ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/๑๙๐๑ ในเกาะชวาตะวันออก ในวัยเด็กครอ การแปล - ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/๑๙๐๑ ในเกาะชวาตะวันออก ในวัยเด็กครอ ไทย วิธีการพูด

ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/

ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/๑๙๐๑ ในเกาะชวาตะวันออก ในวัยเด็กครอบครัวสนับสนุนให้เขาเป็น “คนสำคัญ มีประโยชน์ พร้อมรับแสงอรุณ และมีอุดมการณ์” อิทธิพลทางความคิดนี้มาจาก “วาหยัง” หรือหนังตะลุงอินโดนีเซีย ที่เล่าความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรชวาโบราณ เขาถูกส่งไปเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนของชาวฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) ที่เมืองสุราบายา โดยมีผู้ดูแลคือ อุมาร์ ซาอิด โจโครอามิโนโต (Umar Said Cokroaminoto) แกนนำและนักกล่าวสุนทรพจน์คนสำคัญของสหพันธ์การค้าอิสลาม (Sarekat Dagang Islam) สหพันธ์นี้เกิดจากการรวมตัวกันของนักหัตถกรรมผ้าบาติก เพื่อต่อรองผลประโยชน์กับเจ้าอาณานิคมฮอลันดา ต่อมาสหพันธ์ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมนี้ได้มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมือง ซูการ์โนจึงมีโอกาสซึมซับประสบการณ์หลายแบบ เช่น อ่านหนังสือได้หลายภาษา ติดต่อกับผู้นำฝ่ายอิสลามและสังคมนิยม จนรู้จัก “การเมือง” ตั้งแต่เด็ก จากนั้นเขาย้ายไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสถาบันเทคนิคเมืองบันดุง ทว่าเมื่อโจโครอามิตาโนโตถูกจับ และที่บ้านมีปัญหาการเงิน ซูการ์โนก็กลับบ้านและกลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “พรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย” ที่มีสมาชิกถึง ๑ หมื่นคนในปี ๒๔๖๙/๑๙๒๖
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงให้แก่ฮอลันดา พรรคชาตินิยมอินโดนีเซียจึงถูกยุบ ซูการ์โนถูกจับ เขาได้รับการปล่อยตัวในปี ๒๔๗๔/๑๙๓๑ แต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองจนถูกเนรเทศไปเกาะฟลอเรสและเบิงกูลูในปี ๒๔๗๖/๑๙๓๓ ต้องรอจนญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซียในปี ๒๔๘๔/๑๙๔๑ จึงได้รับการปล่อยตัวพร้อมนักเคลื่อนไหวคนอื่น ๆ
เมื่อญี่ปุ่นตกลงทำงานร่วมกับกลุ่มนักชาตินิยมโดยชูประเด็นต่อต้านนักล่าอาณานิคมตะวันตก จึงมีการตั้งศูนย์ “ปูเตระ” (Pusat Tenaga Rakjat – Putera) องค์กรรวมนักชาตินิยมอินโดนีเซียและตั้งกองกำลัง “เปตะ” กองกำลังทหารอาสาซึ่งได้รับการฝึกแบบญี่ปุ่น แม้ในทางปฏิบัติองค์กรเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ญี่ปุ่นดูเป็นผู้ปลดปล่อย ทว่าในความเป็นจริงไม่มีบทบาทจริงจังนัก แต่ก็ทำให้ซูการ์โนกลายเป็นผู้มีบทบาทโดดเด่นในเวลานั้น
๑ มิถุนายน ๒๔๘๘/๑๙๔๕ ระหว่างที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในแนวรบทั่วเอเชีย ซูการ์โนร่าง “ปัญจสีลา” ๕ ข้อ ซึ่งทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติ ในวันที่ ๑๗ สิงหาคมปีเดียวกัน มันถูกประกาศพร้อมกับพิธีประกาศเอกราชที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในสวนหน้าบ้านพักของซูการ์โนในกรุงจาการ์ตา เขาอ่านคำประกาศอิสรภาพต่อหน้ากองทหารเปตะว่า “บัดนี้ชาวอินโดนีเซียขอประกาศเอกราช ภารกิจอื่น ๆ และการส่งถ่ายอำนาจจะจัดการต่อไปโดยเร็วที่สุด” จากนั้นฟาตมาวาตี ภรรยาของซูการ์โนจึงคลี่ผืนธงชาติที่เย็บเตรียมไว้ส่งให้ทหารชักขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมบรรเลงเพลง “อินโดนีเซียรายา” (อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่) อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก
สิ่งที่ตามมาคือช่วงเวลาอันยากลำบาก ซูการ์โนเผชิญความท้าทายในการรวมประเทศ ระหว่างปี ๒๔๘๘/๑๙๔๕-๒๔๙๒/๑๙๔๙ เขาต้องเผชิญกับการกบฏของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มคอมมิวนิสต์ เผชิญหน้าทางทหารกับฮอลันดาที่พยายามกลับมาปกครองอินโดนีเซียอีก ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเขาถูกฮอลันดาจับกุมตัวพร้อมผู้นำคนอื่น ก่อนที่แรงกดดันจากนานาชาติจะทำให้ฮอลันดายอมให้เอกราชแก่อินโดนีเซียในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๙๒/๑๙๔๙ อินโดนีเซียจึงฉลองวันชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิในปี ๒๔๙๓/๑๙๕๐
ทว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๔๙๘/๑๙๕๕ ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ซูการ์โนเสนอ “ระบอบประชาธิปไตยแบบชี้นำ” (Guided Democracy) ยุบสภาผู้แทนราษฎร หันมาใช้รัฐสภาที่มีตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพ ตั้งรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง ยุบพรรคการเมืองหลายพรรค และเพิ่มอำนาจให้ตนเอง ผลที่ตามมาคือบทบาทของกองทัพมีมากขึ้น
อินโดนีเซียยุคซูการ์โนดำเนินนโยบายต่างประเทศได้โดดเด่น เขาร่วมกับผู้นำอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และพม่า จัดประชุมกลุ่มประเทศเอเชียและแอฟริกาที่เพิ่งได้รับเอกราชในปี ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เมืองบันดุง เพื่อเน้นนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและถ่วงดุลอำนาจค่ายคอมมิวนิสต์และเสรีประชาธิปไตย
อำนาจของซูการ์โนลดลงเมื่อเกิดความพยายามทำรัฐประหารในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เรียกกันติดปากว่า “เกสตาปู” แต่ล้มเหลวเพราะนายพลซูฮาร์โตผู้นำกองกำลังยุทธการสามารถปราบปรามได้ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ซูฮาร์โตมีบทบาทโดดเด่นขึ้นและค่อย ๆ ขึ้นสู่อำนาจ ในที่สุดซูการ์โนก็ถูกบีบให้ลาออกในปี ๒๕๑๑/๑๙๖๘ ทำให้อินโดนีเซียก้าวเข้าสู่ยุค “ระเบียบใหม่” (Order Baru) ที่มีนายพลซูฮาร์โตและกองทัพเป็นผู้นำ
ซูการ์โนอำลาโลกนี้ไปในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๓/๑๙๗๐ เมื่ออายุได้ ๖๙ ปี
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน๒๔๔๔/๑๙๐๑ในเกาะชวาตะวันออกในวัยเด็กครอบครัวสนับสนุนให้เขาเป็น "คนสำคัญมีประโยชน์พร้อมรับแสงอรุณและมีอุดมการณ์" อิทธิพลทางความคิดนี้มาจาก "วาหยัง" หรือหนังตะลุงอินโดนีเซียที่เล่าความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรชวาโบราณเขาถูกส่งไปเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนของชาวฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) ที่เมืองสุราบายาโดยมีผู้ดูแลคืออุมาร์ซาอิดโจโครอามิโนโต (มาร์กล่าวว่า Cokroaminoto) สหพันธ์นี้เกิดจากการรวมตแกนนำและนักกล่าวสุนทรพจน์คนสำคัญของสหพันธ์การค้าอิสลาม (Sarekat ดาแกงอิสลาม)ัวกันของนักหัตถกรรมผ้าบาติกเพื่อต่อรองผลประโยชน์กับเจ้าอาณานิคมฮอลันดาต่อมาสหพันธ์ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมนี้ได้มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองซูการ์โนจึงมีโอกาสซึมซับประสบการณ์หลายแบบเช่นอ่านหนังสือได้หลายภาษาติดต่อกับผู้นำฝ่ายอิสลามและสังคมนิยมจนรู้จัก "การเมือง" ตั้งแต่เด็กจากนั้นเขาย้ายไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสถาบันเทคนิคเมืองบันดุงทว่าเมื่อโจโครอามิตาโนโตถูกจับและที่บ้านมีปัญหาการเงินซูการ์โนก็กลับบ้านและกลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง "พรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย" ที่มีสมาชิกถึง ๑ หมื่นคนในปี๒๔๖๙/๑๙๒๖ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงให้แก่ฮอลันดาพรรคชาตินิยมอินโดนีเซียจึงถูกยุบซูการ์โนถูกจับเขาได้รับการปล่อยตัวในปีแต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองจนถูกเนรเทศไปเกาะฟลอเรสและเบิงกูลูในปี๒๔๗๔/๑๙๓๑๒๔๗๖/๑๙๓๓ต้องรอจนญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซียในปีจึงได้รับการปล่อยตัวพร้อมนักเคลื่อนไหวคนอื่น๒๔๘๔/๑๙๔๑ๆเมื่อญี่ปุ่นตกลงทำงานร่วมกับกลุ่มนักชาตินิยมโดยชูประเด็นต่อต้านนักล่าอาณานิคมตะวันตกจึงมีการตั้งศูนย์ "ปูเตระ" (ปูซากิทเทนา Rakjat – Putera) องค์กรรวมนักชาตินิยมอินโดนีเซียและตั้งกองกำลัง "เปตะ" กองกำลังทหารอาสาซึ่งได้รับการฝึกแบบญี่ปุ่นแม้ในทางปฏิบัติองค์กรเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ญี่ปุ่นดูเป็นผู้ปลดปล่อยทว่าในความเป็นจริงไม่มีบทบาทจริงจังนักแต่ก็ทำให้ซูการ์โนกลายเป็นผู้มีบทบาทโดดเด่นในเวลานั้น๑ มิถุนายน๒๔๘๘/๑๙๔๕ระหว่างที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในแนวรบทั่วเอเชียซูการ์โนร่าง "ปัญจสีลา" ๕ ข้อซึ่งทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติในวันที่ ๑๗ สิงหาคมปีเดียวกันมันถูกประกาศพร้อมกับพิธีประกาศเอกราชที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในสวนหน้าบ้านพักของซูอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกการ์โนในกรุงจาการ์ตาเขาอ่านคำประกาศอิสรภาพต่อหน้ากองทหารเปตะว่า "บัดนี้ชาวอินโดนีเซียขอประกาศเอกราชภารกิจอื่นๆ และการส่งถ่ายอำนาจจะจัดการต่อไปโดยเร็วที่สุด" จากนั้นฟาตมาวาตีภรรยาของซูการ์โนจึงคลี่ผืนธงชาติที่เย็บเตรียมไว้ส่งให้ทหารชักขึ้นสู่ยอดเสาพร้อมบรรเลงเพลง "อินโดนีเซียรายา" (อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่)สิ่งที่ตามมาคือช่วงเวลาอันยากลำบากซูการ์โนเผชิญความท้าทายในการรวมประเทศระหว่างปีเขาต้องเผชิญกับการกบฏของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง๒๔๘๘/๑๙๔๕-๒๔๙๒/๑๙๔๙กลุ่มคอมมิวนิสต์เผชิญหน้าทางทหารกับฮอลันดาที่พยายามกลับมาปกครองอินโดนีเซียอีก ๒ ครั้งครั้งสุดท้ายเขาถูกฮอลันดาจับกุมตัวพร้อมผู้นำคนอื่นก่อนที่แรงกดดันจากนานาชาติจะทำให้ฮอลันดายอมให้เอกราชแก่อินโดนีเซียในวันที่ ๒๗ ธันวาคม๒๔๙๒/๑๙๔๙อินโดนีเซียจึงฉลองวันชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิในปี๒๔๙๓/๑๙๕๐ทว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๔๙๘/๑๙๕๕ ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ซูการ์โนเสนอ “ระบอบประชาธิปไตยแบบชี้นำ” (Guided Democracy) ยุบสภาผู้แทนราษฎร หันมาใช้รัฐสภาที่มีตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพ ตั้งรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง ยุบพรรคการเมืองหลายพรรค และเพิ่มอำนาจให้ตนเอง ผลที่ตามมาคือบทบาทของกองทัพมีมากขึ้นอินโดนีเซียยุคซูการ์โนดำเนินนโยบายต่างประเทศได้โดดเด่น เขาร่วมกับผู้นำอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และพม่า จัดประชุมกลุ่มประเทศเอเชียและแอฟริกาที่เพิ่งได้รับเอกราชในปี ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เมืองบันดุง เพื่อเน้นนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและถ่วงดุลอำนาจค่ายคอมมิวนิสต์และเสรีประชาธิปไตยอำนาจของซูการ์โนลดลงเมื่อเกิดความพยายามทำรัฐประหารในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เรียกกันติดปากว่า “เกสตาปู” แต่ล้มเหลวเพราะนายพลซูฮาร์โตผู้นำกองกำลังยุทธการสามารถปราบปรามได้ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ซูฮาร์โตมีบทบาทโดดเด่นขึ้นและค่อย ๆ ขึ้นสู่อำนาจ ในที่สุดซูการ์โนก็ถูกบีบให้ลาออกในปี ๒๕๑๑/๑๙๖๘ ทำให้อินโดนีเซียก้าวเข้าสู่ยุค “ระเบียบใหม่” (Order Baru) ที่มีนายพลซูฮาร์โตและกองทัพเป็นผู้นำซูการ์โนอำลาโลกนี้ไปในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๓/๑๙๗๐ เมื่ออายุได้ ๖๙ ปี
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ซูการ์โนเกิดวันที่ 6 มิถุนายน 2444/1901 ในเกาะชวาตะวันออก "คนสำคัญมีประโยชน์พร้อมรับแสงอรุณและมีอุดมการณ์" อิทธิพลทางความคิดนี้มาจาก "วาหยัง" หรือหนังตะลุงอินโดนีเซีย (เนเธอร์แลนด์) ที่เมืองสุราบายาโดยมีผู้ดูแลคืออุมาร์ซาอิดโจโครอามิโนโต (อูมากล่าวว่า Cokroaminoto) (Sarekat Dagang อิสลาม) เช่นอ่านหนังสือได้หลายภาษา จนรู้จัก "การเมือง" ตั้งแต่เด็ก ทว่าเมื่อโจโครอามิตาโนโตถูกจับและที่บ้านมีปัญหาการเงิน "พรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย" ที่มีสมาชิกถึง 1 หมื่นคนในปี
พรรคชาตินิยมอินโดนีเซียจึงถูกยุบซูการ์โนถูกจับเขาได้รับการปล่อยตัวในปี 2474/1931 2476/1933 ต้องรอจนญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซียในปี 2484/1941
จึงมีการตั้งศูนย์ "ปูเตระ" (Pusat Tenaga Rakjat - Putera) "เปตะ"
มิถุนายน 2488/1945 ซูการ์โนร่าง "ปัญจสีลา" 5 ข้อซึ่งทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติในวันที่ 17 สิงหาคมปีเดียวกัน ภารกิจอื่น ๆ จากนั้นฟาตมาวาตี พร้อมบรรเลงเพลง "อินโดนีเซียรายา" (อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่)
ระหว่างปี 2488 / 1945-2492 / 1949 กลุ่มคอมมิวนิสต์ 2 ครั้ง 27 ธันวาคม 2492/1949
2498/1955 "ระบอบประชาธิปไตยแบบชี้นำ" (นำประชาธิปไตย) ยุบสภาผู้แทนราษฎร ยุบพรรคการเมืองหลายพรรคและเพิ่มอำนาจให้ตนเอง
เขาร่วมกับผู้นำอินเดียปากีสถานศรีลังกาและพม่า 2508/1965 ที่เมืองบันดุง
วันที่ 30 กันยายน 2508/1965 ที่เรียกกันติดปากว่า "เกสตาปู" ๆ ขึ้นสู่อำนาจ 2511/1968 ทำให้อินโดนีเซียก้าวเข้าสู่ยุค "ระเบียบใหม่" (สั่งซื้อ Baru)
21 มิถุนายน 2513/1970 เมื่ออายุได้ 69 ปี
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ซูการ์โนเกิดวันที่จากมิถุนายน๒๔๔๔ / ๑๙๐๑ในเกาะชวาตะวันออกในวัยเด็กครอบครัวสนับสนุนให้เขาเป็น " คนสำคัญมีประโยชน์พร้อมรับแสงอรุณและมีอุดมการณ์ " อิทธิพลทางความคิดนี้มาจาก " วาหยัง " หรือหนังตะลุงอินโดนีเซียเขาถูกส่งไปเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนของชาวฮอลันดา ( เนเธอร์แลนด์ ) ที่เมืองสุราบายาโดยมีผู้ดูแลคืออุมาร์ซาอิดโจโครอามิโนโต ( umar said cokroaminoto ) แกนนำและนักกล่าวสุนทรพจน์คนสำคัญของสหพันธ์การค้าอิสลาม ( sarekat dagang islam )เพื่อต่อรองผลประโยชน์กับเจ้าอาณานิคมฮอลันดาต่อมาสหพันธ์ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมนี้ได้มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองซูการ์โนจึงมีโอกาสซึมซับประสบการณ์หลายแบบเช่นอ่านหนังสือได้หลายภาษาจนรู้จัก " การเมือง " ตั้งแต่เด็กจากนั้นเขาย้ายไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสถาบันเทคนิคเมืองบันดุงทว่าเมื่อโจโครอามิตาโนโตถูกจับและที่บ้านมีปัญหาการเงิน" พรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย " ที่มีสมาชิกถึง๑หมื่นคนในปี๒๔๖๙ / ๑๙๒๖
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงให้แก่ฮอลันดาพรรคชาตินิยมอินโดนีเซียจึงถูกยุบซูการ์โนถูกจับเขาได้รับการปล่อยตัวในปี๒๔๗๔ / ๑๙๓๑แต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองจนถูกเนรเทศไปเกาะฟลอเรสและเบิงกูลูในปีต้องรอจนญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซียในปี๒๔๘๔ / ๑๙๔๑จะจึงได้รับการปล่อยตัวพร้อมนักเคลื่อนไหวคนอื่น
เมื่อญี่ปุ่นตกลงทำงานร่วมกับกลุ่มนักชาตินิยมโดยชูประเด็นต่อต้านนักล่าอาณานิคมตะวันตกจึงมีการตั้งศูนย์ " ปูเตระ " ( ศูนย์พลังงานฯ rakjat และเจ้าชาย ) องค์กรรวมนักชาตินิยมอินโดนีเซียและตั้งกองกำลัง " เปตะ "
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: