การนำเสนอเป็นวิธีการติดต่อสื่อสาร (Communication) เป็นการถ่ายทอด (Delivery) ข้อมูล แผนงาน โครงการ ข้อเสนอ ฯลฯ จากผู้นำเสนอไปสู่บุคคลกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันให้บุคคลกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้รับสารเห็นด้วยคล้อยตาม สนับสนุนอนุมัติให้ดำเนินการ
ผู้ส่งสาร (Source) : ผู้นำเสนอข้อมูล หรือแหล่งกำเนิดสาร อาจเป็นบุคคล องค์กร สถาบัน หรือคณะบุคคลที่ทำหน้าที่กำหนดสาระความรู้ความคิด ที่จะส่งไปถึงผู้รับสาร
สาร (Message) : เรื่องราว ความรู้ความคิดต่างๆ ที่ผู้ส่งประสงค์จะให้ไปถึงผู้รับ
ผู้รับสาร (Receiver) : จุดหมายปลายทางของการสื่อสาร คือมีการรับรู้และเข้าใจหรือแสดงพฤติกรรมตามที่ผู้ส่งสารต้องการ หากไม่เป็นไปตามต้องการ ก็ถือว่าการสื่อสารครั้งนั้นๆ เกิดความล้มเหลว
การนำเสนอผลงานการศึกษา การสำรวจ การสัมมนา ก่อนนำเสนอรายงานการสัมมนานักศึกษาต้องค้นคว้า เพื่อนำเรื่องที่ตนเองไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในเชิงลึก เพื่อนำเสนอรายงานในภายหลัง
นำเสนอโครงการ แผนงานกิจกรรม การนำเสนอโครงการ แผนงาน หรือกิจกรรมการดำเนินงานตามเค้าโครงเรื่อง ตามโครงการแผนงาน หรือกิจกรรมย่อยที่แทรกอยู่ในกิจกรรมแผนปฏิบัติงานประจำปี
นำเสนอบุคลิกภาพของตนเอง ขณะพูดหน้าชุมชน
ความหมายของการพูด การพูดเป็นพฤติกรรมของการสื่อสารที่ใช้กันทั่วไป ผู้พูดสามารถใช้ทั้งวจนะภาษา และอวัจนะภาษา ในการส่งสารส่องต่อไปยังผู้ฟังได้ชัดเจน และรวดเร็ว
ความสำคัญของการพูด การพูดเป็นปัจจัยสำคัญของกระบวนการสื่อสารของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ โดยใช้วิธีพูดด้วยการบอกเล่าต่อๆ กัน เพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกๆ หลานๆ หรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับตนสืบเนื่องกันมาไม่ขาดสาย
องค์ประกอบของการพูด ธรรมชาติของการพูดโดยทั่วไปมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
ผู้พูดทำหน้าที่ส่งสารผ่านสื่อไปให้ผู้ฟัง ดังนั้นผู้พูดจะต้องมีความสามารถใช้ทั้งศาสตร์ และศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึกไปสู่ผู้ฟังให้ได้อย่างสมบูรณ์ ครบถ้วนตามความสามารถของผู้พูดที่จะฟังให้เข้าใจมากน้อยแค่ไหนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้
ผู้พูดมีความสามารถในการใช้ภาษา มีกิริยาท่าทางเพียงใด มีเจตคติต่อเรื่องที่จะพูดและต่อผู้ฟังเพียงใด
ผู้พูดมีระดับความรู้เชิงลึกในเรื่องที่พูดมากน้อยและลึกซึ้งเพียงใด
ผู้พูดมีฐานนะทางสังคม มีพื้นฐานทางคุณธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมอยู่ในระดับใด
สาร คือส่วนเนื้อหาที่ผู้พูดส่งไปนั้นต้องมีคุณค่า และคุ้มค่าแก่การเสียเวลาของผู้ฟัง ดังนั้นสารที่ผู้พูดส่งไปนั้น จะต้องเตรียมมาแล้วอย่างดี
ผู้ฟัง ผู้ฟังอยู่ในฐานะที่ต้องรับสารจากผู้พูดโดยอาศัยสื่อเป็นเครื่องนำพาผู้ฟังสามารถรับสารได้ตรงกับเจตนาของผู้พูดได้มากน้อยเพียงใด
ประเภทของการพูด
การพูดโดยฉับพลัน หรือการพูดกะทันหัน เช่น การอวยพรคู่บ่าวสาว การกล่าวต้อนรับผู้มาเยือน เป็นต้น
การพูดโดยยึดจำนวนผู้ฟัง
การพูดรายบุคคลเป็นการพูดตัวต่อตัว ได้แก่ การพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การสนทนา การสัมภาษณ์ การเล่าเรื่อง การแนะนำตัว เป็นต้น
การพูดในที่ชุมชน เป็นการพูดที่มีผู้ฟังจำนวนมาก เป็นการพูดที่มีแบบแผนต้องมีการเตรียมตัว และฝึกฝนให้เกิดความชำนาญมาก่อน
ลักษณะของผู้พูดที่ดี การรู้จักใช้ถ้อยคำน้ำเสียงบุคลิกภาพต่างๆ ของผู้พูดให้สื่อความหมายแก่ผู้ฟัง อย่างผู้ที่มีจรรยามารยาท ประเพณีนิยมอันดีงาม และตรงตามความต้องการของผู้ฟังตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
หลักการเลือกเรื่องพูด ควรจะคำนึงถึงเรื่องที่จะนำไปพูดถ้าเป็นเรื่องที่ผู้พูดมีความสนใจ จะทำให้พูดได้ดีและถ้าเรื่องเดียวกันนั้น เป็นที่น่าสนใจของผู้ฟังด้วย ผู้ฟังก็จะให้ความสนใจติดตามฟัง
การฝึกพูด เพื่อให้มีบุคลิกลักษณะที่ดีในการฝึกพูด ควรได้ฝึกในเรื่องของบุคลิกอากัปกิริยาท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกาย
การวางตัวและมารยาทในการพูด การพูดหากพูดคนแรก เมื่อพูดเสร็จไม่ควรจะลุกไปไหน ควรมีมารยาทด้วยการนั่งฟังอย่างตั้งใจ
วิธีการแก้ไขความประหม่าตื่นเต้นไม่ให้เป็นอุปสรรคแก่การพูด
ซ้อมพูด
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ฟังให้มาก
พยายามยืนทรงตัวให้มั่นคงไม่โยกตัวไปมา
เพื่อการพูดจูงใจ
เพื่อการบรรยายสรุป
เพื่อการนำเสนอรายงาน
เพื่อการฝึกอบรมและพัฒนาการประชุมสัมมนา
การอภิปราย หมายถึง พูดชี้แจงแสดงความคิดเห็น มีลักษณะดังนี้
ลักษณะของการอภิปราย จำนวนผู้อภิปรายประมาณ 5-20 คน จะต้องเป็นการปรึกษาหารือหรือเป็นกลุ่มจุดมุ่งหมายจะต้องแก้ปัญหาร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดทัศนคติ และประสบการณ์ร่วมกัน ผู้มาอภิปรายจะต้องสนใจในเรื่องอย่างเดียวกัน
ประเภทของการอภิปราย
การอภิปรายแบบธรรมดา เป็นการร่วมประชุมของกลุ่มบุคคล ซึ่งไม่มากนัก โดยมีผู้หนึ่งทำหน้าที่ดำเนินการอภิปราย เพื่อปรึกษาหารือ หรือแสดงความคิดเห็น
การอภิปรายเป็นหมู่คณะ เป็นการประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มคณะร่วมอภิปราย โดยมีผู้หนึ่งทำหน้าที่ดำเนินการอภิปราย ผู้อภิปรายแต่ละคนได้รับมอบหมายให้พูดในเวลาต่างๆ กัน
ประเภทของการอภิปราย (ต่อ)
การอภิปรายกลุ่ม เป็นการอภิปรายที่ใช้คนไม่จำกัดจำนวน ผู้อภิปรายจะเป็นทั้งผู้พูด และผลัดกันเป็นผู้ฟัง ผู้อภิปรายจำนวนไม่เกิน 20 คน
การอภิปรายในที่ชุมชน เป็นการอภิปรายที่ประกอบด้วยบุคคล 2 ฝ่าย คือ มีผู้อภิปรายฝ่ายหนึ่งและผู้ฟังอีกฝ่าย เมื่อการอภิปรายยุติลง จะมีการเปิดให้ซักถาม ซึ่งการอภิปรายแบบนี้มีประโยชน์มากในการให้ความรู้ ประสบการณ์ ข้อเท็จจริง
วิธีดำเนินการอภิปราย แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ซักถามซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมรับฟัง และกลุ่มผู้ตอบการซักถาม เป็นวิทยากรผู้ดำเนินการอภิปราย จะจัดให้กลุ่มผู้ซักถามและวิทยากรนั่งคนละด้าน โดยผู้ดำเนินการอภิปรายคอยควบคุมการซักถามระหว่างกลุ่มบุคคลทั้งสองกลุ่ม
การเลือกเรื่องที่จะอภิปราย เรื่องที่จะอภิปรายไม่ควรใช้เวลาในการอภิปรายนานเกินไป ควรใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ปัญหาที่นำมาอภิปราย ควรเป็นประโยชน์ต่อสังคม หรือประโยชน์ต่อส่วนรวม
มารยาทในการฟังอภิปราย ควรจดประเด็นสำคัญ ถ้าไม่เข้าใจให้บันทึกไว้แล้วถามในตอนท้ายของการอภิปราย
ข้อปฏิบัติของผู้ร่วมอภิปราย
เตรียมตัวที่จะพูดตามหัวข้ออภิปรายไว้ล่วงหน้า
ไม่ชัดจังหวะ หรือท้วงติงผู้ที่กำลังอภิปราย
ข้อปฏิบัติของผู้ดำเนินการอภิปราย
บันทึกสาระสำคัญ