ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia) ภาวะไขมันในเลือดสูง นี้เป็น การแปล - ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia) ภาวะไขมันในเลือดสูง นี้เป็น ไทย วิธีการพูด

ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholester

ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia)
ภาวะไขมันในเลือดสูง นี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ประชากรเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ เราสามารถควบคุมและป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมาก
ชนิดของไขมันในเลือด
ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และ ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดจะตรวจสารต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. โคเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ขึ้นเองจากตับและลำไส้ หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป อาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ แต่จะพบมากในไขมันสัตว์ ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หามมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน ซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัว และการตีบตันของหลอดเลือด ในอนาคตจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณโคเลสเตอรอล และ มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น

ระดับปกติของโคเลสเตอรอลในเลือดไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร
เรายังแบ่งไขมันโคเลสเตอรอลได้ย่อยๆ อีกที่สำคัญ 2 ชนิด คือ
1.1 เอชดีแอล (High density lipoprotein-HDL) มีหน้าที่นำโครเลสเตอรอลจากกระแสเลือดไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับ HDLในเลือดสูง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยลง HDL จะสูงได้จากการออกกำลังกาย ระดับปกติในเลือดผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร ผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร

1.2 แอลดีแอล (Low density lipoprotein-LDL) หากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูง ก็จะไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้น จนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป หลอดเลือดจะตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวก จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก
ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม /ต่อเดซิลิตร
2. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันชนิดหนึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นเองในร่างกายจากน้ำตาล และแป้งหรือ จากอาหารที่รับประทานเข้าไป มีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการ นับตั้งแต่ให้พลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นาน นอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสมไตรกลีเซอไรด์ไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการ อย่างไรก็ตาม การมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าสูงในคนที่มี โคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบมากขึ้น ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50 – 150 mg/dl)
สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง
- กรรมพันธุ์
- การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์
- โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง
- โรคตับ โรคไตบางชนิด
- ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ฮอร์โมนเพศ(ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น
- การตั้งครรภ์
- การดื่มแอลกอฮอล์
- ภาวะขาดการออกกำลังกาย
ผลของไขมันในเลือดสูง
จากการศึกษาพบว่า ระดับไขมันในเลือดมีความสำคัญอย่างมากกับการเกิดหลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ผู้ที่มีภาวะไขมันเลือดสูง จึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือดจนเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม เป็นต้น
จะทำอย่างไรถ้าไขมันในเลือดสูง
ถ้าตรวจพบว่าระดับไขมันในเลือดสูง ควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือด โดยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้
1. การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ควรจำกัดไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน (ดูจากตารางปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารแต่ละชนิด)
2. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนเกินไปโดยจำกัดอาหารประเภทแป้ง - ข้าวต่าง ๆ ขนมหวาน
3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เร่งการสะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ
4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็อดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิก เป็นตัวนำโคเลสเตอรอลไปเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
5. ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก และอื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น กากใยเหล่านี้จะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
6. รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ โรคตับ โรคไต และอื่น ๆ
7. หยุดยาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือด หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น ๆ แล้วแต่ความเหมาะสม
8. การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับของ HDL ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง ครั้งละ 20 - 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง สำหรับการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของปอดและหัวใจ คือ การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เต้นรำ การขี่จักรยาน แต่ถ้ามีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่า การออกกำลังกายแบบใดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์โดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
9. ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาดังหัวข้อที่กล่าวมาแล้วด้วย การใช้ยาแต่เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้ผล ควรควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตของตนเอง
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia) ภาวะไขมันในเลือดสูงนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ (หลอดเลือด) โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัวซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้นับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้ประชากรเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ เราสามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยากซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมากชนิดของไขมันในเลือด ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิดได้แก่ไขมันโคเลสเตอรอล (ไขมัน) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ (ไตรกลีเซอไรด์) โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดจะตรวจสารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้1. โคเลสเตอรอล (ไขมัน) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ขึ้นเองจากตับและลำไส้หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไปอาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบแต่จะพบมากในไขมันสัตว์ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารโคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกายโดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมองแต่หามมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกันซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกายเช่นหลอดเลือดสมองหลอดเลือดหัวใจฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัวและการตีบตันของหลอดเลือดในอนาคตจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณโคเลสเตอรอลและมีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่เช่นความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงเบาหวานการสูบบุหรี่ความอ้วนและการไม่ออกกำลังกายเป็นต้น /ต่อเดซิลิตรระดับปกติของโคเลสเตอรอลในเลือดไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม เรายังแบ่งไขมันโคเลสเตอรอลได้ย่อย ๆ อีกที่สำคัญ 2 สิ่งคือ 1.1 เอชดีแอล (ไลโพโปรตีนความหนาแน่นสูง-HDL) มีหน้าที่นำโครเลสเตอรอลจากกระแสเลือดไปทำลายที่ตับดังนั้นถ้าระดับ HDLในเลือดสูง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยลง HDL จะสูงได้จากการออกกำลังกายระดับปกติในเลือดผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัม/ต่อเดซิลิตรผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม/ต่อเดซิลิตร (ความหนาแน่นต่ำไลโพโปรตีน LDL) 1.2 แอลดีแอลหากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูงก็จะไปเกาะผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้นจนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไปหลอดเลือดจะตีบแคบลงทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกจึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก /ต่อเดซิลิตรระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม2. ไตรกลีเซอไรด์ (ไตรกลีเซอไรด์) เป็นไขมันชนิดหนึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นเองในร่างกายจากน้ำตาลและแป้งหรือจากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการนับตั้งแต่ให้พลังงานช่วยในการดูดซึมวิตามินเอดีอีและเคช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นานนอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสมไตรกลีเซอไรด์ไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการอย่างไรก็ตามการมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าสูงในคนที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้วเชื่อว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบมากขึ้นระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50 – 150 mg/dl)สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง -กรรมพันธุ์ -การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ -โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิดเช่นเบาหวานธัยรอยด์และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง -โรคตับโรคไตบางชนิด -ยาบางชนิดเช่นสเตียรอยด์ฮอร์โมนเพศ(ยาคุมกำเนิด)เป็นต้น -การตั้งครรภ์ -การดื่มแอลกอฮอล์ -ภาวะขาดการออกกำลังกายผลของไขมันในเลือดสูงจากการศึกษาพบว่าระดับไขมันในเลือดมีความสำคัญอย่างมากกับการเกิดหลอดเลือดตีบตันโดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจผู้ที่มีภาวะไขมันเลือดสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดสมองขาดเลือดจนเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งเต้านมเป็นต้นจะทำอย่างไรถ้าไขมันในเลือดสูงถ้าตรวจพบว่าระดับไขมันในเลือดสูงควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือดโดยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ 1. การควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ควรจำกัดไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน (ดูจากตารางปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารแต่ละชนิด) 2. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนเกินไปโดยจำกัดอาหารประเภทแป้ง - ข้าวต่าง ๆ ขนมหวาน 3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เร่งการสะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ 4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็อดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิก เป็นตัวนำโคเลสเตอรอลไปเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง 5. ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก และอื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น กากใยเหล่านี้จะช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง 6. รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ โรคตับ โรคไต และอื่น ๆ 7. หยุดยาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือด หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น ๆ แล้วแต่ความเหมาะสม 8. การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับของ HDL ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง ครั้งละ 20 - 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง สำหรับการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของปอดและหัวใจ คือ การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เต้นรำ การขี่จักรยาน แต่ถ้ามีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่า การออกกำลังกายแบบใดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์โดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ 9. ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาดังหัวข้อที่กล่าวมาแล้วด้วย การใช้ยาแต่เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้ผล ควรควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตของตนเอง
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hypercholesterolemia)
ภาวะไขมันในเลือดสูง ๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้นับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่ง ๆ เราสามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยาก ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ดังต่อไปนี้1 โคเลสเตอรอล (คอเลสเตอรอล) แต่จะพบมากในไขมันสัตว์ โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกาย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง เช่นหลอดเลือดสมองหลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัวและการตีบตันของหลอดเลือด และ เช่นความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงเบาหวานการสูบบุหรี่ความอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย 200 มิลลิกรัม อีกที่สำคัญ 2 ชนิดคือ1.1 เอชดีแอล (ไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง-HDL) ดังนั้นถ้าระดับ HDL ในเลือดสูง HDL จะสูงได้จากการออกกำลังกายระดับปกติในเลือดผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัม / ต่อเดซิลิตรผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม / ต่อเดซิลิตร1.2 แอลดีแอล (ความหนาแน่นต่ำไลโปโปรตีน-LDL) หากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูงก็จะไป เกาะผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้นจนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไปหลอดเลือดจะตีบแคบลงทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวก 130 มิลลิกรัม / ต่อเดซิลิตร2 ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และแป้งหรือจากอาหารที่รับประทานเข้าไป นับตั้งแต่ให้พลังงานช่วยในการดูดซึมวิตามินเอดีอีและเคช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นาน อย่างไรก็ตาม โคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50-150 มก. / ดล) สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง- กรรมพันธุ์- การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์- โรคของต่อมไร้ท่อ บางชนิดเช่นเบาหวานธัยรอยด์และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง- โรคตับโรคไตบางชนิด- ยาบางชนิดเช่นสเตียรอยด์ฮอร์โมนเพศ (ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น- การตั้งครรภ์- การดื่มแอลกอฮอล์- โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจผู้ที่มีภาวะไขมันเลือดสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดสมองขาดเลือดจนเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งเต้านม ควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือดโดยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้1 การควบคุมอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงเช่นไขมันสัตว์สมองสัตว์ไข่แดงอาหารทะเลเช่นหอยนางรมปลาหมึกกุ้งเป็นต้นควร จำกัด ไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคุมน้ำหนัก - ข้าวต่าง ๆ ขนมหวาน3 หลีกเลี่ยงการดื่มสุราเบียร์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันอาหารทอดเจียว เช่นน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันข้าวโพดน้ำมันเมล็อดอกทานตะวันซึ่งมีกรดไลโนเลอิกเป็นตัวนำโคเลสเตอรอลไปเผาผลาญ ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกากเช่นคะน้าผักกาดฝรั่งส้มเม็ดแมงลักและอื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น รักษาโรคที่เป็นอยู่เช่นเบาหวานธัยรอยด์โรคตับโรคไตและอื่น ๆ7 หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น ๆ แล้วแต่ความเหมาะสม8 การออกกำลังกายจะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดและเพิ่มระดับของ HDL ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่องครั้งละ 20-30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง คือการเดินเร็วจ๊อกกิ้งเต้นรำการขี่จักรยาน แต่ถ้ามีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้วหรือมีอายุมากกว่า 40 ปีควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่าการออกกำลังกายแบบใดจึงจะเหมาะสม ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด


































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ภาวะไขมันในเลือดสูง ( ให้อาหารสำเร็จรูป )
ภาวะไขมันในเลือดสูงนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างจะโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว ( atherosclerosis ) ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้นับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้ประชากรเสียชีวิตเป็นอันดับต้นไม่มีไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยากซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมาก
ชนิดของไขมันในเลือด
ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิดได้แก่ไขมันโคเลสเตอรอล ( คอเลสเตอรอล ) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ ( ไตรกลีเซอไรด์ ) โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดจะตรวจสารต่างๆดังต่อไปนี้

1โคเลสเตอรอล ( คอเลสเตอรอล ) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ขึ้นเองจากตับและลำไส้หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไปอาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบแต่จะพบมากในไขมันสัตว์โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกายโดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างจะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมองแต่หามมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: