จากสถิติของกรมขนส่งทางบกแสดงให้เห็นว่า ปี 2544-2548 คนพิการทางการเคลื่อนไหว ที่สอบผ่านการขับขี่รถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครนั้น โดยเฉลี่ยช่วง 5 ปีแรกอยู่ที่เฉลี่ย 60 คนต่อปี แต่ในระยะ 5 ปีต่อมา (2549-2553) อัตราเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 133 คนต่อปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนคนพิการที่ได้ใบขับขี่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 2 เท่าตัวในรอบ 10 ปีแสดงให้เห็นว่าคนพิการทางการเคลื่อนไหวในประเทศไทยเริ่มนิยมใช้การเดินทางด้วยระบบบริการขนส่งส่วนบุคคลด้วยการขับรถยนต์มากขึ้น โดยการเดินทางด้วยบริการขนส่งส่วนบุคคลด้วยการขับรถยนต์ส่วนบุคคลของคนพิการทางการเคลื่อนไหวมี 2 รูปแบบกล่าวคือ การนำรถยนต์ทั่วไปไปดัดแปลงและรถยนต์สำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายสูง
ในขณะที่ระบบบริการขนส่งสาธารณะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าแต่คนพิการยังต้องประสบปัญหาด้านบริการอยู่ไม่น้อยแม้ว่ารัฐจะพยายามแก้ไขปัญหาของคนพิการไม่ว่าจะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ออกพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการหรือแม้กระทั้งการมีการก่อตั้งสมาคมและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหา ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ในทันที มีการออกมาเรียกร้องของคนพิการหลายครั้ง ในเรื่องสิทธิความเท่าเทียมในสังคมและการประกอบอาชีพ เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลแต่ละยุคก็พยายามแก้ไขปัญหา เช่น การให้เบี้ยเลี้ยงคนพิการเป็นรายเดือนเพื่อช่วยลดภาระให้กับคนพิการ มีการแจกรถวีลล์แชร์ การลดค่าโดยสารให้แก่คนพิการในการเดินทางระบบบริการขนส่งสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและที่ปลายเหตุไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง จึงทำให้ปัญหายังคงอยู่ ปัญหาต่างๆ ที่คนพิการประสบทำให้คนพิการเก็บตัวอยู่กับบ้าน ไม่กล้าออกไปข้างนอกกลัวถูกสายตาคนอื่นที่มองมาว่าเป็นคนพิการ
ในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นจึงควรจัดการให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ให้เทียบเท่ากับคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ การเข้ารับการรักษาพยาบาล การเดินทางและการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่อคนพิการในอาคารสถานที่ราชการและสถานที่จำเป็นต่างๆ เช่น โรงพยาบาล สำนักงานเขต กรมการขนส่งทางบก ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า สถานีรถใต้ดิน สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น แนวคิดที่เน้นการให้โอกาส ทางเลือกในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนพิการด้วยตัวเองรวมกับการปรับสิ่งแวดล้อมรอบๆข้างคนพิการในสังคมนั้นเรียกว่า แนวคิดการดำรงชีวิตอิสระ (Independent Living) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยตอบสนองความต้องการในการดำเนินชีวิต และการให้สิทธิแก่คนพิการทางการเคลื่อนไหวอย่างแท้จริง