จากการศึกษาและการทดลองการใช้เซลล์ตรึงรูปในการหมักแอลกอฮอล์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าใจกระบวนการหมักแอลกอฮอล์และการใช้เซลล์อิสระและเซลล์ที่ถูกตรึงในการหมักแอลกอฮอล์ และเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของวิธีการหมักแอลกอฮอล์แบบใช้เซลล์อิสระกับการใช้เซลล์ที่ถูกตรึง โดยการทดลองนี้ใช้ ผลไม้คือ สัปปะรดเอาเฉพาะส่วนเนื้อ นำไปชั่งน้ำหนัก ปั่นเนื้อผลไม้กับน้ำสะอาด 3 เท่าของ้ำหนักเนื้อสัปปะรด แล้วกรองเอาแต่น้ำผลไม้ จากนั้นนำน้ำผลไม้ไปปรับ PH ให้ได้ช่วงค่า 3.5 – 4.0 ซึ่งปรับได้ 3.91 ด้วยกรดซิตริกหรือ NaoH จากนั้นน้ำชั่งน้ำหนักน้ำสัปปะรดที่ได้แล้ว และนำไปปรับค่าความหวานของน้ำสัปปะรดด้วยน้ำตาลทรายขาวให้อยู่ในช่วง 20 brix นำน้ำสัปปะรดไปให้ความร้อนจนกระทั่ง70 องศาเซลเซียส นาน 20 นาทีจากนั้นน้ำแบ่งใส่ขวดรูปชมพู่ ที่ฆ่าเชื้อแล้วขณะที่ร้อน ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ รอให้น้ำสัปปะรดเย็น แล้วใส่ starter culture ที่เป็นแบบเซลล์อิสระและแบบตรึงเซลล์ ปิดจุกสำลี หมักไว้ที่อุณหภูมิห้อง ตรวจวัดน้ำตาลที่ลดลง จนครบ1 สัปดาห์แล้วทำการกรองไวท์ที่ได้ นำไปให้ความร้อน(ห้ามให้ความร้อนแก่ไวท์โดยตรง ให้ต้มน้ำให้เดือดแล้ววางภาชนะใส่ไวท์สัปปะรดบนน้ำเดือด) แล้วดูผลการทดลองทั้งประสาทสัมผัสของทั้ง2 วิธี
การตรวจวัดปริมาณน้ำตาลที่ลดลงทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า เปลี่ยนแปลงของBrixi น้ำตาลในน้ำสับปะรดโดยการหมักด้วย เชื้อ Sccharomyces cerevisiae.ชนิด Free cellsและ Immobilized cell (°Brixi)กับการเปลี่ยนแปลงของ%Alcoholในระยะเวลา1สัปดาห์ (วัน) (โดยปริมาณBrixiเริ่มต้นอยู่ที่ 25°Brixi) Brixi น้ำตาลในน้ำสัปปะรดชนิด Free cells 19 18 17 16 13.8 12 11 ตามลำดับ brix น้ำตาลและปริมาณ %Alcohol จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 3.06 3.57 4.08 4.56 5.71 6.63 8.61 ตามลำดับและส่วนการหมักโดย เชื้อชนิด lmmobilized cell น้ำตาล 20 19 19.8 16 14.3 13 11 ตามลำดับ และปริมาณ %Alcohol คือ 2.55 2.56 3.06 4.56 5.46 5.46 6. 12 7 (ดังตารางที่ 1) จะสังเกตได้ว่า ระดับน้ำตาลของทั้ง 2 กระบวนการหมัก ลดลงและปริมาณ %Alcohol เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ