1. การใช้ ICT พัฒนาและบริหารกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ
วารสารวิทยบริการ ปีที่ 16 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2548 หน้า 48-61
ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข (ค.ด.เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา)
หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
prachyanun@hotmail.com http://www.prachyanun.com
ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข
นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบราชการ โดยปฏิรูประบบราชการเริ่มจากการปรับโครงสร้างหน่วยงานการบริหารระบบราชการ และมีมาตรการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการพัฒนาและบริหารกำลังคนนั่นคือ ข้าราชการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เป็นพลังผลักดันและขับเคลื่อน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT : Information and Communication Technology) เข้ามาใช้ในการพัฒนาและบริหารกำลังคน จึงต้องมีความเข้าใจถึงรากฐานตั้งแต่นโยบาย ICT ของประเทศ และนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
การใช้ ICT เพื่อพัฒนาบุคลากร , การใช้ ICT เพื่อการบริหารกำลังคน , การใช้ ICT เพื่อพัฒนาการบริการ , อุปสรรคการนำ ICT มาใช้ในการพัฒนาและบริหารกำลังคน ซึ่งแต่ละประเด็นล้วนมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน อันจะส่งผลไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบราชการโดยรวม
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รัฐบาลได้มีการกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญไว้ 5 กลุ่ม คือ
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ (e-Government)
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)
e-Government เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ G to G (Government to Government) หน่วยงานภาครัฐต่อภาครัฐ , G to B (Government to Business) หน่วยงานภาครัฐต่อภาคธุรกิจ และ G to C (Government to Citizen) หน่วยงานภาครัฐต่อภาคประชาชน โดยมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งชาติ PMOC (Prime Minister Operation
Center) , MOC (Ministerial Operation Center) , POC (Provincial Operation Center) , DOC (Department Operation Center)
เป้าหมายสูงสุดของรัฐก็คือ ต้องการให้ประชาชนทุกคนมี Smart Card ที่สามารถแสดงข้อมูลของประชาชนทุกคนในประเทศได้ (สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, 2546) เมื่อนำกลยุทธ์ทั้ง 5 นี้มาดำเนินการ โดยประสานสัมพันธ์และเชื่อมโยงการดำเนินการของแต่ละกลุ่มด้วยการวางแผนและการปฏิบัติที่รอบคอบ บนพื้นฐานของปัจจัยสำคัญอีกสามด้านที่จะเป็นสื่อนำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ คือ การสร้างทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุตสาหกรรมสารสนเทศ เชื่อว่าในสิบปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีการพัฒนาไปสู่เป้าหมายข้างต้นได้อย่างเหมาะสม ยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้
กำหนดยุทธศาสตร์หลักทั้ง 7 ด้าน ได้แก่
1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาอุตสาหกรรม ICT เพื่อให้เป็นผู้นำในภูมิภาค
2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 การใช้ ICT เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคม ไทย
3. ยุทธศาสตร์ที่ 3 การปฏิรูปและการสร้างศักยภาพเพื่อการวิจัยและพัฒนา ICT
4. ยุทธศาสตร์ที่ 4 การยกระดับศักยภาพพื้นฐานของสังคมไทยเพื่อการแข่งขันในอนาคต
5. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อมุ่งขยายตลาดต่างประเทศ
6. ยุทธศาสตร์ที่ 6 การส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมใช้ ICT
7. ยุทธศาสตร์ที่ 7 การนำ ICT มาใช้ประโยชน์ในการบริหารและการให้บริการของภาครัฐ
เป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ เป็นเป้าหมายที่ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐทั้งในการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ มี 2 เป้าหมายหลักคือ
1. ระบบบริหาร (Back Office) ประกอบด้วยงานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี และงานงบประมาณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภายในปี พ.ศ.2547
2. ระบบบริการ (Front office) ตามลักษณะงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ร้อยละ 70 ภายในปี พ.ศ.2548 และครบทุกขั้นตอนภายในปี พ.ศ.2553
บทสรุป
นโยบายของรัฐให้ความสำคัญในการนำ ICT เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการและการบริการ ในหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรทางด้านต่าง ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้ให้มากขึ้น การพัฒนาบุคลากร การบริหารจัดการและการบริการของรัฐสามารถนำเอา ICT เข้ามาใช้ได้ในทุกด้าน แม้จะยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่มากในหลาย ๆ ด้าน แต่ระบบราชการคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนำ ICT เข้ามาช่วยในงานทุกส่วน เพื่อความทันสมัย ความสะดวกและรวดเร็วในการพัฒนาระบบราชการจะเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ถ้าได้นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้โดยเฉพาะพัฒนาข้าราชการอันเป็นหัวใจของระบบราชการทั้งหมด
1 . ทำไมการใช้ไอซีทีพัฒนาและบริหารกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการรึเปล่า
วารสารวิทยบริการ 16 ปีที่ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2548 หน้า 48-61
ดร . ปรัชญนันท์ นิลสุข ( ค . ด . เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา )
หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
prachyanun @ hotmail . com http : / / www.prachyanun . com ปรัชญนันท์ นิลสุข
ดร . นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบราชการ โดยปฏิรูประบบราชการเริ่มจากการปรับโครงสร้างหน่วยงานการบริหารระบบราชการและมีมาตรการต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการพัฒนาและบริหารกำลังคนนั่นคือข้าราชการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เป็นพลังผลักดันและขับเคลื่อน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT :เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้ามาใช้ในการพัฒนาและบริหารกำลังคน จึงต้องมีความเข้าใจถึงรากฐานตั้งแต่นโยบายไอซีที ของประเทศ และนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
การใช้รึเปล่าเพื่อพัฒนาบุคลากร ไอซีที ,ทำไมการใช้ไอซีที เพื่อการบริหารกำลังคน รึเปล่าการใช้รึเปล่ารึเปล่าเพื่อพัฒนาการบริการ , ไอซีที ,ทำไมอุปสรรคการนำไอซีที มาใช้ในการพัฒนาและบริหารกำลังคน ซึ่งแต่ละประเด็นล้วนมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน อันจะส่งผลไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบราชการโดยรวม
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรัฐบาลได้มีการกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญไว้ 5 กลุ่มความ
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ ( e-Government )
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์ ( พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ )· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ( นดัสตรี )
· เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา ( ดูเคชั่น ) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม ( โซไซตี้ )
· อี กอฟเวิร์นเมนท์รึเปล่าเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ จีทูจีรึเปล่า ( ทำไมรัฐบาล รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐต่อภาครัฐรึเปล่า ) ,กรัม B ( รัฐบาลเพื่อธุรกิจ ) รึเปล่าหน่วยงานภาครัฐต่อภาคธุรกิจ และ G รึเปล่าที่จะ C รัฐบาล ( เพื่อประชาชน ) หน่วยงานภาครัฐต่อภาคประชาชน โดยมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งชาติ pmoc รึเปล่า ( ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี
) , ม็อครึเปล่า ( ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวง ) , POC ( ศูนย์ราชการ ) ไหม ,ทำไมคุณหมอ ( ศูนย์ปฏิบัติการกรม )
เป้าหมายสูงสุดของรัฐก็คือต้องการให้ประชาชนทุกคนมีบัตรสมาร์ท ที่สามารถแสดงข้อมูลของประชาชนทุกคนในประเทศได้ ( สืบวงศ์ลีสุรพงษ์ ,2546 ) เมื่อนำกลยุทธ์ทั้ง 5 นี้มาดำเนินการโดยประสานสัมพันธ์และเชื่อมโยงการดำเนินการของแต่ละกลุ่มด้วยการวางแผนและการปฏิบัติที่รอบคอบความการสร้างทรัพยากรมนุษย์การส่งเสริมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุตสาหกรรมสารสนเทศเชื่อว่าในสิบปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีการพัฒนาไปสู่เป้าหมายข้างต้นได้อย่างเหมาะสม ได้
กำหนดยุทธศาสตร์หลักทั้ง 7 รึเปล่าด้าน ได้แก่
1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 รึเปล่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อให้เป็นผู้นำในภูมิภาค
2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 รึเปล่า การใช้ไอซีทีเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมไทย
3ยุทธศาสตร์ที่ 3 การปฏิรูปและการสร้างศักยภาพเพื่อการวิจัยและพัฒนาไอซีที
4 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การยกระดับศักยภาพพื้นฐานของสังคมไทยเพื่อการแข่งขันในอนาคต
5ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อมุ่งขยายตลาดต่างประเทศ
6 ยุทธศาสตร์ที่ 6 การส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมใช้ไอซีที
7ยุทธศาสตร์ที่ มาใช้ประโยชน์ในการบริหารและการให้บริการของภาครัฐ
7 การนำไอซีที เป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ เป็นเป้าหมายที่ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐทั้งในการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี เป้าหมายหลักคือ
21 . ระบบบริหาร ( หลังร้าน ) รึเปล่าประกอบด้วยงานสารบรรณ งานพัสดุ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี และงานงบประมาณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรภายในปีพ . ศ . 2547
2 ระบบบริการ ( พนักงานต้อนรับส่วนหน้า ) รึเปล่า ตามลักษณะงานของหน่วยงานต่างจะให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ร้อยละ 70 ภายในปีพ . ศ . 2548 และครบทุกขั้นตอนภายในปีพ . ศ 2553
บทสรุป . นโยบายของรัฐให้ความสำคัญในการนำไอซีที เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการและการบริการ ในหน่วยงานต่างจะของรัฐ รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรทางด้านต่างจะโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้ให้มากขึ้น การบริหารจัดการและการบริการของรัฐสามารถนำเอาไอซีทีเข้ามาใช้ได้ในทุกด้าน แม้จะยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่มากในหลายจะด้าน แต่ระบบราชการคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนำ ICT รึเปล่าเข้ามาช่วยในงานทุกส่วน เพื่อความทันสมัยถ้าได้นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้โดยเฉพาะพัฒนาข้าราชการอันเป็นหัวใจของระบบราชการทั้งหมด
การแปล กรุณารอสักครู่..
