ทฤษฎีใหม่"
เกษตรธรรมชาติ
ความหมายของเกษตรธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาติ หมายถึง การทำการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด ตลอดจนไม่ใช้สิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ แต่เน้นการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีพลังในการ เพาะปลูกเหมือนกับดินในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติโดยมีการนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคสามารถให้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นระบบการเกษตรที่มีความยั่งยืน ถาวร เป็นอาชีพที่มีความมั่นคง
ดังนั้นถ้าจะให้ความหมายของคำว่า ผักเกษตรธรรมชาติ จึงเป็นผักที่ผลิตโดยวิธีเกษตรธรรมชาติไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีรวมทั้งไม่ใช้สิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ในกระบวนการผลิต จึงปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคมากที่สุด
แต่สำหรับผักปลอดสารพิษเป็นผักที่มีสารพิษหรือสารเคมีทางการเกษตรตกค้างอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ดังนั้นผักปลอดสารพิษอาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติหรือผักที่ปลูกโดยวิธีธรรมชาติ ซึ่งไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต กลุ่มที่สองเป็นผักที่ผลิตโดยวิธีทั่วไปมีการควบคุมการใช้สารเคมีซึ่งอาจมีการใช้สารเคมีในระยะแรกๆและงดการใช้เมื่อใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในผลผลิต หรือถ้ามีสารพิษตกค้างอยู่ก็ต้องไม่เกินระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ความสำคัญของเกษตรธรรมชาติ
เกษตรธรรมชาตินับว่าเป็นการทำการเกษตรที่มีความสำคัญมาก ดังนี้
1. ช่วยรักษาสภาพแวดล้อม เนื่องจากไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด จึงไม่มี
สารพิษตกค้างในสภาพแวดล้อม
2. ช่วยปรับปรุงและพัฒนาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเพาะปลูก จึงช่วยคุ้มครองพื้นที่
ในการทำการเกษตร
3. ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและความสมดุลของสภาพแวดล้อมอื่น ๆ
4. ทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่บริสุทธิ์ ทั้งปริมาณและมีคุณภาพดี
5. เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ โดยมีการใช้ทรัพยากรภายในแปลงเกษตรมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ลดการใช้ปัจจัยภายนอกจึงเป็นการลดต้นทุนการผลิต
6. เป็นการเกษตรที่คำนึงถึงผู้บริโภคและลูกหลานในอนาคต
7. เป็นการลดความเสี่ยงเนื่องจากเป็นการทำการเกษตรที่ให้ผลผลิตแบบผสมผสานและมีความยั่งยืน
8. ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกษตรกรปลอดภัยจากพิษภัยของสารเคมี สามารถประกอบอาชีพ
ที่ปลอดภัยมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เกษตรแบบผสมผสาน (Integrated Farming)
เป็นการจัดระบบของกิจกรรมการผลิตในไร่นา ได้แก่ พืช สัตว์ ประมง ให้มีการผสมผสานอย่างต่อเนื่องและเกื้อกูลในการผลิตซึ่งกันและกัน โดยการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่นา เช่น ดิน น้ำ แสงแดดอย่างเหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุด มีความสมดุลย์ ของภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเกิดผลในการเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ธรรมชาติด้วย
โดยเนื้อหาสาระของเกษตรแบบผสมผสานมี 4 ประการคือ
1.ประกอบด้วยกิจกรรมการผลิตตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป อาจเป็นการผสมผสาน ระหว่างพืชกับพืช สัตว์กับสัตว์ หรือสัตว์กับพืช
2.กิจกรรมการผลิตแต่ละชนิดจะต้องเกื้อกูลกันเป็นวงจรโดยพิจารณาจาก การหมุนเวียนการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับอาหาร อากาศและพลังงาน
3. ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
4.ใช้แรงงานคนเป็นหลักโดยเป็นแรงงานที่มีอยู่ภายในครอบครัวครอบครัวเกษตรกรต้องมีความใจเย็นและเข้าใจมีความอดทนมุมานะในการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีซึ่งต่างจากที่เคยทำในการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ทำเสร็จแล้วก็เสร็จเลย แต่การทำ เกษตรแบบผสมผสานต้องให้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ประเภทของระบบเกษตรแบบผสมผสาน มีดังนี้
1.แบบดั้งเดิมเป็นประเภทที่มีการผลิตเพื่อกินเพื่อใช้เป็นหลักในครัวเรือนหรือชุมชน เช่น การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เพียงเพื่อประโยชน์สำหรับใช้หรือบริโภคใน ครัวเรือนเท่านั้น
2.แบบกึ่งการค้าเป็นประเภทที่เกษตรกรผลิตสินค้าการเกษตรชนิดเดียวซึ่ง อาจจะเป็นข้าวหรือพืชไร่ก็ตาม โดยผลิตเพื่อเป็นอาหารและเป็นรายได้หลัก แต่เนื่องจากการผลิตมี ความเสี่ยงในด้านความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมเกิดการระบาดของศัตรูพืช ความไม่แน่นอน ของราคาผลผลิตจึงหันมาดำเนินการผลิตในระบบเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลด ความเสี่ยงได้
3.แบบเชิงการค้าเป็นประเภทที่เหมาะสมกับเกษตรกรก้าวหน้าซึ่งมี ประสบการณ์และความสามารถในการผลิตเป็นแบบการค้า เช่น สามารถผลิตพืชและมีตลาดรองรับ ที่แน่นอน
เกษตรอินทรีย์
เกษตรอินทรีย์คืออะไร
การทำการเกษตรอินทรีย์ไม่ว่าจะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ต้องไม่ใช้สารเคมีที่มนุษย์ทำขึ้น
แต่ใช้วัสดุจากธรรมชาติแทนเพื่อลดพิษภัยต่างๆ ที่อาจเกิดจากสารเคมีที่มีอยู่ในดิน ในน้ำ
ในอากาศ และในผลผลิตหลักการใหญ่ๆของเกษตรอินทรีย์
1) เลือกพื้นที่ที่ไม่เคยทำเกษตรเคมีมาไม่น้อยกว่า 3 ปี
2) เป็นพื้นที่ค่อนข้างดอนและโล่งแจ้ง
3) เป็นพื้นที่อยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรม
4) เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแปลงเกษตรที่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี
5) เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากทางหลวงสายหลัก
6) ต้องมีแหล่งน้ำที่ปลอดจากสารพิษปนเปื้อน
การเกษตรแบบยั่งยืน
สุวรรณภูมิเป็นแหล่งอารยธรรมและการเพาะปลูกมานานนับสิบปี คนไทยสมัยโบราณ
ส่วนใหญ่ทำดินไม่ได้ “ทำขาย”อย่างจริงจัง การเกษตรดั้งเดิมจึงเป็นเกษตรธรรมชาติที่ค่อย ๆ พัฒนามาพร้อมกับวัฒนธรรมแบบภูมิปัญญา แต่ปัจจุบันนี้เรามีพลเมืองมากขึ้น ต้องการอาหารและปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาก สินค้าเกษตรต้องผลิตมากขึ้นให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคและโรงงานอุตสาหกรรม ต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ
การเกษตรสมัยใหม่จึงทำการผลิตแบบอุตสาหกรรมไปด้วย อาศัยเครื่องจักร ปุ๋ย และสารเคมีนา ๆ ช