เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ ถนนนครในมีพระยาสุขุมนัยวินิตสมัยดำรงตำแหน่ง สม การแปล - เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ ถนนนครในมีพระยาสุขุมนัยวินิตสมัยดำรงตำแหน่ง สม ไทย วิธีการพูด

เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ ถนนนครในมีพ

เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ ถนนนครในมีพระยาสุขุมนัยวินิตสมัยดำรงตำแหน่ง สมุหเทศาภิบาล (เจ้าพระยายมราช ปั้น สุขุม ) เป็นผู้จัดตั้งและเปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2448 ในปี พ.ศ. 2464 พระยาสุริยานุวงศ์ประวัติพระยาวิฑูรดรุณกร ได้จัดการสร้างอาคารเรียนในที่ดินวัดแจ้งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวในปีนั้นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศร์ ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ได้กราบบังคม ทูลเชิญเสด็จ สมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี พระมาตุจฉาเจ้าทรงเปิดโรงเรียนและขอพระราชทานนามโรงเรียนว่า"วรนารีเฉลิม"พร้อมพระราชทาน ตราประจำพระองค์ "กรอบวงพักตร์" เป็นตราประจำโรงเรียน และทรงปลูกต้นพิกุลเป็นที่ระลึก ต่อมาปี พ.ศ. 2482 พลเรือตรีหลวงสินธุสงครามชัย รัฐมนตรีว่าการ กระ ทรวงศึกษาได้มาตรวจราชการจังหวัดสงขลาเห็นความเจริญก้าวหน้า และสถานที่เดิมคับแคบ ควรหาสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนใหม่ ทางจังหวัดมีพระยารามราชภักดีเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดและ ขุนศิลปกรรมพิเศษขุนศิลปกรรมพิเศษ ( แปลก ศิลปกรรมพิเศษ) เป็นกรรมาธิการจังหวัด เลือกที่ถนนปละท่า สร้างอาคารเรียนตึก 2 ชั้น ในสมัย ม.ล.ประชุมพร ไกรฤกษ์ เป็นอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนได้พัฒนามาตามลำดับจนถึง พ.ศ. 2511 นางอาภรณ์ สาครินทร์ เป็นอาจารย์ใหญ่ น.ส.รัตน์ ประธานราษฎร์นิกรได้บริจาคเงิน 300,000 บาท เป็นทุนก่อสร้างอาคารเรียนและโรงเรียนได้ของบประมาณปี 2512 ,2514 มาสร้างเต็มรูปคืออาคาร 3 (อาคารรัตน์ ประธานราษฎร์นิกร) และ ในปี 2514 ได้รับมอบที่ดินแปลงที่ 2 โดยอนุญาตของกระทรวงการคลัง ใน พ.ศ. 2519โรงเรียนสร้างอาคารเรียน สนามกีฬา บ้านพักครู นักการ ภารโรงและใช้ที่ดินแป ลงที่ 2 เป็นศูนย์การเรียนการสอนวิชาเกษตรกรรมของโรงเรียน ต่อมาได้รับ งบประมาณสร้างอาคาร เรียน 1 และอาคารอเนกประสงค์ 6 ชั้น โรงเรียนวรานารีเฉลิม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีเด่นรับรางวัลพระราชทานในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ที่มีการบริหารดีเด่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรง โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นผู้พระราชทานรางวัล ในปี พ.ศ. 2523 และปี พ.ศ. 2537 ในปี พ.ศ. 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงรับเป็นองค์อุปภัมถ์ของโรงเรียนและโรงเรียนได้รับโล่ รางวัล ในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่มีการส่งเสริมวินัยดีเด่นของจังหวัดสงขลา ในปี พ.ศ. 2542 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่นระดับเขตการศึกษา 3 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงพระราชกรุณาฯ รับโรงเรียนวรนารีเฉลิมไว้ในพระอุปถัมภ์ ยังความชื่นชมยินดีให้แก่ชาววรนารีเฉลิม หาที่เปรียบมิได้ สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของชาววรนารีเฉลิมเป็นอย่างยิ่ง คณาจารย์วรนารีเฉลิมทุกคนได้ตั้งปณิธานที่จะดำเนินให้ทุกอย่างดีที่สุด ทั้งในด้านการเรียนการสอน การอบรมจริยธรรมแก่นักเรียน การให้บริการแก่ชุมชน เพื่อรักษาเกียรติยศอันสูงสุดไว้คงอยู่คู่กับชื่อพระราชทาน"วรนารีเฉลิม" ตลอดไป คำกราบบังคมทูล ของ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนพลลพบุรีราเมศร์ "ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานนามกราบบังคมทูล ในนามกรมการมณฑลและจังหวัดว่า บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ชื่นชมยินดีที่ใต้ฝ่าพระบาทเสด็จมาเยี่ยมจังหวัดสงขลาและพระราชทานโอกาสให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเชิญเสด็จเปิด โรงเรียนที่เป็นที่ศึกษาของกุลสตรีในแขวงนี้โรงเรียนสตรีในจังหวัดสงขลานี้ได้เคยมีมาแล้วหลายครั้งหลายครา เมื่อครั้นเจ้าพระยาราชดำรงตำแหน่งสมุหเทศภิบาลท่านเริ่มจัดขึ้นด้วยความสามารถแล้วผู้ซึ่งสืบต่อ ๆมาก็ได้กระทำต่อการ ที่ได้กระทำไปแล้วนี้ด้วยเจตนาหากกุศลดี ในที่ซึ่งกุลสตรีจะได้รับการเล่าเรีนแต่บังเอิญมีเหตุจำเป็นที่จะให้โรงเรียนนี้ไม่จำเริญเสมอโรงเรียนอื่นบางโรงเรียนได้ เพราะเหตุใดเพราะเหตุว่าชาวสงขลาเป็นชาวนอกมิได้รู้ประโยชน์แห่งการศึกษา อย่างชาวกรุงเทพฯ ยังมีผู้พยายามตั้งขึ้นอีกด้วยทุนทรัพย์ของตนดีบ้างเลวบ้าง โดยสำนึกของตนว่าจะสอนเด็กผู้หญิงให้รู้หนังสือเท่านั้น มิได้คิดการอื่นของผู้หญิง ครั้นต่อมาถึง พ.ศ. 2455 รัฐบาลได้ให้เงินเดือนครูเพื่อช่วยเหลือแต่ครูอยู่บ้าง ไม่อยู่บ้าง โรงเรียนกลายเป็นล้มลุกอีก แล้วต่อมาก็ได้มีผู้พยายามบำรุงไว้ การเป็นไปเพียงเท่านั้น ก็เมื่อเป็นดังนั้น ความ สำเร็จแห่งประโยชน์ของการศึกษาของผู้หญิงจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะยังอาศัยบุคคลต่อบุคคลสถานที่ไม่มีความแน่นอนความแน่นอนนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงจึงได้ออกเงินเรี่ยไรสร้างโรงเรียน ขึ้นไว้ในที่ซึ่งเป็นสมบัติของโรงเรียนด้วยทุนทรัพย์ของผู้ที่ออกเงินกับทั้งด้วยบำรุงของรัฐบาลช่วยด้วยเพื่อให้นักเรียนหญิงได้เรียนการงานของตน นอกเหนือจาก เพียงรู้หนังสือเท่านั้นตลอดจนการระงับทุกข์ด้วยความพยายามช่วยเหลือแพทย์เป็นที่สุด ให้แก่ผู้รับราชการสนองพระเดช พระคุณ อยู่หัวแห่งประเทศ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลจำนวนนักเรียน โดยย่อเพื่อแสดงว่าการศึกษาของ ผู้หญิงในท้องถิ่นนี้ได้จำเริญขึ้นเพียงใด ใน พ.ศ. 2459 นักเรียนมีเพียง 30 คน เป็นบุตรีข้าราชการ 18 คน เป็นคนพื้นเมือง 12 คน ต่อมาถึง พ.ศ. 2464 มีจำนวนนักเรียน 114 คน เป็นบุตรีข้าราชการ 28 คน เป็นบุตรีคนพื้นเมือง 86 คน ใต้ฝ่าละออง พระบาท ทรงคงทราบว่า ข้าราชการเป็นครมาจาก กรุงเทพฯ โดยมากได้รับคำชี้แจงในเรื่องเรียนหนังสือและการอื่น ๆ แน่ คนพื้นเมือง ยังไม่ได้รับ เมื่อหักจำนวน 12 คน กับ86 คนแล้ว คงจะเห็นได้ว่า ความจำเริญของการศึกษาคนพื้นเมืองเป็นอย่างไร หัวใจจริงของการศึกษาทั้งปวงทั้งหญิงชายก็จะได้ความจำเริญแก่บุคคลในท้องที่ เป็นใหญ่การก่อสร้างโรงเรียนก็เพื่อจะให้เป็น โรงเรียนตัวอย่างอย่างเช่นโรงเรียนผู้ชายที่เป็นไปแล้วการที่ซึ่งได้ทำที่นี้ได้สำเร็จก็เพราะความอุตสาหะ ของผู้ว่าราชการ จังหวัดและ ศึกษาธิการเป็นต้น และผู้บริจาคทรัพย์ได้สร้างเรือนหลังนี้เป็นประเดิมไว้ก่อนจะให้เป็นหลักฐานต่อไปมิให้ ล้มลุกเหมือนแต่ก่อนเพราะฉะนั้น ณ บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอพระราชทานให้ใต้ฝ่าละออกธุลีพระบาท พระราชทานนามแก่โรงเรียนเพื่อเป็นมงคลและระลึกถึงพระองค์ใต้ฝ่าละอองพระบาทและขอพระราชทานทรงเป็นประธาน ในการฉลอง โรงเรียนนี้ ขอพระราชทานพรให
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ถนนนครในมีพระยาสุขุมนัยวินิตสมัยดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล (เจ้าพระยายมราชปั้นสุขุม) เป็นผู้จัดตั้งและเปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2448 ในปีพ.ศ. 2464 พระยาสุริยานุวงศ์ประวัติพระยาวิฑูรดรุณกรได้จัดการสร้างอาคารเรียนในที่ดินวัดแจ้งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวในปีนั้นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพรกรมขุนลพบุรีราเมศร์ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวีพระมาตุจฉาเจ้าทรงเปิดโรงเรียนและขอพระราชทานนามโรงเรียนว่า "วรนารีเฉลิม" พร้อมพระราชทานตราประจำพระองค์ "กรอบวงพักตร์" เป็นตราประจำโรงเรียนและทรงปลูกต้นพิกุลเป็นที่ระลึกต่อมาปีพ.ศ. 2482 พลเรือตรีหลวงสินธุสงครามชัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาได้มาตรวจราชการจังหวัดสงขลาเห็นความเจริญก้าวหน้าและสถานที่เดิมคับแคบควรหาสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนใหม่ทางจังหวัดมีพระยารามราชภักดีเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดและขุนศิลปกรรมพิเศษขุนศิลปกรรมพิเศษ (แปลกศิลปกรรมพิเศษ) เป็นกรรมาธิการจังหวัดเลือกที่ถนนปละท่าสร้างอาคารเรียนตึก 2 ชั้นในสมัยมล.ประชุมพรไกรฤกษ์เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนได้พัฒนามาตามลำดับจนถึงพ.ศ. ปีพ.ศ.นางอาภรณ์สาครินทร์เป็นอาจารย์ใหญ่น.ส.รัตน์ประธานราษฎร์นิกรได้บริจาคเงิน 300,000 วรรคเป็นทุนก่อสร้างอาคารเรียนและโรงเรียนได้ของบประมาณปี 2512, 2514 มาสร้างเต็มรูปคืออาคาร 3 (อาคารรัตน์ประธานราษฎร์นิกร) และในปี 2514 ได้รับมอบที่ดินแปลงที่ 2 โดยอนุญาตของกระทรวงการคลังในพ.ศ. 2519โรงเรียนสร้างอาคารเรียน สนามกีฬาบ้านพักครูนักการภารโรงและใช้ที่ดินแปลงที่ 2 เป็นศูนย์การเรียนการสอนวิชาเกษตรกรรมของโรงเรียน.ต่อมาได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน 1 และอาคารอเนกประสงค์ 6 ชั้นโรงเรียนวรานารีเฉลิมได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีเด่นรับรางวัลพระราชทานในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ที่มีการบริหารดีเด่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีเป็นผู้พระราชทานรางวัลในปีพ.ศ. 2523 และปีพ.ศ. ๒๕๓๗ ในปีพ.ศ. 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาทรงรับเป็นองค์อุปภัมถ์ของโรงเรียนและโรงเรียนได้รับโล่รางวัลในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีการส่งเสริมวินัยดีเด่นของจังหวัดสงขลาในปีพ.ศ. 2542 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่นระดับเขตการศึกษา 3 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาทรงพระราชกรุณาฯ รับโรงเรียนวรนารีเฉลิมไว้ในพระอุปถัมภ์ยังความชื่นชมยินดีให้แก่ชาววรนารีเฉลิมหาที่เปรียบมิได้สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของชาววรนารีเฉลิมเป็นอย่างยิ่งคณาจารย์วรนารีเฉลิมทุกคนได้ตั้งปณิธานที่จะดำเนินให้ทุกอย่างดีที่สุดทั้งในด้านการเรียนการสอนการอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนการให้บริการแก่ชุมชนเพื่อรักษาเกียรติยศอันสูงสุดไว้คงอยู่คู่กับชื่อพระราชทาน "วรนารีเฉลิม" ตลอดไปคำกราบบังคมทูลนั้น ๆ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพลลพบุรีราเมศร์ "ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานนามกราบบังคมทูลในนามกรมการมณฑลและจังหวัดว่าบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายชื่นชมยินดีที่ใต้ฝ่าพระบาทเสด็จมาเยี่ยมจังหวัดสงขลาและพระราชทานโอกาสให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเชิญเสด็จเปิดโรงเรียนที่เป็นที่ศึกษาของกุลสตรีในแขวงนี้โรงเรียนสตรีในจังหวัดสงขลานี้ได้เคยมีมาแล้วหลายครั้งหลายคราเมื่อครั้นเจ้าพระยาราชดำรงตำแหน่งสมุหเทศภิบาลท่านเริ่มจัดขึ้นด้วยความสามารถแล้วผู้ซึ่งสืบต่อๆมาก็ได้กระทำต่อการที่ได้กระทำไปแล้วนี้ด้วยเจตนาหากกุศลดีในที่ซึ่งกุลสตรีจะได้รับการเล่าเรีนแต่บังเอิญมีเหตุจำเป็นที่จะให้โรงเรียนนี้ไม่จำเริญเสมอโรงเรียนอื่นบางโรงเรียนได้เพราะเหตุใดเพราะเหตุว่าชาวสงขลาเป็นชาวนอกมิได้รู้ประโยชน์แห่งการศึกษาอย่างชาวกรุงเทพฯ ยังมีผู้พยายามตั้งขึ้นอีกด้วยทุนทรัพย์ของตนดีบ้างเลวบ้างโดยสำนึกของตนว่าจะสอนเด็กผู้หญิงให้รู้หนังสือเท่านั้นมิได้คิดการอื่นของผู้หญิงครั้นต่อมาถึงพ.ศ. 2455 รัฐบาลได้ให้เงินเดือนครูเพื่อช่วยเหลือแต่ครูอยู่บ้างไม่อยู่บ้างโรงเรียนกลายเป็นล้มลุกอีกแล้วต่อมาก็ได้มีผู้พยายามบำรุงไว้การเป็นไปเพียงเท่านั้นก็เมื่อเป็นดังนั้นการสำเร็จแห่งประโยชน์ของการศึกษาของผู้หญิงจะเป็นไปได้อย่างไรเพราะยังอาศัยบุคคลต่อบุคคลสถานที่ไม่มีความแน่นอนความแน่นอนนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงจึงได้ออกเงินเรี่ยไรสร้างโรงเรียนขึ้นไว้ในที่ซึ่งเป็นสมบัติของโรงเรียนด้วยทุนทรัพย์ของผู้ที่ออกเงินกับทั้งด้วยบำรุงของรัฐบาลช่วยด้วยเพื่อให้นักเรียนหญิงได้เรียนการงานของตนนอกเหนือจากเพียงรู้หนังสือเท่านั้นตลอดจนการระงับทุกข์ด้วยความพยายามช่วยเหลือแพทย์เป็นที่สุดให้แก่ผู้รับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่หัวแห่งประเทศข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลจำนวนนักเรียนโดยย่อเพื่อแสดงว่าการศึกษาของผู้หญิงในท้องถิ่นนี้ได้จำเริญขึ้นเพียงใดในพ.ศ. 2459 นักเรียนมีเพียง 30 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 18 คนเป็นคนพื้นเมือง 12 คนต่อมาถึงพ.ศ. 2464 มีจำนวนนักเรียน 114 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 28 คนเป็นบุตรีคนพื้นเมือง 86 คนใต้ฝ่าละอองพระบาททรงคงทราบว่าข้าราชการเป็นครมาจากกรุงเทพฯ โดยมากได้รับคำชี้แจงในเรื่องเรียนหนังสือและการอื่นๆ จัดคนพื้นเมืองยังไม่ได้รับเมื่อหักจำนวน 12 คน กับ86 คนแล้วคงจะเห็นได้ว่าความจำเริญของการศึกษาคนพื้นเมืองเป็นอย่างไรหัวใจจริงของการศึกษาทั้งปวงทั้งหญิงชายก็จะได้ความจำเริญแก่บุคคลในท้องที่เป็นใหญ่การก่อสร้างโรงเรียนก็เพื่อจะให้เป็นโรงเรียนตัวอย่างอย่างเช่นโรงเรียนผู้ชายที่เป็นไปแล้วการที่ซึ่งได้ทำที่นี้ได้สำเร็จก็เพราะความอุตสาหะของผู้ว่าราชการจังหวัดแล่ะศึกษาธิการเป็นต้นและผู้บริจาคทรัพย์ได้สร้างเรือนหลังนี้เป็นประเดิมไว้ก่อนจะให้เป็นหลักฐานต่อไปมิให้ล้มลุกเหมือนแต่ก่อนเพราะฉะนั้นณบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอพระราชทานให้ใต้ฝ่าละออกธุลีพระบาทพระราชทานนามแก่โรงเรียนเพื่อเป็นมงคลและระลึกถึงพระองค์ใต้ฝ่าละอองพระบาทและขอพระราชทานทรงเป็นประธานในการฉลองโรงเรียนนี้ขอพระราชทานพรให
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ สมุหเทศาภิบาล (เจ้าพระยายมราชปั้นสุขุม) 1 มิถุนายน 2448 ในปี พ.ศ. 2464 กรมขุนลพบุรีราเมศร์ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี ตราประจำพระองค์ "กรอบวงพักตร์" เป็นตราประจำโรงเรียนและทรงปลูกต้นพิกุลเป็นที่ระลึกต่อมาปี พ.ศ. 2482 พลเรือตรีหลวงสินธุสงครามชัยรัฐมนตรีว่าการกระ และสถานที่เดิมคับแคบควรหาสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนใหม่ ขุนศิลปกรรมพิเศษขุนศิลปกรรมพิเศษ (แปลกศิลปกรรมพิเศษ) เป็นกรรมาธิการจังหวัดเลือกที่ถนนปละท่าสร้างอาคารเรียนตึก 2 ชั้นในสมัย​​ม. ล. ประชุมพรไกรฤกษ์เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนได้พัฒนามาตามลำดับจนถึง พ.ศ. 2511 นางอาภรณ์สาครินทร์เป็นอาจารย์ใหญ่น. ส. รัตน์ประธานราษฎร์นิกรได้บริจาคเงิน 300,000 บาท 2512, 2514 มาสร้างเต็มรูปคืออาคาร 3 (อาคารรัตน์ประธานราษฎร์นิกร) และในปี 2514 ได้รับมอบที่ดินแปลงที่ 2 โดยอนุญาตของกระทรวงการคลังใน พ.ศ. 2519 โรงเรียนสร้างอาคารเรียนสนามกีฬาบ้านพักครูนักการภารโรงและใช้ที่ดินแปลงที่ 2 ต่อมาได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน 1 และอาคารอเนกประสงค์ 6 ชั้นโรงเรียนวรานารีเฉลิม โดยทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เป็นผู้พระราชทานรางวัลในปี พ.ศ. 2523 และปี พ.ศ. 2537 ในปี พ.ศ. 2529 รางวัลในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษา ในปี พ.ศ. 2542 3 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2529 ทรงพระราชกรุณาฯ หาที่เปรียบมิได้ ทั้งในด้านการเรียนการสอนการอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนการให้บริการแก่ชุมชน ตลอดไปคำกราบบังคมทูลของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพลลพบุรีราเมศร์ ในนามกรมการมณฑลและจังหวัดว่าบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๆ มาก็ได้กระทำต่อการ อย่างชาวกรุงเทพฯ มิได้คิดการอื่นของผู้หญิงครั้นต่อมาถึง พ.ศ. 2455 ไม่อยู่บ้างโรงเรียนกลายเป็นล้มลุกอีกแล้วต่อมาก็ได้มีผู้พยายามบำรุงไว้การเป็นไปเพียงเท่านั้นก็เมื่อเป็นดังนั้นความ นอกเหนือจาก ให้แก่ผู้รับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่หัวแห่งประเทศ โดยย่อเพื่อแสดงว่าการศึกษาของ ใน พ.ศ. 2459 นักเรียนมีเพียง 30 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 18 คนเป็นคนพื้นเมือง 12 คนต่อมาถึง พ.ศ. 2464 มีจำนวนนักเรียน 114 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 28 คนเป็นบุตรีคนพื้นเมือง 86 คนใต้ฝ่าละอองพระบาททรงคงทราบว่าข้าราชการเป็นครมาจากกรุงเทพฯ ๆ แน่คนพื้นเมืองยังไม่ได้รับเมื่อหักจำนวน 12 คนกับ 86 คนแล้วคงจะเห็นได้ว่า ของผู้ว่าราชการจังหวัดและศึกษาธิการเป็นต้น ล้มลุกเหมือน แต่ก่อนเพราะฉะนั้น ณ ในการฉลองโรงเรียนนี้ขอพระราชทานพรให
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
เดิมโรงเรียนตั้งอยู่ที่ถนนนครในมีพระยาสุขุมนัยวินิตสมัยดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล ( เจ้าพระยายมราชปั้นสุขุม ) เป็นผู้จัดตั้งและเปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2448 สามารถพ . ศ .2464 พระยาสุริยานุวงศ์ประวัติพระยาวิฑูรดรุณกรได้จัดการสร้างอาคารเรียนในที่ดินวัดแจ้งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวในปีนั้นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพรกรมขุนลพบุรีราเมศร์ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวีพระมาตุจฉาเจ้าทรงเปิดโรงเรียนและขอพระราชทานนามโรงเรียนว่า " วรนารีเฉลิม " พร้อมพระราชทานตราประจำพระองค์ " กรอบวงพักตร์ " เป็นตราประจำโรงเรียนต่อมาปีพ .ศ .2482 พลเรือตรีหลวงสินธุสงครามชัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาได้มาตรวจราชการจังหวัดสงขลาเห็นความเจริญก้าวหน้าและสถานที่เดิมคับแคบควรหาสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนใหม่ขุนศิลปกรรมพิเศษขุนศิลปกรรมพิเศษ ( แปลกศิลปกรรมพิเศษ ) เป็นกรรมาธิการจังหวัดเลือกที่ถนนปละท่าสร้างอาคารเรียนตึก 2 ชั้นในสมัยแอง .รูป . ประชุมพรไกรฤกษ์เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนได้พัฒนามาตามลำดับจนถึงพ . ศ . 2511 นางอาภรณ์สาครินทร์เป็นอาจารย์ใหญ่ Rear ส . รัตน์ประธานราษฎร์นิกรได้บริจาคเงิน 300 ,000 บาทเป็นทุนก่อสร้างอาคารเรียนและโรงเรียนได้ของบประมาณปี 2512 ถึง 2514 , มาสร้างเต็มรูปคืออาคาร 3 ( อาคารรัตน์ประธานราษฎร์นิกร ) และสามารถโฆษณาได้รับมอบที่ดินแปลงที่ 2 โดยอนุญาตของกระทรวงการคลัง the พ . ศ .พ.ศ. 2519 โรงเรียนสร้างอาคารเรียนสนามกีฬาบ้านพักครูนักการภารโรงและใช้ที่ดินแปลงที่ 2 เป็นศูนย์การเรียนการสอนวิชาเกษตรกรรมของโรงเรียนต่อมาได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน 1 และอาคารอเนกประสงค์ 6 ชั้นได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีเด่นรับรางวัลพระราชทานในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ที่มีการบริหารดีเด่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นผู้พระราชทานรางวัลสามารถพ .ศ . 2523 และปีพ . ศ . 2537 สามารถพ . ศ .2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาทรงรับเป็นองค์อุปภัมถ์ของโรงเรียนและโรงเรียนได้รับโล่รางวัลในฐานะโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีการส่งเสริมวินัยดีเด่นของจังหวัดสงขลาสามารถพ . ศ .2542 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาคุณภาพดีเด่นระดับเขตการศึกษา 3 16 ในวันที่ธันวาคม 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาทรงพระราชกรุณาฯรับโรงเรียนวรนารีเฉลิมไว้ในพระอุปถัมภ์หาที่เปรียบมิได้สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของชาววรนารีเฉลิมเป็นอย่างยิ่งคณาจารย์วรนารีเฉลิมทุกคนได้ตั้งปณิธานที่จะดำเนินให้ทุกอย่างดีที่สุดทั้งในด้านการเรียนการสอนการอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนเพื่อรักษาเกียรติยศอันสูงสุดไว้คงอยู่คู่กับชื่อพระราชทาน " วรนารีเฉลิม " ตลอดไปคำกราบบังคมทูลของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพลลพบุรีราเมศร์ " ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานนามกราบบังคมทูลบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายชื่นชมยินดีที่ใต้ฝ่าพระบาทเสด็จมาเยี่ยมจังหวัดสงขลาและพระราชทานโอกาสให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเชิญเสด็จเปิดเมื่อครั้นเจ้าพระยาราชดำรงตำแหน่งสมุหเทศภิบาลท่านเริ่มจัดขึ้นด้วยความสามารถแล้วผู้ซึ่งสืบต่อๆมาก็ได้กระทำต่อการที่ได้กระทำไปแล้วนี้ด้วยเจตนาหากกุศลดีเพราะเหตุใดเพราะเหตุว่าชาวสงขลาเป็นชาวนอกมิได้รู้ประโยชน์แห่งการศึกษาอย่างชาวกรุงเทพฯยังมีผู้พยายามตั้งขึ้นอีกด้วยทุนทรัพย์ของตนดีบ้างเลวบ้างโดยสำนึกของตนว่าจะสอนเด็กผู้หญิงให้รู้หนังสือเท่านั้นครั้นต่อมาถึงพ .ศ .2455 รัฐบาลได้ให้เงินเดือนครูเพื่อช่วยเหลือแต่ครูอยู่บ้างไม่อยู่บ้างโรงเรียนกลายเป็นล้มลุกอีกแล้วต่อมาก็ได้มีผู้พยายามบำรุงไว้การเป็นไปเพียงเท่านั้นก็เมื่อเป็นดังนั้นความเพราะยังอาศัยบุคคลต่อบุคคลสถานที่ไม่มีความแน่นอนความแน่นอนนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงจึงได้ออกเงินเรี่ยไรสร้างโรงเรียนนอกเหนือจากเพียงรู้หนังสือเท่านั้นตลอดจนการระงับทุกข์ด้วยความพยายามช่วยเหลือแพทย์เป็นที่สุดให้แก่ผู้รับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่หัวแห่งประเทศข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลจำนวนนักเรียนผู้หญิงในท้องถิ่นนี้ได้จำเริญขึ้นเพียงใด the พ .ศ . พ.ศ. นักเรียนมีเพียง 30 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 18 คนเป็นคนพื้นเมือง 12 คนต่อมาถึงพ . ศ .2464 มีจำนวนนักเรียน 114 คนเป็นบุตรีข้าราชการ 28 คนเป็นบุตรีคนพื้นเมือง 86 คนใต้ฝ่าละอองพระบาททรงคงทราบว่าข้าราชการเป็นครมาจากกรุงเทพฯโดยมากได้รับคำชี้แจงในเรื่องเรียนหนังสือและการอื่นจะแน่คนพื้นเมืองเมื่อหักจำนวน 12 คนกับ 86 คนแล้วคงจะเห็นได้ว่าความจำเริญของการศึกษาคนพื้นเมืองเป็นอย่างไรหัวใจจริงของการศึกษาทั้งปวงทั้งหญิงชายก็จะได้ความจำเริญแก่บุคคลในท้องที่โรงเรียนตัวอย่างอย่างเช่นโรงเรียนผู้ชายที่เป็นไปแล้วการที่ซึ่งได้ทำที่นี้ได้สำเร็จก็เพราะความอุตสาหะของผู้ว่าราชการจังหวัดและศึกษาธิการเป็นต้นล้มลุกเหมือนแต่ก่อนเพราะฉะนั้นณบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอพระราชทานให้ใต้ฝ่าละออกธุลีพระบาทพระราชทานนามแก่โรงเรียนเพื่อเป็นมงคลและระลึกถึงพระองค์ใต้ฝ่าละอองพระบาทและขอพระราชทานทรงเป็นประธานโรงเรียนนี้ขอพระราชทานพรให
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: