ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน1. มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque)มัสยิดกลางข การแปล - ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน1. มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque)มัสยิดกลางข ไทย วิธีการพูด

ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน1. มัสยิดกลาง

ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน

1. มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque)

มัสยิดกลางของบาห์เรนเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 2527 แล้วเสร็จในปี 2531 ตั้งอยู่ตรงข้ามพระราชวัง Gudaibiya (ซึ่งรัฐบาลบาห์เรนใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและรับแขกทางการ) จุดเด่นของมัสยิดคือ โดมทำด้วยไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตร สูงจากพื้น 40 เมตร) ตัวอาคารมัสยิดและลานภายในมีรูปลักษณ์เรียบ ๆ ให้ความรู้สึกสงบ แต่สามารถ
จุผู้มาละหมาดได้มากถึงประมาณ 7,000 คน

ในระหว่างเยี่ยมชมอาคารด้านใน เจ้าหน้าที่มัสยิดจะบรรยายเกี่ยวกับหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม วิถีปฏิบัติทางศาสนาของชาวมุสลิม และองค์ประกอบตกแต่งมัสยิดกับหน้าที่ในพิธีศาสนา

หมายเหตุ โดยปกติทางมัสยิดจะจัดชุดคลุมสีดำ (อาบายา) ไว้ให้สุภาพสตรีสวมใส่ก่อนเข้าชมภายในมัสยิด

2. Beit Shaikh Isa และย่านวัฒนธรรม Muharraq

เป็นพระราชวังเก่าของ Sheikh Isa Bin Ali Al Khalifa อดีตเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และเป็นแหล่งศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของบาห์เรนในอดีต ปัจจุบันย่าน Muharraq ได้รับการฟื้นฟูเป็นบ้านเรือนและร้านค้าโดยยังคงลักษณะสถาปัตยกรรมอาหรับโบราณ เช่น ช่องลม ลวยลาดผนังปูน และประตูเหล็กดัด เป็นต้น

3. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน (Bahrain National Museum)

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน สร้างขึ้นเมื่อปี 2531 มีเนื้อที่กว่า 27,800 ตารางเมตร จัดแสดงวัตถุโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้ และหุ่นจำลองวิถีชีวิตและประเพณีของชาวเกาะบาห์เรนตั้งแต่ เมื่อครั้งเป็นที่รู้จักของชาวเมโสโปเตเมียและกรีกในนาม “ดิลมุน และ “ไทลอส” (4,000 ปีก่อนคริสตกาล) เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างเนินบรรจุศพ (burial mound) โบราณสมัยอารยธรรมดิลมุน (ซึ่งทางการบาห์เรนอยู่ระหว่างการเสนอต่อ UNESCO ให้พิจารณาเนินศพเหล่านี้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม)

4. พิพิธภัณฑ์อัลกุรอ่าน บาห์เรน (Beit Al Quran)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอ่านในภาษาอารบิกและภาษาต่าง ๆ กว่า 20,000 ฉบับ โดยคัมภีร์หลายฉบับเป็นของโบราณที่ได้มาจากซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย และอิรัก

พิพิธภัณฑ์จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 โดย ดร. Abdul Latif Jassim Kanoo เป็นผู้บริจาคคัมภีร์อัลกุรอ่านหลากรูปแบบจำนวนมาก ชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ส่วนหนึ่งจัดเป็นมัสยิดซึ่งตกแต่งสวยงามและใช้สำหรับศาสนพิธีในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงศิลปกรรมอิสลามต่างๆ ด้วย

5. ป้อมปราการบาห์เรน (Bahrain Fort) และพิพิธภัณฑ์

เป็นโบราณสถานแห่งสำคัญของบาห์เรน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอารยธรรมดิลมัน (Dilmun) เมื่อประมาณ 3000 ปีที่แล้ว และได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับอารยธรรมต่าง ๆ อาทิ แคสไซต์ เปอร์เชียและโปรตุเกส ฯลฯที่เข้ามาอาศัยในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งร้างในช่วง ค.ศ. 1800 และถูกทรายจากทะเลทับถมกลบป้อมปราการ และถูกขุดค้นพบโดยกลุม่นักโบราณสถานชาวเดนมาร์กในปี ค.ศ. 1954 การศึกษาด้านโบราณสถานพบร่องรอยโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมต่าง ๆ อยู่ถึง 7 อารยธรรม

6. ศูนย์วัฒนธรรมอีซา

ก่อตั้งขึ้นโดยความคิดริเริ่มของเช็ค อีซา บิน มูฮัมหมัด บิน อับดุลเลาะห์ อัลคอลีฟะห์ ซึ่งเป็นประธานสมาคมอัลอิสลาห์ โดยในปี ค.ศ.1995 สมาคมฯ ได้ทูลเกล้าฯ ขออนุญาตจากอามีร์ (เจ้าผู้ครองรัฐ) เช็ค อีซา บิน ซัลมาน อัลคอลีฟะห์ ในการก่อตั้งศูนย์ฯ นี้ขึ้น และขออนุญาตใช้พระนามของอามีร์ในการตั้งชื่อของศูนย์ฯ นี้

ศูนย์ฯ นี้ออกแบบโดย ดร.อุมัร อัลฟารุก สถาปนิกชาวอียิปต์ ผู้มากด้วยประสบการณ์ในด้านสถาปัตยกรรมอิสลาม ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือห้องสัมมนาและห้องสมุดแห่งชาติ

7. ฟาร์มอูฐ จานาบิยา

ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์อูฐในบาห์เรน ปัจจุบันมีอูฐประมาณ 450 ตัว

8. Bab al Bahrain และ ตลาดมานามา (Manama Souk)

“ประตูสู่บาห์เรน” ออกแบบโดย Sir Charles Belgrave ที่ปรึกษาเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่ตลาดมานามาซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญและแหล่งจับจ่ายของท้องถิ่น “ประตูสู่บาห์เรน” สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1945 และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1986 เพื่อปรับเปลี่ยนให้มีรูปร่างเป็นสถาปัตยกรรมอิสลามมากขึ้น

9. Tree of Life

เป็นต้นไม้ตระกูลกระถิน (Propopis Cineraria) ที่สามารถทนสภาพอากาศที่แห้งแล้งในทะเลทรายทางตอนใต้ของบาห์เรน โดยรากของต้นไม้ดังกล่าวหยั่งลึกลงไปถึงชั้นน้ำใต้ดินในทะเลทรายจึงทำให้มีชีวิตอยู่ได้มากว่า 400 ปี

10. พิพิธภัณฑ์น้ำมัน

สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1992 เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของการขุดค้นพบน้ำมันในบาห์เรน (และภูมิภาคตะวันออกกลาง) เป็นครั้งแรก มีการจัดแสดงรูปถ่ายและอุปกรณ์การขุดเจาะน้ำมันในอดีต ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำมันบ่อแรกที่ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1932

11. สนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Bahrain International Circuit)

สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2002 และกลายเป็นสนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) แห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่งได้กลายเป็นงานสำคัญประจำปีของบาห์เรนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าหนึ่งแสนคนจากทุกมุมโลก

สถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

1. เมืองอุตสาหกรรม Salman Industrial City

ประวัติ เริ่มสร้างเมื่อปี 2551 ประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ สี่ส่วนได้แก่ (1) ท่าเรือแห่งใหม่ของบาห์เรน (Shaikh Khalifa bin Salman Port) ที่มีขนาด 1.1 ล้าน TEU (2) Bahrain Logistics Zone
(3) นิคมอุตสาหกรรม Bahrain International Investment Park (สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) (4) นิคมอุตสาหกรรม Bahrain Investment Wharf (สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)

มีทำเลใกล้สนามบินนานาชาติบาห์เรน (ประมาณ 10 กิโลเมตร) และถนนทางหลวงเชื่อมตรงไปยังชายแดนซาอุดีอาระเบีย (ประมาณ 40 กิโลเมตร)

จุดเด่น เป็นทางผ่านของสินค้าไปยังภูมิภาคอ่าวอาหรับตอนบน เช่น ซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก และตะวันออกกลางตอนใน เช่น อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย ฯลฯ มีระบบท่าเรือและระบบศุลกากรที่มีประสิทธิภาพสูง กอรปกับระบบเศรษฐกิจที่เสรี ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนทำธุรกิจ เช่น ชาวต่างชาติสามารถถือครองหุ้นส่วน 100 % ไม่มีการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลหรือภาษีรายได้ส่วนบุคคล

2. โรงงานอลูมิเนียม ALBA

ภูมิหลัง สร้างขึ้นเมื่อปี 2511 เพื่อเป็นการสร้างความหลากหลาย (diversification) ให้กับเศรษฐกิจบาห์เรน เพื่อไม่จำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยรัฐบาลบาห์เรนถือหุ้น 70% ผ่านกองทุน Mumtalakat ปัจจุบันเป็นโรงงานอลูมิเนียมที่
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน1. มัสยิดกลาง (มัสยิดอัลฟาเตห์แกรนด์)มัสยิดกลางของบาห์เรนเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 2527 แล้วเสร็จในปียอมโดยสมัครตั้งอยู่ตรงข้ามพระราชวัง Gudaibiya (ซึ่งรัฐบาลบาห์เรนใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและรับแขกทางการ) จุดเด่นของมัสยิดคือโดมทำด้วยไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตรสูงจากพื้น 40 เมตร) ตัวอาคารมัสยิดและลานภายในมีรูปลักษณ์เรียบๆ ให้ความรู้สึกสงบแต่สามารถจุผู้มาละหมาดได้มากถึงประมาณ 7000 คนในระหว่างเยี่ยมชมอาคารด้านใน เจ้าหน้าที่มัสยิดจะบรรยายเกี่ยวกับหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม วิถีปฏิบัติทางศาสนาของชาวมุสลิม และองค์ประกอบตกแต่งมัสยิดกับหน้าที่ในพิธีศาสนาหมายเหตุ โดยปกติทางมัสยิดจะจัดชุดคลุมสีดำ (อาบายา) ไว้ให้สุภาพสตรีสวมใส่ก่อนเข้าชมภายในมัสยิด2. Beit Shaikh Isa และย่านวัฒนธรรม Muharraqอีนี่เป็นพระราชวังเก่าของช่องเก็บ Ali Al Khalifa อดีตเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และเป็นแหล่งศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของบาห์เรนในอดีตปัจจุบันย่าน Muharraq ได้รับการฟื้นฟูเป็นบ้านเรือนและร้านค้าโดยยังคงลักษณะสถาปัตยกรรมอาหรับโบราณเช่นช่องลมลวยลาดผนังปูนและประตูเหล็กดัดเป็นต้น3. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบาห์เรน)พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน สร้างขึ้นเมื่อปี 2531 มีเนื้อที่กว่า 27,800 ตารางเมตร จัดแสดงวัตถุโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้ และหุ่นจำลองวิถีชีวิตและประเพณีของชาวเกาะบาห์เรนตั้งแต่ เมื่อครั้งเป็นที่รู้จักของชาวเมโสโปเตเมียและกรีกในนาม “ดิลมุน และ “ไทลอส” (4,000 ปีก่อนคริสตกาล) เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างเนินบรรจุศพ (burial mound) โบราณสมัยอารยธรรมดิลมุน (ซึ่งทางการบาห์เรนอยู่ระหว่างการเสนอต่อ UNESCO ให้พิจารณาเนินศพเหล่านี้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม)4. พิพิธภัณฑ์อัลกุรอ่าน บาห์เรน (Beit Al Quran)เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอ่านในภาษาอารบิกและภาษาต่าง ๆ กว่า 20,000 ฉบับ โดยคัมภีร์หลายฉบับเป็นของโบราณที่ได้มาจากซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย และอิรักพิพิธภัณฑ์จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 โดย ดร. Abdul Latif Jassim Kanoo เป็นผู้บริจาคคัมภีร์อัลกุรอ่านหลากรูปแบบจำนวนมาก ชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ส่วนหนึ่งจัดเป็นมัสยิดซึ่งตกแต่งสวยงามและใช้สำหรับศาสนพิธีในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงศิลปกรรมอิสลามต่างๆ ด้วย5. ป้อมปราการบาห์เรน (Bahrain Fort) และพิพิธภัณฑ์เป็นโบราณสถานแห่งสำคัญของบาห์เรน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอารยธรรมดิลมัน (Dilmun) เมื่อประมาณ 3000 ปีที่แล้ว และได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับอารยธรรมต่าง ๆ อาทิ แคสไซต์ เปอร์เชียและโปรตุเกส ฯลฯที่เข้ามาอาศัยในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งร้างในช่วง ค.ศ. 1800 และถูกทรายจากทะเลทับถมกลบป้อมปราการ และถูกขุดค้นพบโดยกลุม่นักโบราณสถานชาวเดนมาร์กในปี ค.ศ. 1954 การศึกษาด้านโบราณสถานพบร่องรอยโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมต่าง ๆ อยู่ถึง 7 อารยธรรม6. ศูนย์วัฒนธรรมอีซาก่อตั้งขึ้นโดยความคิดริเริ่มของเช็ค อีซา บิน มูฮัมหมัด บิน อับดุลเลาะห์ อัลคอลีฟะห์ ซึ่งเป็นประธานสมาคมอัลอิสลาห์ โดยในปี ค.ศ.1995 สมาคมฯ ได้ทูลเกล้าฯ ขออนุญาตจากอามีร์ (เจ้าผู้ครองรัฐ) เช็ค อีซา บิน ซัลมาน อัลคอลีฟะห์ ในการก่อตั้งศูนย์ฯ นี้ขึ้น และขออนุญาตใช้พระนามของอามีร์ในการตั้งชื่อของศูนย์ฯ นี้
ศูนย์ฯ นี้ออกแบบโดย ดร.อุมัร อัลฟารุก สถาปนิกชาวอียิปต์ ผู้มากด้วยประสบการณ์ในด้านสถาปัตยกรรมอิสลาม ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือห้องสัมมนาและห้องสมุดแห่งชาติ

7. ฟาร์มอูฐ จานาบิยา

ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์อูฐในบาห์เรน ปัจจุบันมีอูฐประมาณ 450 ตัว

8. Bab al Bahrain และ ตลาดมานามา (Manama Souk)

“ประตูสู่บาห์เรน” ออกแบบโดย Sir Charles Belgrave ที่ปรึกษาเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่ตลาดมานามาซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญและแหล่งจับจ่ายของท้องถิ่น “ประตูสู่บาห์เรน” สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1945 และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1986 เพื่อปรับเปลี่ยนให้มีรูปร่างเป็นสถาปัตยกรรมอิสลามมากขึ้น

9. Tree of Life

เป็นต้นไม้ตระกูลกระถิน (Propopis Cineraria) ที่สามารถทนสภาพอากาศที่แห้งแล้งในทะเลทรายทางตอนใต้ของบาห์เรน โดยรากของต้นไม้ดังกล่าวหยั่งลึกลงไปถึงชั้นน้ำใต้ดินในทะเลทรายจึงทำให้มีชีวิตอยู่ได้มากว่า 400 ปี

10. พิพิธภัณฑ์น้ำมัน

สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1992 เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของการขุดค้นพบน้ำมันในบาห์เรน (และภูมิภาคตะวันออกกลาง) เป็นครั้งแรก มีการจัดแสดงรูปถ่ายและอุปกรณ์การขุดเจาะน้ำมันในอดีต ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำมันบ่อแรกที่ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1932

11. สนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Bahrain International Circuit)

สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2002 และกลายเป็นสนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) แห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่งได้กลายเป็นงานสำคัญประจำปีของบาห์เรนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าหนึ่งแสนคนจากทุกมุมโลก

สถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

1. เมืองอุตสาหกรรม Salman Industrial City

ประวัติ เริ่มสร้างเมื่อปี 2551 ประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ สี่ส่วนได้แก่ (1) ท่าเรือแห่งใหม่ของบาห์เรน (Shaikh Khalifa bin Salman Port) ที่มีขนาด 1.1 ล้าน TEU (2) Bahrain Logistics Zone
(3) นิคมอุตสาหกรรม Bahrain International Investment Park (สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) (4) นิคมอุตสาหกรรม Bahrain Investment Wharf (สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)

มีทำเลใกล้สนามบินนานาชาติบาห์เรน (ประมาณ 10 กิโลเมตร) และถนนทางหลวงเชื่อมตรงไปยังชายแดนซาอุดีอาระเบีย (ประมาณ 40 กิโลเมตร)

จุดเด่น เป็นทางผ่านของสินค้าไปยังภูมิภาคอ่าวอาหรับตอนบน เช่น ซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก และตะวันออกกลางตอนใน เช่น อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย ฯลฯ มีระบบท่าเรือและระบบศุลกากรที่มีประสิทธิภาพสูง กอรปกับระบบเศรษฐกิจที่เสรี ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนทำธุรกิจ เช่น ชาวต่างชาติสามารถถือครองหุ้นส่วน 100 % ไม่มีการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลหรือภาษีรายได้ส่วนบุคคล

2. โรงงานอลูมิเนียม ALBA

ภูมิหลัง สร้างขึ้นเมื่อปี 2511 เพื่อเป็นการสร้างความหลากหลาย (diversification) ให้กับเศรษฐกิจบาห์เรน เพื่อไม่จำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยรัฐบาลบาห์เรนถือหุ้น 70% ผ่านกองทุน Mumtalakat ปัจจุบันเป็นโรงงานอลูมิเนียมที่
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ข้อมูลสถานที่ในบาห์เรน1 มัสยิดกลาง (Al Fateh แกรนด์ 2527 แล้วเสร็จในปี 2531 ตั้งอยู่ตรงข้ามพระราชวัง Gudaibiya จุดเด่นของมัสยิดคือ (เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตรสูงจากพื้น 40 เมตร) ๆ ให้ความรู้สึกสงบ 7,000 คนในระหว่างเยี่ยมชมอาคารด้านใน วิถีปฏิบัติทางศาสนาของชาวมุสลิม โดยปกติทางมัสยิดจะจัดชุดคลุมสีดำ (อาบายา) เชคเลนซาอิและย่านวัฒนธรรม Muharraq เป็นพระราชวังเก่าของชีคอิบินคาลิฟาอัลอาลีอดีตเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันย่าน Muharraq เช่นช่องลมลวยลาดผนังปูนและประตูเหล็กดัดเป็นต้น3. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรน (พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาห์เรน) พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบาห์เรนสร้างขึ้นเมื่อปี 2531 มีเนื้อที่กว่า 27,800 ตารางเมตรจัดแสดงวัตถุโบราณเครื่องมือเครื่องใช้ "ดิลมุนและ" ไทลอส "(4000 ปีก่อนคริสตกาล) เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนอกจากนี้ (ศพกองพะเนิน) โบราณสมัยอารยธรรมดิลมุน ยูเนสโก พิพิธภัณฑ์อัลกุรอ่านบาห์เรน (อัลเลนซา ๆ กว่า 20,000 ฉบับ ซีเรีย 2533 โดยดร. อับดุลฟรา Jassim Kanoo นอกจากนี้ ด้วย5. ป้อมปราการบาห์เรน (ป้อมบาห์เรน) (Dilmun) เมื่อประมาณ 3,000 ปีที่แล้ว ๆ อาทิแคสไซต์เปอร์เชียและโปรตุเกส ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งร้างในช่วง ค.ศ. 1800 ค.ศ. 1954 ๆ อยู่ถึง 7 อารยธรรม6 อีซาบินมูฮัมหมัดบินอับดุลเลาะห์อัลคอลีฟะห์ซึ่งเป็นประธานสมาคมอัลอิสลาห์โดยในปี ค.ศ. 1995 สมาคมฯ ได้ทูลเกล้าฯขออนุญาตจากอามีร์ (เจ้าผู้ครองรัฐ) เช็คอีซาบินซัลมานอัลคอลีฟะห์ในการก่อตั้งศูนย์ฯ นี้ขึ้น นี้ศูนย์ฯ นี้ออกแบบโดยดร. อุมัรอัลฟารุกสถาปนิกชาวอียิปต์ ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือห้องสัมมนาและห้องสมุดแห่งชาติ7. ฟาร์มอูฐ ปัจจุบันมีอูฐประมาณ 450 ตัว8. Bab Al บาห์เรนและตลาดมานามา (Manama Souk) "ประตูสู่บาห์เรน" ออกแบบโดยเซอร์ชาร์ลล็อด "ประตูสู่บาห์เรน" สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1945 และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1986 ต้นไม้แห่งชีวิตเป็นต้นไม้ตระกูลกระถิน (Propopis Cineraria) 400 ปี10. น้ำมันพิพิธภัณฑ์สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1992 เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการขุดค้นพบน้ำมันในบาห์เรน (และภูมิภาคตะวันออกกลาง) เป็นครั้งแรก ค.ศ. 1932 11. สนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Bahrain International Circuit) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2002 และกลายเป็นสนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) ค.ศ. 2004 เมืองอุตสาหกรรม Salman เมืองอุตสาหกรรมประวัติเริ่มสร้างเมื่อปี2551 ประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ สี่ส่วน ได้แก่ (1) ท่าเรือแห่งใหม่ของบาห์เรน (Shaikh Khalifa bin Salman พอร์ต) ที่มีขนาด 1.1 ล้าน TEU (2) บาห์เรนโลจิสติกโซน(3) นิคมอุตสาหกรรมบาห์เรน การลงทุนพาร์คอินเตอร์เนชั่นแนล (สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) (4) การลงทุนนิคมอุตสาหกรรมบาห์เรน Wharf (ประมาณ 10 กิโลเมตร) (ประมาณ 40 กิโลเมตร) จุดเด่น เช่นซาอุดีอาระเบียคูเวตอิรักและตะวันออกกลางตอนในเช่นอียิปต์จอร์แดนซีเรีย ฯลฯ กอรปกับระบบเศรษฐกิจที่เสรี เช่นชาวต่างชาติสามารถถือครองหุ้นส่วน 100% โรงงานอลูมิเนียม ALBA ภูมิหลังสร้างขึ้นเมื่อปี 2511 เพื่อเป็นการสร้างความหลากหลาย (การกระจายการลงทุน) ให้กับเศรษฐกิจบาห์เรน โดยรัฐบาลบาห์เรนถือหุ้น 70% ผ่านกองทุน Mumtalakat ปัจจุบันเป็นโรงงานอลูมิเนียมที่



































































การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: