ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นั้นใจกว้าง และเป็นมิตรกับคนแปลกหน้ามักเต็มใจเปิดบ้านรับแขกต่างเมืองเพื่อเป็นการต้อนรับทั้งเชื้อเชิญให้เข้าไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เมื่อเห็นผู้มาเยือนให้ความสนใจในงานเทศกาลต่างๆ และแม้ว่าอินโดนีเซียเป็นรัฐอิสลามใหญ่ที่สุดในโลกมีผู้นับถือศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ 88 ของประชากรทั้งประเทศ แต่ศาสนาอิสลามในอินโดนีเซียไม่เหมือนกับศาสนาอิสลามทั่วไปที่พบอยู่ในประเทศอาหรับหรืออินเดีย มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ สตรีมุสลิมในอินโดนีเซียไม่ต้องแต่งกายหรือคลุมร่างกายทุกส่วนเหมือนสตรีมุสลิมอาหรับ ศาสนาหลักทุกศาสนาที่เข้ามาเผยแพร่ในอินโดนีเซีย มักมีพฤติกรรมผสมผสานและเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นชาวเกาะ มีความเชื่อในลัทธิถือผีหรือจิตวิญญาณ (Animism) และในธรรมชาติล้วนจิตวิญญาณที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์กับทั้งเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วจะต้องได้รับการเซ่นไหว้บูชา ซึ่งสอดคล้องกับคติศาสนาฮินดูของชาวบาหลีของชาวบาหลีที่ต่างจากฮินดูที่นับถือกันอยู่ในอินเดียและเนปาล ชาวบาหลีนับถือเทวรูปและพระเจ้าทั้งสามของฮินดู คือ พระศิวะ พระพรหม และพระวิษณุ แต่ชาวบาหลีมีความเชื่อในเรื่องของอำนาจฤดูกาล มีความเชื่อว่าภูเขาไฟคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประทับของเทพเจ้า มีความเชื่อว่าทะเลเป็นสิงสถิตของวิญญาณชั่วร้าย และแผ่นดินคือที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ดังนั้นเพื่อปกป้องภัยพิบัติจากวิญญาณร้ายๆ ในทะเล ชาวบาหลีจึงสร้างวัดสร้างโบสถ์ไว้ตรงกลางระหว่างภูเขากับทะเล