เดินจงกรม 1 ระยะ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ให้ตั้งสติกำหนด ยกเท้าขึ้นเหนือระดับพื้นเสมอตาตุ่มแล้วก้าวเท้าขวาช้า ๆ พอประมาณ โดยกำหนดในใจตามไปพร้อมกับเท้าที่ก้าวไปให้ได้ปัจจุบัน อย่าก้าวไปก่อนแล้วกำหนดตามทีหลัง และอย่ากำหนดก่อนโดยที่ยังมิได้ ยกเท้าขึ้น เช่น เดินจงกรม 1 ระยะ ขณะที่เท้าขวาก้าวไป จนวางเท้าลงกับพื้น ก็ให้กำหนดในในแต่แรกเริ่มยกเท้า ไปกับคำว่า ?ขวาย่างหนอ? พอเท้าเหยียบลงถึงพื้นก็ให้ทันกับ คำว่า ?หนอ? พอดี และขณะที่ยกเท้าซ้ายก้าวไปจนวางเท้าลงกับพื้นก็ให้กำหนดในใจว่าซ้ายย่างหนอ? พอเท้าลงถึงพื้นก็ให้ทันกับคำว่า หนอ พอดี เช่นเดียวกับเท้าขวา ทำอย่างนี้ทุกครั้งและทุกก้าว เรียกว่าจงกรม 1 ระยะ เมื่อเดินไปถึงที่สุด้านใดด้านหนึ่งแล้ว ให้หยุดยืนสองเท้าวางชิดกัน แล้วกำหนดในใจช้าๆว่าหยุดหนอ หยุดหนอ หยุดหนอ เมื่อรูปยืนปรากฏขึ้นก็ให้กำหนดในใจว่า ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ เมื่อจะกลับก็ให้หันตัวมาทางขวา และยกเท้าขวาแยกมาตั้งเป็นมุมฉาก พร้อมกับกำหนดในใจว่า กลับหนอ แล้วยกเท้าซ้ายตามมาวางชิดกันกับเท้าขวา พร้อมกับกำหนดใจใจว่า กลับหนอ
ขั้นที่ 2 ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งที่ 1 คือ หมุนเท้าขวาแยกมาตั้งเป็นมุมฉาก พร้อมกับกำหนดในใจว่า กลับหนอ แล้วยกเท้าซ้ายตามมาวางชิดกับเท้าขวาพร้อมกับกำหนดในใจว่า กลับหนอ เมื่อรูปยืนปรากฏขึ้น ก็กำหนดว่า ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ แล้วจงเดิน พร้อมกับกำหนดว่า ?ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ต่อไป
การเดินจงกรมและการกำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ ดังนี้ เป็นการฝึกปฏิบัติกรรมฐานในอิริยาบถ บัพพะ ที่ว่า?คจฺฉนฺโต วา คจฺฉามีติ ปชานาติ เมื่อเดินอยู่ก็ให้กำหนดรู้ว่าเดินอยู่
ฐิโต วา ฐิโตมหิติ ปชานาติ เมื่อยื่นอยู่ก็ให้กำหนดรู้ว่ายืนอยู่? และการเดินจงกรม ไปยืนอยู่กับกลับ พร้อมกับกำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ ๆ เป็นการฝึกปฏิบัติกรรมฐานในหมวดสัมปชัญญะบัพพะ ที่ว่า อภิกฺกนฺเต ปฏกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหติ เป็นผู้ทำความรู้ตัวอยู่เสมอในการก้าวไปข้างหน้าในการถอวไปข้างหลัง? ตลอดเวลาที่เดินจงกรม 1 ระยะนี้ วิปัสสนาจารย์ จะสอนให้โยคีนั่งสมาธิกำหนดอาการพอง - ยุบ สลับกันไปด้วย
เดินจงกรม 2 ระยะ ยกหนอ เหยียบหนอ โยคีพึงยืนชิดเท้าทั้งสองให้ปลายเท้าเสมอกัน แล้วตั้วตัวให้ศีรษะตรง และกำหนดในใจว่า ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ ตั้งสติกำหนดและกดเท้าซ้ายมั่นไว้ แล้วยกเท้าขวาขึ้นช้า ๆ ควบไปกับการยื่นเท้าไปข้างหน้า กำหนดในใจว่า ยกหนอ แล้วก้าวไปวางเท้าลงกับพื้นพร้อมกับกำหนดใจในว่า ?เหยียบหนอ ดังนี้เรียกว่า เดินจงกรม 2 ระยะนอกนั้นคงปฏิบัติเหมือนการเดินจงกรม 1 ระยะ ทุกประการ
เดินจงกรม 3 ระยะ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ การเดินจงกรม 3 ระยะ ก็ไม่ผิดแปลกแตกต่างกับการเดินจงกรมดังที่กล่าวมาข้างต้น จะต่างกันก็แต่ว่า ขณะยกเท้าขึ้นก็ให้กำหนดในใจ ไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเท้าว่า ยกหนอ ขณะที่ยกเท้าขึ้นจากพื้นเสมอตาตุ่ม เท้าเคลื่อนไปข้างหน้านั้นกำหนดว่า ย่างหนอ ขณะทั้งลงเหยียบราบกับพื้นกำหนดว่า ?ย่างหนอ? ขณะเท้าลงเหยียบรมกับพื้นให้กำหนดว่า เหยียบหนอ ในการเดินจงกรม 3 ระยะนี้