ฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่วัยรุ่นในต่างประเทศทำงานในวัยเรียนเพราะเป็นการฝึกช่วยเหลือตัวเองได้ หาเงินเองได้โดยไม่ต้องขอพ่อแม่ เด็กวัยรุ่นต่างประเทศจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ซึ่งแตกต่างกับเด็กไทยที่เอาแต่เรียนไม่ทำอะไรเลย พ่แแม่ทำให้ทุกอย่าง
พ่อแม่ทั้งฝรั่งและไทยที่ให้ลูกไปเรียนหนังสือ ก็เพื่อลูกจะได้มีงานหาเลี้ยงชีพเมื่อโตขึ้น แต่ เด็กฝรั่ง มักจะต้องหัดช่วยตัวเองในชีวิตประจำวันด้วย เช่น ซักผ้า รีดผ้า ทำความสะอาดบ้าน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ เป็นต้น พ่อแม่ไทยก็ฝึกให้ลูกทำงานจิปาถะอย่างนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่ยากจน หรือมีฐานะปานกลาง แต่ถ้าเรามาดูที่แรงจูงใจนี่สิ มันต่างยังกะฟ้ากับดินเลย
เด็กไทยที่ตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ หรือช่วยงานในครอบครัว ส่วนหนึ่งจะทำเพื่อพ่อแม่ ถือเป็นการผ่อนแรงพ่อแม่เท่าที่ตัวเองจะมีปัญญา พูดง่ายๆว่า “ยิ่งโตหรือยิ่งเก่ง ก็ยิ่งช่วยเหลือพ่อแม่” ลูกในอุดมคติไทย คือลูกที่โตแล้วเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ได้ ทั้งพ่อแม่ และตัวลูกเองต่างก็ยินดี
สำหรับลูกฝรั่งที่ตั้งอกตั้งใจฝึกความรู้เหล่านี้ เขามีจุดมุ่งหมายต่างออกไป ที่กำลังช่วยตัวเองนั้น ที่จริงก็เพื่อเป็นการค่อยๆไถ่อิสระภาพให้แก่ตนทีละน้อยต่างหาก โดยมีเป้าหมายที่จะค่อยๆเขยิบขึ้น จนสามารถที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนได้โดยสมบูรณ์
ในที่สุดถึงตอนนั้น ไม่มีใครมีสิทธิมาก้าวก่าย ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ หรือแม้แต่พ่อแม่ พูดเด็กอเมริกันง่ายๆว่า “ยิ่งโตยิ่งเก่งก็ยิ่งไม่พึ่งพาพ่อแม่” ลูกในอุดมคติของฝรั่งนั่นคือ ลูกที่สามารถผละออกไปเผชิญโลกได้ตามลำพัง และเอาตัวรอดไดด้วยลำแข้งของตัวเอง เปรียบประดุจนกน้อย ที่ปีกกล้าขาแข็งขึ้นที่ละน้อย จนในที่สุดสามารถบินจากรังเดิม ไปทำรังใหม่ได้ ฝรั่งถือว่าเป็นธรรมชาติของนกที่แก่กล้าที่จะไม่คืนรัง ดังนั้นจากบินจากรังของลูก ถือว่าเป็นที่ภาคภูมิใจของพ่อแม่