1.ผลของไฟที่มีต่อพรรณไม้ โดยตรงนั้นได้แก่ ทำให้ต้นไม้เกิดแผลไฟไหม้ (fire scars) และทำให้ต้นไม้ตาย สำหรับผลในทางอ้อมได้แก่ทำให้การเจริญเติบโตของต้นไม้ลดลง และทำให้เกิดความเสียหายแก่รากไม้ ไฟจะทำความเสียหายแก่ต้นไม้ โดยไฟจะไหม้เปลือก ทำให้เปลือกหลุด นอกจากนี้ไฟจะเผาไหม้ใบ ราก และเนื้อเยื่อเจริญของลำต้นทำให้การเจริญเติบโตของต้นไม้ลดลง ถ้าต้นไม้ได้รับความเสียหายมาก เช่น ใบร่วงหมด ต้นไม้อาจตายได้ในที่สุด หากต้นไม้ไม่ตายในทันทีก็จะค่อย ๆ แห้งและแมลงเข้าทำลายที่รอยแผลไฟไหม้ได้
-ผลของไฟต่อพรรณพืชในป่าเต็งรัง
1. ป่าเต็งรังที่ถูกไฟไหม้ทุกปีจะกลายสภาพเป็นป่าโปร่ง ความหนาแน่นของต้นไม้น้อย
2. ต้นไม้ในป่าเต็งรังจะมีการเจริญเติบโตช้าลง
3. ขาดการสืบพันธุ์ทดแทนตามธรรมชาติ เพราะมีแต่ลูกไม้และพวกเครือเถาว์และหญ้า
4. ทำให้ดินบริเวณที่ถูกไฟไหม้ขาดความชุ่มชื้น
5. พื้นที่ป่าขาดพืชต่างๆ ปกคลุมดิน
6. ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
ดังนั้น ในการจัดการป่าเต็งรังเพื่อให้ได้ผลผลิตยั่งยืนตลอดไป ควรดำเนินการป้องกันไไฟอย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการเผาตามกำหนดอย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี
-ผลของไฟต่อพรรณพืชในป่าเบญจพรรณ
1. ทำให้ป่าเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดของพรรณไม้
2. ทำให้การเจริญเติบโตของต้นไม้ลดลง
3. มีไม้วัยรุ่นน้อย และลูกไม้ไม่มีโอกาสเจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่
4. ทำให้ป่าเสื่อโทรมยากแก่การจัดการ
เพื่อส่งเสริมให้ลูกไม้เจริญเติบโตและตั้งตัวได้ ควรดำเนินการป้องกันไฟอย่างน้อย 3 ปี ก่อนตัดฟันไม้ใหญ่ออกและควรป้องกันไฟในพื้นที่ที่แห้งแล้ง
-ผลของไฟต่อพรรณพืชในป่าสน
1. ส่งผลให้ในพื้นที่ที่แห้งแล้ง ต้นไม้เจริญเติบโตช้าลง
2. ไม้สนส่วนมากตายหลังจากไฟไหม้ เมื่อเกิดบาดแผลบนลำต้น เรือนยอดจากไฟที่มีความรุนแรง
3. ป่าสนที่ถูกไฟไหม้ทุกๆ ปี เป็นเวลา 5 ปี การเจริญเติบโตของไม้วัยรุ่นทางเส้นผ่าศูนย์กลางและทางความสูงลดลง 20 และ 25% ตามลำดับ
4. จำนวน ชนิดและความหนาแน่นของลูกไม้และไม้พื้นล่างอื่น ๆ ลดลง
-ผลของไฟต่อสวนป่า
สวนป่าต่างๆ มักปลูกในพื้นที่เสื่อมโทรม ก่อนปลกจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่ปลูก โดยทำการโค่นไม้ที่เหลืออยู่ในพื้นที่ลง และถางวัชพืช สวนป่าต่างๆ ทั้งหมดทั่วประเทศจะถูกไฟไหม้เฉลี่ย 11 % ของพื้นที่สวนป่าทั้งหมด ผลเสียหายจะเกิดกับสวนป่าอายุ 1 - 5 ปี และต้นไม้ในช่วงอายุดับกล่าว เมื่อถูกไฟไหม้จะตายประมาณ 20%