โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาด การไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงวิกฤติ จำนวน 70 ราย ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพ ทำการหาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) ได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ เท่ากับ 0.82 และพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจง ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี ( =3.06) พฤติกรรมสุขภาพ โดยรวมอยู่ในระดับดี ( =2.31) การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง (rs =.32) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผลการวิจัย ควรมีการส่งเสริมให้ผู้ป่วยตระหนักต่อการรับรู้อุปสรรคของโรคความดันโลหิตสูงและการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะด้านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย และส่งเสริมให้ผู้ป่วยพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องในการควบคุมระดับความดันโลหิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน