การสมรสตามแบบพิธีทางกฎหมายอย่างเสมอภาค
การสมรสตามแบบพิธีทางกฎหมายอย่างเสมอภาค (equal civil marriage) ได้แก่ การสมรสที่กฎหมายกำหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์และวิธีการไว้ ซึ่งหากกระทำการตามขั้นตอนหรือมีหลักเกณฑ์ครบกำหนดตามที่กฎหมายระบุไว้ รัฐจำต้องทำการสมรสให้กับคู่สมรสอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดยรัฐจะเลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคู่สมรสรายใดรายหนึ่งไม่ได้ สำหรับแนวคิดการสมรสตามแบบพิธีทางกฎหมายที่เสมอภาคตามกฎหมายอังกฤษนั้น ได้เกิดมากจากหลักความเสมอภาคระหว่างบุคคลเพศเดียวกันหรือระหว่างบุคคลต่างเพศกัน โดยรัฐไม่สามารถที่จะเลือกปฏิบัติโดยอาศัยเพศหรือรสนิยมทางเพศได้ ด้วยเหตุนี้ ในกรณีที่บุคคลเพศเดียวกันต้องการทำการสมรส รัฐจึงต้องกำหนดให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการในการสมรสตามแบบพิธี (civil marriage ceremony) กล่าวคือ กฎหมายจำต้องระบุหลักเกณฑ์ว่าด้วยเงื่อนไขการสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา การเริ่มต้น การสิ้นสุดและการสมรสที่เป็นโมฆะสำหรับกรณีการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันให้เหมือนกับกรณีการสมรสระหว่างบุคคลต่างเพศกันด้วย นอกจากนี้องค์กรทางศาสนา (religious organizations) ต่างๆ ในประเทศอังกฤษ จำต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักความเท่าเทียมที่เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติเอาไว้ด้วยตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น เว้นเสียแต่ขัดต่อหลักการและความเชื่อของศาสนานั้นๆ ที่ระบุภายใต้กฎหมายคุ้มครององค์กรศาสนานั้นๆ (legal protections for religious organizations)
สำหรับกรณีของมีคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ทำการแปลงเพศมาแล้ว เช่น ชายแปลงเพศเป็นหญิงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครบถ้วนหรือหญิงแปลงเพศเป็นชายตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครบถ้วนแล้ว ต้องการสมรสกับชายหรือหรือหญิงที่ตรงข้ามกับเพศสภาพก่อนผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย่อมไม่เป็นปัญหาประการใด เพราะยังถือว่าเป็นการสมรสต่างเพศซึ่งเป็นไปตามแนวคิดพื้นฐานในการสมราระหว่างบุคคลเพศเดียวกันของประเทศอังกฤษที่ได้กล่าวไว้แล้ว เช่น ชายแปลงเพศเป็นเพศหญิงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แล้วทำการสมรสกับกับชาย เป็นต้น แต่สำหรับในกรณีของชายแปลงเพศเป็นหญิงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครบถ้วนหรือหญิงแปลงเพศเป็นชายตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครบถ้วนแล้ว (individuals to change their legal gender) กลับต้องการสมรสกับผู้ที่มีเพศเดียวกับเพศใหม่ของตนที่ตนได้แปลงมาแล้ว เช่น ชายแปลงเพศเป็นเพศหญิงตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วทำการสมรสกับกับหญิง เป็นต้น ในกรณีนี้แม้ว่าจะได้แปลงเพศทางวิทยาศาสตร์มาแล้วและไปทำการสมรสกับผู้มีเพศที่ต่างจากเพศเดิมของตน ก็ยังสามารถอาศัยแนวทางว่าด้วยการสมรสระหว่างบุคคลอย่างเท่าเทียมได้เช่นเดียวกับกรณีสมรสอื่นๆ นอกจากนี้ แม้ว่าระหว่างที่คู่สมรสต่างเพศที่ทำการสมรสกันตามปกติแล้ว หากในภายหลังคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แปลงเพศเป็นเพศตรงข้ามตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นที่ครบถ้วนแล้ว แนวคิดตามกฎหมายว่าด้วยการสมรสอย่างเท่าเทียมก็ยังถือว่าการสมรสยังไม่สิ้นสุดหรือไม่อาจกล่าวอ้างเป็นเหตุแห่งการสมรสสิ้นสุดได้ (without having to end marriage)
มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งสำหรับกรณีบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง (transgender people) ซึ่งแตกต่างจากกรณีการแสดงออกทางเพศหรือรสนิยมทางเพศดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยกรณีบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง ได้แก่ กรณีของบุคคลที่เกิดมาแล้วมีเพศสรีระไม่ตรงตามที่จิตใจต้องการ รวมไปถึงบุคคลที่แสดงออกทางเพศโดยไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของบุคคลทั่วไปในสังคม ซึ่งหากบุคคลที่เข้าลักษณะกรณีบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเองต้องการแต่งงานตามแบบพิธีทางกฎหมายของประเทศอังกฤษ จะมีกฎหมายใดมารับรองบุคคลกลุ่มนี้ให้การสมรสเป็นไปอย่างเสมอภาคหรือไม่
ในกรณีบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเองดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น รัฐบาลอังกฤษได้กำหนดแนวทางสำหรับปัจจุบันว่า หากบุคคลคนใดเกิดมาแล้วมีสภาพบุคคลตั้งแต่คลอดและอยู่รอดมาเป็นทารกแล้วประกอบกับมีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง นอกจากรัฐจะต้องออกสูติบัตร (new birth certificate) เอาไว้ให้กับตัวบุคคลเพื่อเป็นหลักฐานแห่งการเกิดแล้ว รัฐยังต้องออกใบรับรองเพศ (gender recognition certificate) ที่แสดงว่าบุคคลนั้นมีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง อนึ่ง หากบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเองกำลังจะทำการสมรสหรือต้องการสมรสในอนาคต ภายใต้แนวคิดในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันก็ย่อมรับรองหรือคุ้มครองให้บุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเองสามารถทำการสมรสกับบุคคลต่างเพศกันหรือบุคคลเพศเดียวกับตนได้ รวมไปถึงแม้ว่าบุคคลใดพบว่าตนเองมีลักษณะหรือพฤติกรรม รวมไปถึงมีคำวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าตนเป็นบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเองภายหลักจากที่ได้ทำการสมรสกับคู่สมรสเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ทำให้เป็นเหตุให้การสมรสสิ้นสุดลงเพียงเพราะอ้างเหตุแห่งความเป็นบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง
จากที่ได้กล่าวมาในข้างต้นอาจบรรยายได้ว่าแนวคิดในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันของประเทศอังกฤษถือเป็นมิติใหม่ของการปฏิรูปกฎหมายส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างบุคคลในสังคม เพราะแนวคิดดังกล่าวได้รองรับให้บุคคลเพศเดียวกัน บุคคลต่างเพศ บุคคลที่ผ่านการแปลงเพศมาแล้ว บุคคลนั้นมีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง สามารถทำการสมรสตามแบบพิธีทางกฎหมายที่เสมอภาคภายใต้หลักเกณฑ์และการปฏิบัติภายใต้แนวคิดส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างบุคคลโดยชอบโดยกฎหมายและปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยรัฐและฝ่ายปกครอง อย่างไรก็ดี หากกฎหมายดังกล่าวได้บังคับใช้ภายใต้แนวคิดในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันแล้ว กฎหมายดังกล่าวไม่อาจก้าวล่วงไปเปลี่ยนแปลงแนวคิด หลักเกณฑ์และประเพณีทางศาสนาหรือการสมรสตามหลักเกณฑ์ของแต่ละศาสนา (religious marriage) ไปได้ อันถือเป็นการคงหรือดำรงเอาไว้ซึ่งเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือดำรงความเชื่อทางศาสนาของประชาชนแต่ละกลุ่มศาสนาในประเทศอังกฤษ โดยไม่ขัดต่อความเท่าเทียมที่อำนวยให้โดยรัฐหรือฝ่ายปกครอง