ชื่อการเส็งกลองภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัด กาฬสินธุ์อุปกรณ์๑. กลอ การแปล - ชื่อการเส็งกลองภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัด กาฬสินธุ์อุปกรณ์๑. กลอ ไทย วิธีการพูด

ชื่อการเส็งกลองภาค ภาคตะวันออกเฉียง

ชื่อ
การเส็งกลอง
ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด กาฬสินธุ์


อุปกรณ์
๑. กลองเส็ง หรือกลองกิ่ง ๑ คู่ (๒ ใบ)
๒. ไม้ตีกลอง มีความยาว ๗๐ ซม.

วิธีการเล่น
การเส็งกลองนิยมตีกันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะต้องตีกลอง ๒ ใบ เจ้าของกลองจะต้องตรึงหน้ากลอง ให้ตึงที่สุด โดยการหมุน (ขัน) หนังชักกลองเข้าที่จะค่อยๆปรับระดับเสียงกลองแต่ละคู่ให้มีเสียงเดียวกัน (ภาษากลองเรียกว่า "เค่งกลอง") นำกลองที่เตรียมมาดีแล้วเข้าประกบคู่บนเวที หันหน้ารูแพกลองเฉียงเข้าหาคู่แข่งขันไปสู่ผู้ฟัง การตีกลองแข่งขันตีกันฝ่ายละ ๕ คน คนละ ๑ ยกๆละประมาณ ๒ นาที การตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาจากเสียงกลอง คู่ที่ชนะต้องมีเสียงใสแหลม สูง และต้องตีให้ชนะ ๓ ใน ๕ ยก กลองต้องไม่ขาดจึงจะถือว่าชนะ

โอกาส และเวลาที่เล่น
การเล่นกลองกิ่ง หรือกลองเส็งไม่มีใครทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่จะนำมาใช้แห่ในบุญเดือน หก (บุญบั้งไฟ) เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เสร็จแล้วจะมีการเส็งกลอง คือแข่งขันตีกลองอย่างสนุกสนาน ในปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์จะมีการเส็งกลองกัน (ตีกลองกิ่งแข่งขัน) จึงเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า "การเส็งกลอง"

คุณค่า / สาระ
ชาวบ้านโคกล่าม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ นิยมการละเล่น สนุกสนานเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน เสียงเร้าใจ เกิดความสามัคคี กลมเกลียวกันในกลุ่มแต่ละหมู่บ้าน และเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ ภูมิปัญญาในการจัดทำอุปกรณ์การเล่นเอง
ลักษณะของกลองกิ่ง
เป็นกลองที่ทำมาจากไม้ประดู่แดงทรงกระบอกกลวง ด้านหน้ากลองยาว ๔๐ ซม. ด้านล่างกลอง (ก้นกลอง) กว้าง ๓๐ ซม. สูงประมาณเท่าครึ่งของความกว้างหน้ากลอง หุ้มด้วยแผ่นหนังทั้งด้านหน้าและแผ่นหลัง ดึงเข้าหากันโดยหนังที่เรียกว่า หนังชัก และหนังหูกลองข้างกลอง ห่างจากหน้ากลองประมาณ ๒๐ ซม. เจาะเป็นรู สี่เหลี่ยมขนาด ๑๐ x ๑๕ ซม. เรียกว่า "รูแพ" เพื่อเป็นการระบายเสียงขณะตี ข้างในกลองเหนือรูแพจะเป็นปุ่มเรียกว่าลิ้นกลอง เพื่อทำหน้าที่ปรับระดับเสียงของกลอง (เหมือนลิ้นแคน)
การขุดกลอง ก่อนจะลงมือขุดกลอง ช่างต้องเลือกต้นไม้ ไม้ที่นิยมทำกลองได้แก่ไม้ประดู่แดง ต้องเลือกต้นที่มีลักษณะของเซลล์ไม้ตรง ไม่คู้ หรือมีตา มีเส้นผ่าศูนย์กลางของแก่นไม้ประมาณ ๕๐ ซม. สูงประมาณ ๑ เมตร จำนวน ๒ ท่อน ไม้ชนิดอื่นก็ทำได้ แต่ไม่นิยม อาจเป็นเพราะขุดยากเมื่อทำเป็นกลองแล้วเวลาตีไม่ค่อยดัง และไม่แข็งแรง เครื่องมือที่ใช้ขุดกลองได้แก่ ขวาน สิ่ว สว่าน แชลง กบ และ "ง่อง" โดยการขุดตรงกลางไม้ให้กลวงเป็นโพรง มีความหนา บาง ตามความต้องการของช่าง
การทำหนังหน้ากลอง ในสมัยก่อนนิยมทำมาจากหนังโค ปัจจุบันนิยมใช้หนังกระบือเพราะจะเหนียว และทนกว่า โดยเลือกหนังกระบือที่มีอายุระหว่าง ๕-๑๐ ปี และไม่อ้วนเกินไป กระบือ ๑ ตัวจะทำหนังหน้ากลองได้ สองหน้า ส่วนที่เหลือจะใช้ทำหนังก้นกลอง หนังหูกลอง และหนังชัก ก่อนจะนำหนังกระบือไปหุ้มหน้ากลอง ต้องผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำมาขูดโดยใช้มีดที่คมมาก ให้บางจนเป็นที่พอใจ (ยิ่งบางกลองยิ่งมีเสียงดัง)
ไม้ตีกลอง นิยมมาจากไม้เค็ง เพราะจะมีคุณสมบัติที่เหนียวทนทาน เวลาตีน้ำหนักดี มีความยาวประมาณ ๗๐ ซม. เหลาให้กลม ปลายไม้เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ซม. ตรงโคนไม้บริเวณมือจับพันด้วยผ้าให้พอดีเวลาตีแข่งขัน
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ชื่อการเส็งกลองภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัด กาฬสินธุ์อุปกรณ์๑. กลองเส็ง หรือกลองกิ่ง ๑ คู่ (๒ ใบ)๒. ไม้ตีกลอง มีความยาว ๗๐ ซม.วิธีการเล่นการเส็งกลองนิยมตีกันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะต้องตีกลอง ๒ ใบ เจ้าของกลองจะต้องตรึงหน้ากลอง ให้ตึงที่สุด โดยการหมุน (ขัน) หนังชักกลองเข้าที่จะค่อยๆปรับระดับเสียงกลองแต่ละคู่ให้มีเสียงเดียวกัน (ภาษากลองเรียกว่า "เค่งกลอง") นำกลองที่เตรียมมาดีแล้วเข้าประกบคู่บนเวที หันหน้ารูแพกลองเฉียงเข้าหาคู่แข่งขันไปสู่ผู้ฟัง การตีกลองแข่งขันตีกันฝ่ายละ ๕ คน คนละ ๑ ยกๆละประมาณ ๒ นาที การตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาจากเสียงกลอง คู่ที่ชนะต้องมีเสียงใสแหลม สูง และต้องตีให้ชนะ ๓ ใน ๕ ยก กลองต้องไม่ขาดจึงจะถือว่าชนะโอกาส และเวลาที่เล่นการเล่นกลองกิ่ง หรือกลองเส็งไม่มีใครทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่จะนำมาใช้แห่ในบุญเดือน หก (บุญบั้งไฟ) เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เสร็จแล้วจะมีการเส็งกลอง คือแข่งขันตีกลองอย่างสนุกสนาน ในปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์จะมีการเส็งกลองกัน (ตีกลองกิ่งแข่งขัน) จึงเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า "การเส็งกลอง"คุณค่า / สาระชาวบ้านโคกล่าม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ นิยมการละเล่น สนุกสนานเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน เสียงเร้าใจ เกิดความสามัคคี กลมเกลียวกันในกลุ่มแต่ละหมู่บ้าน และเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ ภูมิปัญญาในการจัดทำอุปกรณ์การเล่นเองลักษณะของกลองกิ่งเป็นกลองที่ทำมาจากไม้ประดู่แดงทรงกระบอกกลวง ด้านหน้ากลองยาว ๔๐ ซม. ด้านล่างกลอง (ก้นกลอง) กว้าง ๓๐ ซม. สูงประมาณเท่าครึ่งของความกว้างหน้ากลอง หุ้มด้วยแผ่นหนังทั้งด้านหน้าและแผ่นหลัง ดึงเข้าหากันโดยหนังที่เรียกว่า หนังชัก และหนังหูกลองข้างกลอง ห่างจากหน้ากลองประมาณ ๒๐ ซม. เจาะเป็นรู สี่เหลี่ยมขนาด ๑๐ x ๑๕ ซม. เรียกว่า "รูแพ" เพื่อเป็นการระบายเสียงขณะตี ข้างในกลองเหนือรูแพจะเป็นปุ่มเรียกว่าลิ้นกลอง เพื่อทำหน้าที่ปรับระดับเสียงของกลอง (เหมือนลิ้นแคน)การขุดกลอง ก่อนจะลงมือขุดกลอง ช่างต้องเลือกต้นไม้ ไม้ที่นิยมทำกลองได้แก่ไม้ประดู่แดง ต้องเลือกต้นที่มีลักษณะของเซลล์ไม้ตรง ไม่คู้ หรือมีตา มีเส้นผ่าศูนย์กลางของแก่นไม้ประมาณ ๕๐ ซม. สูงประมาณ ๑ เมตร จำนวน ๒ ท่อน ไม้ชนิดอื่นก็ทำได้ แต่ไม่นิยม อาจเป็นเพราะขุดยากเมื่อทำเป็นกลองแล้วเวลาตีไม่ค่อยดัง และไม่แข็งแรง เครื่องมือที่ใช้ขุดกลองได้แก่ ขวาน สิ่ว สว่าน แชลง กบ และ "ง่อง" โดยการขุดตรงกลางไม้ให้กลวงเป็นโพรง มีความหนา บาง ตามความต้องการของช่างการทำหนังหน้ากลอง ในสมัยก่อนนิยมทำมาจากหนังโค ปัจจุบันนิยมใช้หนังกระบือเพราะจะเหนียว และทนกว่า โดยเลือกหนังกระบือที่มีอายุระหว่าง ๕-๑๐ ปี และไม่อ้วนเกินไป กระบือ ๑ ตัวจะทำหนังหน้ากลองได้ สองหน้า ส่วนที่เหลือจะใช้ทำหนังก้นกลอง หนังหูกลอง และหนังชัก ก่อนจะนำหนังกระบือไปหุ้มหน้ากลอง ต้องผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำมาขูดโดยใช้มีดที่คมมาก ให้บางจนเป็นที่พอใจ (ยิ่งบางกลองยิ่งมีเสียงดัง)ไม้ตีกลอง นิยมมาจากไม้เค็ง เพราะจะมีคุณสมบัติที่เหนียวทนทาน เวลาตีน้ำหนักดี มีความยาวประมาณ ๗๐ ซม. เหลาให้กลม ปลายไม้เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ซม. ตรงโคนไม้บริเวณมือจับพันด้วยผ้าให้พอดีเวลาตีแข่งขัน
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ชื่อ
การเส็งกลอง
ภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัดกาฬสินธุ์อุปกรณ์1 กลองเส็งหรือกลองกิ่ง 1 คู่ (2 ใบ) 2 ไม้ตีกลองมีความยาว 70 แต่ละคู่จะต้องตีกลอง 2 ใบเจ้าของกลองจะต้องตรึงหน้ากลองให้ตึงที่สุดโดยการหมุน (ขัน) (ภาษากลอง "เค่งกลอง" เรียกว่า) ตีกลองแข่งขันตีกันฝ่ายละ 5 1 ๆ ละประมาณ 2 นาทีการคนคนละยก คู่ที่ชนะต้องมีเสียงใสแหลมสูงและต้องตีให้ชนะ 3 ใน 5 ยกกลองต้องไม่ขาดจึงจะถือว่าชนะโอกาสและเวลาที่เล่นการเล่นกลองกิ่ง แต่จะนำมาใช้แห่ในบุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเสร็จแล้วจะมีการเส็งกลองคือแข่งขันตีกลองอย่างสนุกสนาน (ตีกลองกิ่งแข่งขัน) จึงเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า "การเส็งกลอง" คุณค่า / สาระชาวบ้านโคกล่ามอำเภอกมลาไสยจังหวัดกาฬสินธุ์นิยมการละเล่น เสียงเร้าใจเกิดความสามัคคีกลมเกลียวกันในกลุ่มแต่ละหมู่บ้านและเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ ด้านหน้ากลองยาว 40 ซม ด้านล่างกลอง (ก้นกลอง) กว้าง 30 ซม ดึงเข้าหากันโดยหนังที่เรียกว่าหนังชักและหนังหูกลองข้างกลองห่างจากหน้ากลองประมาณ 20 ซม เจาะเป็นรูสี่เหลี่ยมขนาด 10 x 15 ซม เรียกว่า "รูแพ" เพื่อเป็นการระบายเสียงขณะตี (เหมือนลิ้นแคน) การขุดกลองก่อนจะลงมือขุดกลองช่างต้องเลือกต้นไม้ ไม่คู้หรือมีตา 50 ซม สูงประมาณ 1 เมตรจำนวน 2 ท่อนไม้ชนิดอื่นก็ทำได้ แต่ไม่นิยม และไม่แข็งแรงเครื่องมือที่ใช้ขุดกลอง ได้แก่ ขวานสิ่วสว่านแชลงกบและ "ง่อง" มีความหนาบาง ในสมัยก่อนนิยมทำมาจากหนังโค และทนกว่า 5-10 ปีและไม่อ้วนเกินไปกระบือ 1 ตัวจะทำหนังหน้ากลองได้สองหน้าส่วนที่เหลือจะใช้ทำหนังก้นกลองหนังหูกลองและหนังชักก่อนจะนำหนังกระบือไปหุ้มหน้ากลองต้องผึ่งแดดให้แห้งแล้วนำ มาขูดโดยใช้มีดที่คมมากให้บางจนเป็นที่พอใจ นิยมมาจากไม้เค็งเพราะจะมีคุณสมบัติที่เหนียวทนทานเวลาตีน้ำหนักดีมีความยาวประมาณ 70 ซม เหลาให้กลมปลายไม้เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม



















การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
การเส็งกลองชื่อ

ภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ




จังหวัดกาฬสินธุ์อุปกรณ์๑ . กลองเส็งหรือกลองกิ่ง๑คู่ ( ๒ใบ )
๒ . ไม้ตีกลองมีความยาว๗๐ซม


วิธีการเล่นการเส็งกลองนิยมตีกันเป็นคู่ๆแต่ละคู่จะต้องตีกลอง๒ใบเจ้าของกลองจะต้องตรึงหน้ากลองให้ตึงที่สุดโดยการหมุน ( ขัน ) หนังชักกลองเข้าที่จะค่อยๆปรับระดับเสียงกลองแต่ละคู่ให้มีเสียงเดียวกัน ( ภาษากลองเรียกว่านำกลองที่เตรียมมาดีแล้วเข้าประกบคู่บนเวทีหันหน้ารูแพกลองเฉียงเข้าหาคู่แข่งขันไปสู่ผู้ฟังการตีกลองแข่งขันตีกันฝ่ายละ๕คนคนละ๑ยกๆละประมาณ๒นาทีการตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาจากเสียงกลองสูงและต้องตีให้ชนะกัน the ๕ยกกลองต้องไม่ขาดจึงจะถือว่าชนะ
และเวลาที่เล่น

โอกาสการเล่นกลองกิ่งหรือกลองเส็งไม่มีใครทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใดแต่จะนำมาใช้แห่ในบุญเดือนหก ( บุญบั้งไฟ ) เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเสร็จแล้วจะมีการเส็งกลองคือแข่งขันตีกลองอย่างสนุกสนาน( ตีกลองกิ่งแข่งขัน ) จึงเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า " การเส็งกลอง "
คุณค่า / สาระ

ชาวบ้านโคกล่ามอำเภอกมลาไสยจังหวัดกาฬสินธุ์นิยมการละเล่นสนุกสนานเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินเสียงเร้าใจเกิดความสามัคคีกลมเกลียวกันในกลุ่มแต่ละหมู่บ้านและเป็นการแสดงออกถึงความสามารถลักษณะของกลองกิ่ง
เป็นกลองที่ทำมาจากไม้ประดู่แดงทรงกระบอกกลวงด้านหน้ากลองยาว๔๐ซม . ด้านล่างกลอง ( ก้นกลอง ) กว้าง๓๐ซม .สูงประมาณเท่าครึ่งของความกว้างหน้ากลองหุ้มด้วยแผ่นหนังทั้งด้านหน้าและแผ่นหลังดึงเข้าหากันโดยหนังที่เรียกว่าหนังชักและหนังหูกลองข้างกลองห่างจากหน้ากลองประมาณ๒๐ซม . เจาะเป็นรูสี่เหลี่ยมขนาด๑๐ x ๑๕ซม .เรียกว่า " รูแพ " เพื่อเป็นการระบายเสียงขณะตีข้างในกลองเหนือรูแพจะเป็นปุ่มเรียกว่าลิ้นกลองเพื่อทำหน้าที่ปรับระดับเสียงของกลอง ( เหมือนลิ้นแคน )
การขุดกลองก่อนจะลงมือขุดกลองช่างต้องเลือกต้นไม้ไม้ที่นิยมทำกลองได้แก่ไม้ประดู่แดงต้องเลือกต้นที่มีลักษณะของเซลล์ไม้ตรงไม่คู้หรือมีตามีเส้นผ่าศูนย์กลางของแก่นไม้ประมาณ๕๐ซม .สูงประมาณ๑เมตรจำนวน๒ท่อนไม้ชนิดอื่นก็ทำได้แต่ไม่นิยมอาจเป็นเพราะขุดยากเมื่อทำเป็นกลองแล้วเวลาตีไม่ค่อยดังและไม่แข็งแรงเครื่องมือที่ใช้ขุดกลองได้แก่ขวานสิ่วสว่านแชลงกบและ " ง่อง "มีความหนาบางตามความต้องการของช่าง
การทำหนังหน้ากลองในสมัยก่อนนิยมทำมาจากหนังโคปัจจุบันนิยมใช้หนังกระบือเพราะจะเหนียวและทนกว่าโดยเลือกหนังกระบือที่มีอายุระหว่าง๕ - ๑๐และไม่อ้วนเกินไปกระบือตัวจะทำหนังหน้ากลองได้สองหน้าบ .หนังหูกลองและหนังชักก่อนจะนำหนังกระบือไปหุ้มหน้ากลองต้องผึ่งแดดให้แห้งแล้วนำมาขูดโดยใช้มีดที่คมมากให้บางจนเป็นที่พอใจ ( ยิ่งบางกลองยิ่งมีเสียงดัง )
ไม้ตีกลองนิยมมาจากไม้เค็งเพราะจะมีคุณสมบัติที่เหนียวทนทานเวลาตีน้ำหนักดีมีความยาวประมาณ๗๐ซม . เหลาให้กลมปลายไม้เส้นผ่าศูนย์กลาง๑ซม . ตรงโคนไม้บริเวณมือจับพันด้วยผ้าให้พอดีเวลาตีแข่งขัน
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: