Facebook Depression ซึมเศร้าใน (โรค) ออนไลน์

Facebook Depression ซึมเศร้าใน (โรค

Facebook Depression ซึมเศร้าใน (โรค) ออนไลน์ "

โรคไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคไวรัสแบคทีเรียเท่านั้น โดยเฉพาะโรคทางสภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นมาจากสภาวะการใช้ชีวิตของผู้คน และ เฟซบุ๊ค ก็ก่อให้เกิดโรคทางจิตได้เช่นกัน

คนรุ่นใหม่สมัยนี้ มีนิสัยเสพติดโลกออนไลน์กันมากขึ้น วิธีการดูง่ายๆ คือ ภาพที่คนทั่วไปสนใจก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือ กดๆ จิ้มๆ เลื่อนๆหน้าจอ เพื่อดูข่าวสารสิ่งเป็นไป คุยกับคนที่อยู่ในโลกออนไลน์โดยเพิกเฉยคนในโลกจริง

ภัยจากโลกออนไลน์คือสภาวะโรคทางจิตวิทยาของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเฟซบุ๊ค ข้อมูลจากวารสารการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ อเมริกัน ระบุว่า "ผู้ที่ใช้เวลาอยู่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์มาก เช่น เฟซบุ๊ค อาจได้รับความทุกข์ทรมานจาก สภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค หรือ ที่รู้จักกันในวงการแพทย์ คือ "Facebook Depression Syndrome" ขณะที่วัยรุ่นอเมริกามากถึง 72% ที่ใช้เวลาอยู่บนเฟซบุ๊คค่อนข้างมาก มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้"

เพราะเว็บไซต์เฟซบุ๊คที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก ได้สื่อสารผ่านภาพ ข้อความ วีดีโอ เป็นที่นิยมมาก และมันอนุญาตให้ผู้ใช้ในนั้นได้ "บิดเบือนความเป็นจริง" ของโลก ซึ่งอาจทำให้เด็กวัยรุ่นติดและหลงใหลในเนื้อหาเหตุการณ์รอบข้างต่างๆ

ผลการศึกษาของคณะวิจัยกุมารแพทย์ ยังบอกว่า "เด็กๆที่พวกเขาถูกเพื่อนๆหลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็กๆที่ถูกเพื่อนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลายๆรายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึกและมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายได้"

จากการวิจัยดังกล่าว ยังพบว่า เฟซบุ๊ค สร้าง "ความเป็นจริงเทียม" (artificial reality) เพราะผู้ใช้มักจะโพสต์แต่เรื่องด้านดีด้านเดียวของชีวิต และหลบซ่อนเรื่องราวร้ายๆ แย่ๆของตนเอง หรืออะไรก็ตามที่พวกเขาอยากจะปกปิด หรืออยากสร้างภาพ ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ที่เข้ามาชมมาดูมาอ่าน ก็จะเห็นแต่ภาพชีวิต "ที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ" จนกลายมาเป็นความรู้สึกเปรียบเทียบกับชีวิตตน

เด็กและวัยรุ่นส่วนมากจึงรู้สึกว่า ตนเอง "ไร้ค่า และไม่ดีพอ"

ผลการศึกษาอีกชิ้น โดย ดรโจแอนดาวิล่าจากมหาวิทยาลัยบรูก พบว่า "การส่งข้อความ อีเมล์ หรือปริมาณเวลาที่เด็กๆ ใช้บนเฟซบุ๊ค สามารถทำให้เด็กๆ มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายมากขึ้น และหมกมุ่นอยู่กับความเสียใจ เศร้าโศกกังวลกับเรื่องต่างๆ ในเฟซบุ๊ค มากกว่าที่จะปล่อยมันให้ผ่านไป"

สิ่งหนึ่งที่ดร.โจแอน ค้นพบ คือ ผู้คนมักรู้สึกต่อปฏิกิริยาเชิงลบในเฟซบุ๊คมากกว่าโลกจริง สิ่งที่ตามมาคือพวกเขาจะซึมเศร้า มีความกังวลและมีความเสียใจ

เช่นนั้นแล้ว เราจะทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นผู้ป่วยจาก "โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค" ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า เฟซบุ๊คไม่ใช่โรคระบาดตัวมันเองไม่ใช่เชื้อโรคในทางการแพทย์ แต่เฟซบุ๊คคือ "ปรากฏการณ์" ที่ถูกออกแบบให้เราสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีสื่อไหนทำได้มาก่อน มันคือสื่อที่เยี่ยมยอดในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และ รื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าๆ กับเพื่อนที่เราจากหายไปนานเข้าด้วยกันได้ หลายๆคนใช้เวลาไปมากกับการเฝ้าดู เฝ้ามองชีวิตของคนอื่นๆ และเกิดสภาวะซึมเศร้าจากการเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเอง

ลองมาดูกันว่า คุณมีอาการเป็น "โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คหรือไม่?" ดังนี้

(1) มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเป็นจริงที่เป็นสุข ของเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ค

(2) ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของกิจกรรมชีวิตประจำวันของผู้อื่นๆ

(3) มักเปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตของตนเองกับเพื่อนๆ อยู่เสมอ

(4) คุณมักเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อเรียกร้องคามสนใจ

(5) รู้สึกกระวนกระวายใจ เมื่อไม่สามารถเช็คข้อความข่าวสารสถานะของคุณได้เหมือนที่ทำเป็นปกติ

(6) คุณมักลับสมองและค้นหาข้อความขำขัน แหลมคม อัพเดทสถานะแบบดึงดูด หรือโพสต์บทความต่างๆ ที่สร้างภาพหลอกลวงว่าคุณเก่ง คุณเจ๋ง คุณเกาะติด หรือเป็นผู้นำ มีความสุขและน่าตลกขบขัน

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 2 ข้อ แสดงว่าคุณเป็นโรค Facebook Depression แล้ว ฉะนั้นวิธีการเยียวยาที่ดีที่สุด คือ "งด/หลีกเลี่ยงการใช้งานเฟซบุ๊ค" ลง เช่น ลดจำนวนเวลา ความถี่ และ ความสนใจจากข้อความต่างๆ หรือความรู้สึกที่อยากจะโพสต์ลงบ้าง มันจะทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น หรือไม่ก็รู้จักวิธีการที่จะใช้มันอย่างเท่าทันตระหนักว่าการที่พวกเขาเหล่านั้นโพสต์สิ่งต่างๆโดยเฉพาะเรื่องดีๆอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้มีหรือมีชีวิตในด้านลบเลย

เด็กๆ ทีพวกเขาถูกเพื่อนๆ หลบหนีหน้า หรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊ค จะเป็นอันตรายมากกว่า เด็กๆ ทีถูกเพือนปฏิเสธในโลกแห่งความจริง และในหลายๆ รายอาจนำไปสู่การซึมเศร้า มีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึก และมีแนวโน้มทีจะฆ่าตัวตายได้








0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Facebook ซึมเศร้าซึมเศร้าใน (โรค) ออนไลน์"โรคไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคไวรัสแบคทีเรียเท่านั้นโดยเฉพาะโรคทางสภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นมาจากสภาวะการใช้ชีวิตของผู้คนและเฟซบุ๊คก็ก่อให้เกิดโรคทางจิตได้เช่นกันคนรุ่นใหม่สมัยนี้มีนิสัยเสพติดโลกออนไลน์กันมากขึ้นวิธีการดูง่าย ๆ คือภาพที่คนทั่วไปสนใจก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือกด ๆ จิ้ม ๆ เลื่อนๆหน้าจอเพื่อดูข่าวสารสิ่งเป็นไปคุยกับคนที่อยู่ในโลกออนไลน์โดยเพิกเฉยคนในโลกจริงภัยจากโลกออนไลน์คือสภาวะโรคทางจิตวิทยาของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเฟซบุ๊คข้อมูลจากวารสารการแพทย์กุมารเวชศาสตร์อเมริกันระบุว่า "ผู้ที่ใช้เวลาอยู่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์มากเช่นเฟซบุ๊คอาจได้รับความทุกข์ทรมานจากสภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คหรือที่รู้จักกันในวงการแพทย์คือ"กลุ่มอาการซึมเศร้า Facebook"ขณะที่วัยรุ่นอเมริกามากถึงที่ใช้เวลาอยู่บนเฟซบุ๊คค่อนข้างมาก 72% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้"เพราะเว็บไซต์เฟซบุ๊คที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกได้สื่อสารผ่านภาพข้อความวีดีโอเป็นที่นิยมมากและมันอนุญาตให้ผู้ใช้ในนั้นได้ "บิดเบือนความเป็นจริง" ของโลกซึ่งอาจทำให้เด็กวัยรุ่นติดและหลงใหลในเนื้อหาเหตุการณ์รอบข้างต่าง ๆผลการศึกษาของคณะวิจัยกุมารแพทย์ ยังบอกว่า "เด็กๆที่พวกเขาถูกเพื่อนๆหลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็กๆที่ถูกเพื่อนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลายๆรายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึกและมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายได้"จากการวิจัยดังกล่าวยังพบว่าเฟซบุ๊คสร้าง "ความเป็นจริงเทียม" (ความจริงเทียม) เพราะผู้ใช้มักจะโพสต์แต่เรื่องด้านดีด้านเดียวของชีวิตและหลบซ่อนเรื่องราวร้าย ๆ แย่ๆของตนเองหรืออะไรก็ตามที่พวกเขาอยากจะปกปิดหรืออยากสร้างภาพผลที่ตามมาก็คือผู้ที่เข้ามาชมมาดูมาอ่านก็จะเห็นแต่ภาพชีวิต "ที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ" จนกลายมาเป็นความรู้สึกเปรียบเทียบกับชีวิตตนเด็กและวัยรุ่นส่วนมากจึงรู้สึกว่าตนเอง "ไร้ค่าและไม่ดีพอ"ผลการศึกษาอีกชิ้นโดยดรโจแอนดาวิล่าจากมหาวิทยาลัยบรูกพบว่า "การส่งข้อความส่งหรือปริมาณเวลาที่เด็ก ๆ ใช้บนเฟซบุ๊คสามารถทำให้เด็ก ๆ มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายมากขึ้นและหมกมุ่นอยู่กับความเสียใจเศร้าโศกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ ในเฟซบุ๊คมากกว่าที่จะปล่อยมันให้ผ่านไป"สิ่งหนึ่งที่ดร.โจแอนค้นพบคือผู้คนมักรู้สึกต่อปฏิกิริยาเชิงลบในเฟซบุ๊คมากกว่าโลกจริงสิ่งที่ตามมาคือพวกเขาจะซึมเศร้ามีความกังวลและมีความเสียใจเช่นนั้นแล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นผู้ป่วยจาก "โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค" ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเฟซบุ๊คไม่ใช่โรคระบาดตัวมันเองไม่ใช่เชื้อโรคในทางการแพทย์แต่เฟซบุ๊คคือ "ปรากฏการณ์" ที่ถูกออกแบบให้เราสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีสื่อไหนทำได้มาก่อนมันคือสื่อที่เยี่ยมยอดในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ และรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่า ๆ กับเพื่อนที่เราจากหายไปนานเข้าด้วยกันได้หลายๆคนใช้เวลาไปมากกับการเฝ้าดูเฝ้ามองชีวิตของคนอื่น ๆ และเกิดสภาวะซึมเศร้าจากการเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเองดังนี้ลองมาดูกันว่าคุณมีอาการเป็น "โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คหรือไม่"(1) มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเป็นจริงที่เป็นสุขของเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊ค(2) ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของกิจกรรมชีวิตประจำวันของผู้อื่น ๆ(3) มักเปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตของตนเองกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอ(4) คุณมักเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของตนเองอยู่เสมอเพื่อเรียกร้องคามสนใจ(5) รู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อไม่สามารถเช็คข้อความข่าวสารสถานะของคุณได้เหมือนที่ทำเป็นปกติ(6) คุณมักลับสมองและค้นหาข้อความขำขันแหลมคมอัพเดทสถานะแบบดึงดูดหรือโพสต์บทความต่าง ๆ ที่สร้างภาพหลอกลวงว่าคุณเก่งคุณเจ๋งคุณเกาะติดหรือเป็นผู้นำมีความสุขและน่าตลกขบขันถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 2 ข้อแสดงว่าคุณเป็นโรค Facebook ซึมเศร้าแล้วฉะนั้นวิธีการเยียวยาที่ดีที่สุดคือ "งดหลีกเลี่ยงการใช้งานเฟซบุ๊ค" ลงเช่นลดจำนวนเวลาความถี่และความสนใจจากข้อความต่าง ๆ หรือความรู้สึกที่อยากจะโพสต์ลงบ้างมันจะทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นหรือไม่ก็รู้จักวิธีการที่จะใช้มันอย่างเท่าทันตระหนักว่าการที่พวกเขาเหล่านั้นโพสต์สิ่งต่างๆโดยเฉพาะเรื่องดีๆอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้มีหรือมีชีวิตในด้านลบเลยเด็ก ๆ ทีพวกเขาถูกเพื่อน ๆ หลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็ก ๆ ทีถูกเพือนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลาย ๆ รายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึกและมีแนวโน้มทีจะฆ่าตัวตายได้
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
facebook อาการซึมเศร้าซึมเศร้าใน (โรค) ออนไลน์ และเฟซบุ๊ค มีนิสัยเสพติดโลกออนไลน์กันมากขึ้นวิธีการดูง่ายๆคือ กด ๆ จิ้ม ๆ เลื่อน ๆ หน้าจอเพื่อดูข่าวสารสิ่งเป็นไป อเมริกันระบุว่า เช่นเฟซบุ๊คอาจได้รับความทุกข์ทรมานจากสภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คหรือที่รู้จักกันในวงการแพทย์คือ "Facebook อาการซึมเศร้าซินโดรม" ขณะที่วัยรุ่นอเมริกามากถึง 72% ได้สื่อสารผ่านภาพข้อความวีดีโอเป็นที่นิยมมากและมันอนุญาตให้ผู้ใช้ใน "บิดเบือนความเป็นจริง" ของโลกนั้นได้ ยังบอกว่า ยังพบว่าเฟซบุ๊คสร้าง "ความเป็นจริงเทียม" (ความเป็นจริงเทียม) และหลบซ่อนเรื่องราวร้าย ๆ แย่ ๆ ของตนเองหรืออะไรก็ตามที่พวกเขาอยากจะปกปิดหรืออยากสร้างภาพผลที่ตามมาก็คือผู้ที่เข้ามาชมมาดูมาอ่านก็จะเห็น แต่ภาพชีวิต "ที่มีความสุขและ สมบูรณ์แบบ " ตนเอง "ไร้ค่าและไม่ดีพอ" ผลการศึกษาอีกชิ้นโดยดรโจแอนดาวิล่าจากมหาวิทยาลัยบรูกพบ "การส่งข้อความอีเมล์หรือปริมาณเวลาที่เด็ก ๆ ใช้บนเฟซบุ๊คสามารถทำให้เด็ก ๆ มีว่า อารมณ์หงุดหงิดง่ายมากขึ้นและหมกมุ่นอยู่กับความเสียใจเศร้าโศกกังวลกับเรื่องต่างๆในเฟซบุ๊ค ค้นพบคือ สิ่งที่ตามมาคือพวกเขาจะซึมเศร้า "โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค" ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า แต่เฟซบุ๊คคือ "ปรากฏการณ์" และรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่า ๆ หลาย ๆ คนใช้เวลาไปมากกับการเฝ้าดูเฝ้ามองชีวิตของคนอื่น ๆ คุณมีอาการ "โรคซึมเศร้า? จากเฟซบุ๊คหรือไม่" ดังนี้เป็น(1) ของเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊ค(2) อยู่เสมอ(4) เพื่อเรียกร้องคามสนใจ(5) รู้สึกกระวนกระวายใจ คุณมักลับสมองและค้นหาข้อความขำขันแหลมคมอัพเดทสถานะแบบดึงดูดหรือโพสต์บทความต่างๆที่สร้างภาพหลอกลวงว่าคุณเก่งคุณเจ๋งคุณเกาะติดหรือเป็นผู้นำ 2 ข้อแสดงว่าคุณเป็นโรค Facebook อาการซึมเศร้าแล้วฉะนั้นวิธีการเยียวยาที่ดีที่สุดคือ "งด / หลีกเลี่ยงการใช้งานเฟซบุ๊ค" ลงเช่นลดจำนวนเวลาความถี่และความสนใจจากข้อความต่างๆ ทีพวกเขาถูกเพื่อน ๆ หลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็ก ๆ ทีถูกเพือนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลาย ๆ รายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับ ลึกและมีแนวโน้มทีจะฆ่าตัวตายได้














































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ภาวะซึมเศร้า Facebook ซึมเศร้าใน ( สุนัข ) ออนไลน์ "

โรคไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคไวรัสแบคทีเรียเท่านั้นโดยเฉพาะโรคทางสภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นมาจากสภาวะการใช้ชีวิตของผู้คนและเฟซบุ๊คก็ก่อให้เกิดโรคทางจิตได้เช่นกัน

คนรุ่นใหม่สมัยนี้มีนิสัยเสพติดโลกออนไลน์กันมากขึ้นวิธีการดูง่ายๆความภาพที่คนทั่วไปสนใจก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือกดๆจิ้มๆเลื่อนๆหน้าจอเพื่อดูข่าวสารสิ่งเป็นไป
ภัยจากโลกออนไลน์คือสภาวะโรคทางจิตวิทยาของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเฟซบุ๊คข้อมูลจากวารสารการแพทย์กุมารเวชศาสตร์อเมริกันระบุว่า " ผู้ที่ใช้เวลาอยู่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์มากเช่นเฟซบุ๊คสภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คค็อคที่รู้จักกันในวงการแพทย์ความ " หดหู่ Facebook ซินโดรม " ขณะที่วัยรุ่นอเมริกามากถึง 72 % ที่ใช้เวลาอยู่บนเฟซบุ๊คค่อนข้างมากมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ "

เพราะเว็บไซต์เฟซบุ๊คที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกได้สื่อสารผ่านภาพข้อความวีดีโอเป็นที่นิยมมากและมันอนุญาตให้ผู้ใช้ในนั้นได้ " บิดเบือนความเป็นจริง " ของโลก
ผลการศึกษาของคณะวิจัยกุมารแพทย์ยังบอกว่า" เด็กๆที่พวกเขาถูกเพื่อนๆหลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็กๆที่ถูกเพื่อนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลายๆรายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึกและมีแนวโน้มที่จะฆ่าต"
ัวตายได้
จากการวิจัยดังกล่าวยังพบว่าเฟซบุ๊คสร้าง " ความเป็นจริงเทียม " ( ความจริงเทียม ) เพราะผู้ใช้มักจะโพสต์แต่เรื่องด้านดีด้านเดียวของชีวิตและหลบซ่อนเรื่องราวร้ายๆแย่ๆของตนเองหรืออะไรก็ตามที่พวกเขาอยากจะปกปิดผลที่ตามมาก็คือผู้ที่เข้ามาชมมาดูมาอ่านก็จะเห็นแต่ภาพชีวิต " ที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ " จนกลายมาเป็นความรู้สึกเปรียบเทียบกับชีวิตตน

เด็กและวัยรุ่นส่วนมากจึงรู้สึกว่าตนเอง " ไร้ค่าและไม่ดีพอ "

ผลการศึกษาอีกชิ้นโดยดรโจแอนดาวิล่าจากมหาวิทยาลัยบรูกพบว่า " การส่งข้อความอีเมล์หรือปริมาณเวลาที่เด็กๆใช้บนเฟซบุ๊คสามารถทำให้เด็กๆมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายมากขึ้นและหมกมุ่นอยู่กับความเสียใจ"
ในเฟซบุ๊คมากกว่าที่จะปล่อยมันให้ผ่านไป
สิ่งหนึ่งที่ดร . โจแอนค้นพบความผู้คนมักรู้สึกต่อปฏิกิริยาเชิงลบในเฟซบุ๊คมากกว่าโลกจริงสิ่งที่ตามมาคือพวกเขาจะซึมเศร้ามีความกังวลและมีความเสียใจ

เช่นนั้นแล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นผู้ป่วยจาก " โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค " ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเฟซบุ๊คไม่ใช่โรคระบาดตัวมันเองไม่ใช่เชื้อโรคในทางการแพทย์แต่เฟซบุ๊คคือ " ปรากฏการณ์ "มันคือสื่อที่เยี่ยมยอดในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆและรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าๆกับเพื่อนที่เราจากหายไปนานเข้าด้วยกันได้หลายๆคนใช้เวลาไปมากกับการเฝ้าดูเฝ้ามองชีวิตของคนอื่นๆ
ลองมาดูกันว่าคุณมีอาการเป็น " โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊คหรือไม่ ? " ดังนี้

( 1 ) มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเป็นจริงที่เป็นสุขของเพื่อนๆในเฟซบุ๊ค

( 2 ) ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของกิจกรรมชีวิตประจำวันของผู้อื่นๆ

( 3 ) มักเปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตของตนเองกับเพื่อนๆอยู่เสมอ

( 4 ) คุณมักเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของตนเองอยู่เสมอเพื่อเรียกร้องคามสนใจ

( 5 ) รู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อไม่สามารถเช็คข้อความข่าวสารสถานะของคุณได้เหมือนที่ทำเป็นปกติ

( 6 ) คุณมักลับสมองและค้นหาข้อความขำขันแหลมคมอัพเดทสถานะแบบดึงดูดหรือโพสต์บทความต่างๆที่สร้างภาพหลอกลวงว่าคุณเก่งคุณเจ๋งคุณเกาะติดหรือเป็นผู้นำมีความสุขและน่าตลกขบขัน

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 2 ข้อแสดงว่าคุณเป็นโรค Facebook แล้วฉะนั้นวิธีการเยียวยาที่ดีที่สุดความซึมเศร้า " งด / หลีกเลี่ยงการใช้งานเฟซบุ๊ค " ลงเช่นลดจำนวนเวลาความถี่และความสนใจจากข้อความต่างๆมันจะทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
เด็กๆทีพวกเขาถูกเพื่อนๆหลบหนีหน้าหรือรังเกียจในโลกเฟซบุ๊คจะเป็นอันตรายมากกว่าเด็กๆทีถูกเพือนปฏิเสธในโลกแห่งความจริงและในหลายๆรายอาจนำไปสู่การซึมเศร้ามีปัญหาสุขภาพจิตในระดับลึก







การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: