๑.ก่อนวันขึ้นปีใหม่ ชาวบ้านจะปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาดทั่วบริเวณ และตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงามตามกำลังความสามารถในวันขึ้นปีใหม่
๒. การทำบุญตักบาตร ทำบุญให้ทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา หรือทำกุศลอื่นๆ
๓. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อขอศีลขอพรท่านให้เกิดความเป็นสวัสดิมงคลแก่ตนเองสืบไปและอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร(ส.ค.ส.) การที่จะอวยพรหรือกล่าวคำที่เป็นมงคลให้กับผู้อื่น
๔. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูงญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่าง ๆ
๕. เยี่ยมผู้ใหญ่คนชรา บำเพ็ญสาธารณกุศล ดูแลคนจนคนป่วยคนพิการ ช่วยคนถิ่นกันดารห่างไกล
๖. ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่อง ที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น ถึงแม้กาลเวลาจะหมุนเวียนไปพร้อม ๆ กับวัฒนธรรมที่ปรับเปลี่ยนตามไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่คงรูปไม่เปลี่ยนแปลง คือ ความเป็นตัวตน (อัตลักษณ์) ของแต่ละคน (เจ้าของวัฒนธรรม) การสร้างโอกาสวันขึ้นปีใหม่ให้เป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดูจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด นำสิ่งที่ไม่ดีในอดีตมาเป็นบทเรียน และสิ่งที่ดีงามเป็นอนาคตที่เราจะก้าวเดินต่อไป คนส่วนใหญ่มักจะดิ้นรนต่อสู้ชีวิต เพื่อให้ได้สิ่งที่พึงปรารถนาเมื่อได้สมความปรารถนาก็จะมีความสุข ความสุขที่เป็นพื้นฐานของชีวิต คือความพอใจในฐานะหน้าที่ ทุกคนต่างมีฐานะหน้าที่ต่าง ๆ กัน และจะให้เหมือนกันก็ไม่ได้ด้วย ชีวิตคนต้องการผลของการงาน และตำแหน่งหน้าที่เป็นประการแรก เพราะการงานและหน้าที่เป็นที่มาแห่งทรัพย์และเพื่อน การทำงาน การปฏิบัติหน้าที่ย่อมมีความเหน็ดเหนื่อย และมีความตรากตรำจากการต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ในท่ามกลางความร้อนหนาว และความเหน็ดเหนื่อย เพราะไม่มีงานหรือหน้าที่ใดได้มาโดยไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ตรากตรำ งานเบาหน้าที่น้อย ก็เหน็ดเหนื่อยน้อย งานหนักหน้าที่มาก ก็เหนื่อยมากตรากตรำมาก การอดทนต่อความลำบาก หมายถึง การมีขวัญดี แม้จะเป็นอะไรก็ไม่ตกใจหรือหวาดกลัวง่าย ๆ พร้อมเสมอที่จะต่อสู้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งอดทน ซึ่งจะนำไปสู่ความมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ ความอดทน อดกลั้น หรือความทนทานของใจ เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตเรา คือ ความเหนื่อยยากตรากตรำ ความลำบาก และความเศร้าใจ ก่อนที่จะบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายที่ปรารถนาของชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะพบเป็นประจำทุกวัน และเกือบทุกเวลาด้วย