ส่วนเรื่องที่สาม เพิ่งเกิดเมื่อปี 2552 หลังจากขาดทุนยับกว่าสองหมื่นล้านในปี 2551 ผู้บริหารเก่าลาออกไป รัฐบาล (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ที่ดูแลคมนาคมอยู่จึงพยายามวางแผนฟื้นฟู “การบินไทย” ผมได้รับทาบทามจากรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช ขอให้มาเป็นกรรมการ ซึ่งตอนแรกผมก็บ่ายเบี่ยงเช่นเคย แต่ท่านบอกว่า “คราวนี้ต้องขอร้องจริงๆ เพราะการบินไทยกำลังแย่มาก” กับอยากให้มาช่วย ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ซึ่งเป็นคนที่ผมนับถือชอบพอ ผมเลยยอมมาช่วยเป็นกรรมการอยู่สองปีเศษ พอเปลี่ยนรัฐบาล ผมก็ถูกขอโดยการกระซิบให้ลาออก ซึ่งทำให้ผมถูกต่อว่าอย่างรุนแรงจากนักลงทุนสถาบันรายหนึ่ง ว่าขาดความรับผิดชอบ ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด แต่กลับมาลาออกจากการ “กระซิบ” ของนักการเมือง เค้าบอกว่าที่ซื้อหุ้นเพราะผมเข้ามาเป็นกรรมการ (หลังจากผมลาออก หุ้นการบินไทยตก 5 บาทในหนึ่งอาทิตย์) แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เจออีกที เค้าปราดเข้ามาจับมือขอบใจที่ลาออก ทำให้เค้าขายหุ้นไปตอนราคาสี่สิบกว่าบาท ไม่เก็บไว้จนทุกวันนี้…555