยางอนามัยไม่ป้องกันจำนวน 29 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.066 คนที่ป้องกันจำนวน 151 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.082 พบว่าไม่แตกต่างกัน (ค่า P = 0.944) คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่การป้องกันการตั้งครรภ์โดยใช้ถุงยางอนามัยจำนวน 77 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 19.05 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.888 โดยใช้ยาคุมกำเนิดจำนวน 78ไม่แตกต่างกันพบว่าและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.178 ากับ 18.18 (ค่า P = 0.085) คนมีประสบการณ์เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เคยเป็นโรคจำนวน 4 คนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 16.00 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.742 ไม่เคยเป็นโรคจำนวน 389คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่ากับ 18.72 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.172 พบว่าไม่แตกต่างกัน (ค่า P = 0.085) และผลการวิเคราะห์ทางเดียว ANOVA พบว่าผลการทดสอบอายุด้วยค่าสถิติโดยใช้ทางเดียว ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่มากกว่า 0.05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่า P = 0.040)ผลการทดสอบผลการเรียนเฉลี่ยด้วยค่าสถิติโดยใช้ทางเดียว ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่มากกว่า 0.05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่า P = 0.001) ผลการทดสอบกลุ่มคณะด้วยค่าสถิติโดยใช้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่น้อยกว่า0.05 วิธีหนึ่ง (ค่า P = 0.001) ผลการทดสอบกลุ่มสาขาด้วยค่าสถิติโดยใช้
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ 372 คน t-test อิสระทางเดียว
ร้อยละ 56.1: 43.9 อายุของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่อายุ 18 ปีร้อยละ 55.1 ผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 37.5 ร้อยละ 46.5 รายได้ต่อเดือนที่ได้รับเดือน ละ 5.001-10,000 ร้อยละ 54.2 ร้อยละ 93.4 และมีแฟนแล้วร้อยละ 42.1 เคยมีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 45.9 ร้อยละ 99.0 มีความรู้ระดับปานกลางร้อยล่ะ โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ร้อยล่ะ 91.9 เป็นแผลเล็ก ๆ ที่อวัยวะเพศแผล ขอบอ่อนไม่เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่ายร้อยล่ะ 1 1 คือ โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มีค่า เฉลี่ยอยู่ที่ 0.92 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.274 (ร้อยละ 91.9) รองลงมามีความรู้ปานกลางคือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.302 (ร้อยละ 89.8) และมีความรู้น้อยในเรื่องอาการ ของโรคแผลริมอ่อนเป็นแผลเล็ก ๆ ที่อวัยวะเพศ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.306 คือการมีอาการระคายเคืองมีแผล มีเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะมีโอกาสทำให้เกิดโรคหนองในเทียมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.328 (ร้อยละ 12.2) ผลการวิเคราะห์ t-test พบว่าเพศชายจำนวน 173 18.63 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.031 เพศหญิงจำนวน 221 คน 18.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.225 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.715) โรคประจำตัวคนที่มีโรคประจำตัวจำนวน 26 คน 17.85 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.107 ไม่มีโรคประจำตัวจำนวน 368 คน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.135 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.154) สถานภาพคนที่มีแฟนแล้วจำนวน 166 คน 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.917 คนโสดจำนวน 228 18.76 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.294 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.616) ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ จำนวน 181 คน 18.57 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.055 จำนวน 213 คน 18.80 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.209 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = จำนวน 29 คน 18.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.066 คนที่ป้องกันจำนวน 151 18.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.082 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.944) การป้องกันการตั้งครรภ์โดยใช้ถุง ยางอนามัยจำนวน 77 คน 19.05 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.888 โดยใช้ยาคุมกำเนิดจำนวน 78 18.18 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.178 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = เคยเป็นโรคจำนวน 4 คน 16.00 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.742 ไม่เคยเป็นโรคจำนวน 389 18.72 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.172 พบว่าไม่แตกต่างกัน (P-value = 0.085) และผลการวิเคราะห์ทางเดียว ANOVA พบว่าผลการทดสอบอายุด้วยค่า สถิติโดยใช้ วิธีหนึ่งในการวิเคราะห์ความแปรปรวน 0.05 (P-value = 0.040)
ผลการทดสอบผลการเรียนเฉลี่ยด้วย ค่าสถิติโดยใช้ วิธีหนึ่งในการวิเคราะห์ความแปรปรวน 0.05 (P-value = 0.001) ผลการทดสอบกลุ่มคณะด้วยค่าสถิติ โดยใช้ วิธีหนึ่งในการวิเคราะห์ความแปรปรวน (P-value = 0.001) ผลการทดสอบกลุ่มสาขาด้วยค่าสถิติ โดยใช้
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือเก็บรวบรวมจากแบบสอบถามที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นกับกลุ่มตัวอย่าง 372 คนโดยวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงวิเคร าะห์ใช้เปรียบเทียบข้อมูลโดยใช้สถิติค่าทีอิสระ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวผลการศึกษาพบว่ากลุ่มประชากรหญิงมากกว่าประชากรชายร้อยละอันดับรายได้อายุของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ Place of Birth : 18 . ร้อยละ 55.1 ผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.51-3.00 คิดเป็นร้อยละ 37.5 กลุ่มตัวอย่างพบว่าเป็นสาขาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพร้อยละ 46.5 รายได้ต่อเดือนที่ได้รับเดือนละ 5.001-10000 ร้อยละ 54.2 กลุ่ม ตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่มีโรคประจำตัวร้อยละ 93.4 และมีแฟนแล้วร้อยละ 42.1 เคยมีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 45.9 และการป้องกันส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 83.9 วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการกินยาคุมกำเนิดร้อยละ 50.3 โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดไม่เคยเป็นโรคติดต่อเพศสัมพันธ ์ร้อยละ 99.0 มีความรู้ระดับปานกลางร้อยล่ะ 66.8 มีความรู้มากในเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ร้อยล่ะ 91.9 และยังขาดความรู้ในเรื่องของอาการของโรคแผลริมอ่อนเป็นแผลเล็กๆที่อวัยวะเพศแผลขอบอ่อนไม่ เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่ายร้อยล่ะว่าความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือพบว่าจากการทำแบบสอบถามของนิสิตชั้นปีที่ 1 คำถามที่นิสิตส่วนใหญ่มีความรู้มากที่สุดความโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่ต ิดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.92 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.274 ( ร้อยละ 91.9 ) รองลงมามีความรู้ปานกลางคือโรคเริมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.302 ( ร้อยละ 89.8 ) และมีความรู้น้อยในเรื่องอาก ารของโรคแผลริมอ่อนเป็นแผลเล็กๆที่อวัยวะเพศแผลขอบอ่อนไม่เรียบรอยคล้ายแผลเปื่อยมีเลือดออกง่ายมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.90 ส่วนเบี่ยงเ
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: