หลัก เกณฑ์ที่บุคคลเสมอกันเบื้องหน้ากฎหมายนั้นมีวิวัฒนาการมาจากอารยธรรมโรมัน ที่รุ่งเรืองยิ่งใหญ่ มีอารยธรรมด้านต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกฎหมายที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันคือหลักที่ว่า “All free men are equal before the law”ซึ่งก็หมายความว่า “อิสรชนทั้งหลายย่อมเท่าเทียมกันในเบื้องหน้าของกฎหมาย” ที่ใช้คำว่า “อิสรชน”หรือ free men ก็เนื่องเพราะในสมัยนั้นยังมีทาสอยู่นั่นเอง
ต่อมาหลัก “อิสรชนทั้งหลายย่อมเท่าเทียมกันในเบื้องหน้าของกฎหมาย” ก็วิวัฒนาการมาเป็นหลักนิติธรรมหรือ The Rule of Law ที่ใช้เป็นสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ
1) กฎหมายเป็นใหญ่ (Supremacy of Law) หมาย ถึงว่าในการปกครองประเทศนั้นกฎหมายต้องเป็นใหญ่ที่สุด อยู่เหนือบุคคลหรือสถาบันใดใด ซึ่งตรงข้ามกับประเทศที่ไม่ได้ใช้หลักนิติธรรม เช่นประเทศที่ปกครองในระบอบเผด็จการ เป็นต้น
2) เท่าเทียมกันในเบื้องหน้าของกฎหมาย(Equal Before the Law) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานเดิมตั้งแต่ยุคโรมันนั่นเองแต่ตัดคำว่าอิสรชน หรือ free men ออก
3) ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย (No-one Over the Law) เพราะระบอบประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน เมื่อปวงชนเลือกผู้แทนของตนไปออกกฎหมายแล้ว กฎหมาย(ที่ออกมาโดยชอบตามระบอบประชาธิปไตย)ย่อม อยู่เหนือคนทุกคน ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นประมุขของรัฐ เศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน หรือราษฎรธรรมดาย่อมไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ หากประเทศนั้นเป็นประชาธิปไตยที่ใช้หลักนิติธรรมในการปกครองประเทศอย่าง แท้จริง